6 มือถือกล้องหน้าดี จนสาวไทยต้องรีบคว้าไว้ให้มั่น

6 มือถือกล้องหน้าดี จนสาวไทยต้องรีบคว้าไว้ให้มั่นสำหรับการเลือกซื้อมือถือที่ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องรูปแบบการใช้งานของแต่ละคนมากกว่าแต่ถ้าสำหรับสาวไทยบางคนนั้นกล้องหน้าคือเรื่องที่ต้องเลือกเป็นลำดับต้น ๆ วันนี้ได้รวมมือถือที่กล้องหน้าชนิดต้องจับตามองให้ดีมาฝากกัน จะมีรุ่นอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

OPPO F1s

เริ่มจากค่ายมือถือที่เน้นกระแสการ Selfie อย่าง OPPO F1s ซึ่งรุ่นนี้มีดีที่กล้องหน้าจริงแม้ความละเอียดที่ 16 ล้านพิกเซลจัดว่าเยอะในระดับแถวหน้าและการใส่ Software Beautify 4.0 ทำให้แต่งหน้าได้อย่างสะดวก พร้อมลูกเล่นทั้ง Gesture ที่ทำให้คุณถ่ายภาพกล้องหน้าได้สนุกมากขึ้น

รายละเอียดเพิ่มเติม

–  จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280×720 Pixels (HD 720p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 267 ppi) พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ปุ่มโฮม

–  ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit MediaTek MT6750 ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ ColorOS 3.0 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop)

–  หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 3 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB

–  ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE Cat4, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth

–  กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels (f/2.2) พร้อมกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels (f/2.0)

Vivo V3 / V3 Max

อีกค่ายที่เริ่มรุกตลาดเรื่องกล้องหน้าอย่าง vivo v3 แม้ว่าจะขายสักพักใหญ่ และมีราคาไม่แรงมาก แต่กล้องหน้าตัวนี้ให้มาก็ใช้เล่นและถ่ายภาพจัดว่าเนียนดีใช้ได้เลยสำหรับคนที่งบไม่สูงมากนัก

รายละเอียดเพิ่มเติม

–  จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920×1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง

–  ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Octa-Core Qualcomm MSM8976 Snapdragon 652 ความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 2.5 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop)

–  หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 4 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB

–  ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE Cat4, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth

–  กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels

Vivo V5

เพิ่งเปิดตัวและขายได้ไม่นาน กับมือถือรุ่น v5 ของ vivo ซึ่งเน้นเรื่องกล้องหน้ามากที่สุด โดยความละเอียดกล้องหน้าอยู่ที่ 20 ล้านพิกเซล พร้อมกับ Flash และมีฟีเจอร์ถ่ายภาพกล้องหน้าเนียนใช้ได้เลย และกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล เท่านี้ก็ใช้งานกล้องได้สบาย ๆ แล้ว

รายละเอียดเพิ่มเติม

–   หน้าจอ 5.5 นิ้ว IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280×720 Pixels

–   ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Octa-Core Qualcomm MSM8976 Snapdragon 652 ความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow)

–   กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิทัลด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 20 ล้าน Pixels

Huawei P9 Plus

สำหรับคนที่คิดว่า Huawei P9 Plus นั้นมีดีแค่กล้องหลัง Leica อย่างเดียว ขอบอกว่าผิดแล้ว เพราะกล้องหน้าของ P9 Plus นั้นแม้จะให้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล แต่สิ่งที่ดีกว่า P9 คือระบบ Auto Focus ดังนั้นการละลายหลังของกล้องหน้า P9 Plus ทำได้ดี จนเรียกว่าขา Selfie ลองจัดสักตัวก็ไม่เลว

รายละเอียดเพิ่มเติม

–  จอแสดงผลแบบ AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920×1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง

–  ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Octa-Core HiSilicon Kirin 955 ความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0 (Marshmallow)

–  หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 64 GB และ RAM ขนาด 4 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB

–  ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE Cat6, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC, Bluetooth หรือ Infrared

–  กล้องดิจิทัลแบบคู่ (Dual Camera) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 12+12 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels

Samsung Galaxy S7/S7 edge

ถ้าเอากล้องหน้าตัวท็อปของ Samsung คงต้องเป็น Galaxy S7 และ S7 edge แม้ความละเอียดกล้องจะ 5 ล้านพิกเซลเท่านั้น แต่มีรูรับแสง F1.7 ทำให้การ Selfie กลางคืนทำได้ดีไม่แพ้กับมือถือ Brand จีน และมี Beauty Mode ปรับได้แทบจะทุกรายละเอียดของหน้าคุณเลยก็ว่าได้

รายละเอียดเพิ่มเติม

–  จอแสดงผลแบบ Dual Edge Curved Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560×1440 Pixels (2K QHD : กว้าง 5.5 นิ้ว : 534 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU) แบบ Mali-T880 MP12 พร้อมรองรับ API กราฟิกแบบ Vulkan

–  ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Exynos 8 Octa 8890 ความเร็วในการประมวลผล 2.3 GHz (ซีพียู Quad-Core Exynos M1 Mongoose 2.3 GHz และซีพียู Quad-Core Cortex-A53 1.6 GHz) พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0 (Marshmallow)

–  หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB หรือ 64 GB และ RAM ขนาด 4 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 200 GB

–  ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC, MST, Bluetooth และ ANT+

–  กล้องดิจิทัลตัวหลักแบบ Dual Pixel ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 12 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels

iPhone 7 / iPhone 7 Plus

สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จัดว่ามีกล้องหน้าที่ดีขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าจะเพิ่มความละเอียดเป็น 7 ล้านพิกเซล และรูรับแสงแค่ F2.4 อยู่ก็จริง แต่ว่า ระบบกันสั่นใส่เข้ามาด้วย อาจจะช่วยลดการสั่นได้แต่ไม่ได้มากมายอะไร ให้คุณถ่ายภาพ Selfie ได้ดีกว่ารุ่นเดิมแบบชัดเจน

รายละเอียดเพิ่มเติม (iPhone 7 Plus)

–  จอแสดงผลแบบ Retina HD Display LED-Backlit (IPS) ความละเอียด 1920×1080 Pixels (กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมตัวเครื่องมีคุณสมบัติในการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น ที่ระดับ IP67 และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Touch ID) ในตัว

–  ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Apple A10 Fusion พร้อมหน่วยประมวลผล M10 motion coprocessor และระบบปฏิบัติการ iOS 10

–  หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB, 128 GB หรือ 256 GB และ RAM ขนาด 3 GB

–  ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE Cat9, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth

–  กล้องดิจิทัลแบบ Dual Lens Camera (เลนส์ Wide-Angle และ Telephoto) ความละเอียดระดับ 12 ล้าน Pixels พร้อมระบบ 2x Optical Zoom และกล้องดิจิทัล FaceTime HD ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 7 ล้าน Pixels


“สำหรับชาวสุราษฎร์ธานี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สุราษฎร์ธานี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สุราษฎร์ธานี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎