Apple ออกโฆษณา One Night โชว์ภาพถ่าย iPhone 7 จากช่างภาพใน 15 เมือง 6 ประเทศ

shot_on_iphone_7_nightApple ได้ออกโฆษณาในชุด Shot on iPhone 7 เพิ่มมาอีกตัว ในเรื่อง “One Night” ซึ่งในชุดนี้จะเป็นการเน้นโชว์ความสามารถในการถ่ายภาพกลางคืนด้วยกล้องของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ทาง Apple ได้คัดเลือกภาพถ่ายและวิดีโอจากช่างภาพจำนวน 16 คนจาก 15 เมืองใน 6 ประเทศทั่วโลกเพื่อนำภาพถ่ายมาใช้ในโฆษณาชุดนี้

ก่อนหน้านี้ Apple ได้พยายามโชว์ความสามารถของกล้อง iPhone 7 ด้วยโฆษณาต่าง ๆ รวมถึงในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาก็ยังได้มีการจัดกิจกรรมเวิร์กชอปการถ่ายภาพกลางคืนด้่วย iPhone 7 ในประเทศจีนและฮ่องกงที่เต็มไปด้วยโคมไฟในเทศกาลตรุษจีน

  • iPhone 7 มีกล้องหลังมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.8 เลนส์ 6 ชิ้น
  • iPhone 7 Plus มีกล้องหลัง 2 ตัวความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เลนส์ 6 ชิ้นเหมือนกัน โดยจะมีเลนส์ Wide (f/1.8) และ Tele (f/2.8)

iphone_7_photo_night

ซึ่งจะเห็นว่ารูรับแสง หรือค่า f นั้นกว้างขึ้นกว่า iPhone 6s ซึ่งเดิมที่เลนส์ iPhone 6s จะมีเลนส์เพียง 5 ชิ้น และมีค่า f/2.2 และการที่แอปเปิลได้ปรับปรุงเลนส์กล้องหลัง iPhone 7 มีถึง 6 เลนส์ และ f/1.8 จะทำให้เราสามารถถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น สว่างขึ้นกว่าเดิมถึง 50% และ Apple ยังไงได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการประมวลผลภาพ ในการกดชัตเตอร์ 1 ครั้งนั้น iPhone 7 ของเราจะเริ่มตั้งแต่ตรวจจับใบหน้า, ปรับความสว่าง, โฟกัส, ปรับ White Blance, ตรวจวัดสี, ทำโทน, ลด Noise และนำภาพทั้งหมดมารวมกันเป็นภาพเดียว ทำให้ภาพที่ได้ ดูสวย สมจริง สีไม่ผิดเพี้ยน เหมือนตาเรามองเห็น


“สำหรับชาวพิจิตร ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ พิจิตร ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO พิจิตร ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

รู้หรือไม่? ครั้งหนึ่งความลับ iPhone รุ่นแรกเกือบรั่วไหล

รู้หรือไม่? ครั้งหนึ่งความลับ iPhone รุ่นแรกเกือบรั่วไหลรู้หรือไม่? ครั้งหนึ่งความลับ iPhone รุ่นแรกเกือบรั่วไหล เมื่อพนักงานระดับสูงของ Apple เผลอทำตัวต้นแบบหายuntitled-10เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา นับว่าเป็นการครบรอบ 10 ปีหลังจากที่ Steve Jobs ได้เผยโฉม iPhone รุ่นแรกสู่สายตาชาวโลกในงาน MacWorld 2007 ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา ทาง Apple ก็ได้พัฒนาต่อยอด iPhone มาเรื่อยๆ จนถึง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มือถือเรือธงรุ่นปัจจุบัน

แต่รู้หรือไม่ว่า กว่าจะมาเป็น iPhone รุ่นแรกนั้นมีเบื้องหลังที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะครั้งหนึ่ง Apple อาจเกือบเสียความลับของบริษัท หลังพนักงานรายหนึ่งพลาดทำ iPhone รุ่นแรกที่ขณะนั้นยังเป็นตัวต้นแบบหล่นหาย แถมผู้ที่ทำพลาดครั้งนี้ ยังเป็นถึงบุคลากรระดับสูงของ Apple อีกด้วยimg_1484122842_4706899c1534

Tony Fadell

เรื่องราวดังกล่าวมาจากบทสัมภาษณ์ของ Tony Fadell อดีตผู้อำนวยการอาสุโวแผนกผลิตภัณฑ์ iPod จาก Apple ที่ได้เปิดเผยผ่านทางสำนักข่าว BBC เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา โดยต้นเหตุของเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อตัวเขาเองได้นำ iPhone ตัวต้นแบบติดตัวไปด้วยขณะเดินทาง แต่เมื่อลงมาจากเครื่องบินกลับพบว่า iPhone กลับไม่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาแล้ว ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องดีแน่ เนื่องจาก Steve Jobs เคยพูดกับ Fadell เอาไว้ว่า “iPhone เป็นความลับสุดยอด หากใครเผยข้อมูลให้ชาวโลกได้รับทราบโดยทั่วกัน จะถูกไล่ออกจากบริษัท”img_1484123487_0909816c1fb1Fadell พยายามเดินกลับไปยังจุดต่างๆ ที่เขาได้เคยผ่านมา พร้อมกับครุ่นคิดว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้บ้าง? แต่การค้นหา iPhone ให้เจอในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก เพราะเมื่อ Fadell ได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยเหลือในการหานวัตกรรมที่หายไปในครั้งนี้ เขากลับไม่สามารถบอกเจ้าหน้าที่ได้เลยว่ากำลังหาอะไรอยู่กันแน่ เพราะโปรเจ็กต์ดังกล่าวเป็นความลับขั้นสูงสุดของบริษัทนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เคราะห์ดีที่โชคยังพอเข้าข้าง Fadell อยู่บ้าง เพราะหลังจากทำการค้นหาเป็นระยะเวลาถึง 2 ชั่วโมง เขาได้พบ iPhone ตัวต้นแบบที่ได้ทำหายไปสำเร็จ โดยมันหล่นออกมาจากกระเป๋ากางเกง และไปติดอยู่บริเวณช่องว่างระหว่างเก้าอี้ ทำให้ความลับของ iPhone รุ่นแรกยังคงอยู่กับ Apple ต่อไป

นอกเหนือจากเรื่องราววุ่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นแล้ว Fadell ยังได้เล่าถึงเรื่องราวอันน่าสนใจเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนา iPhone ตัวต้นแบบ เพราะเริ่มแรกนั้น Apple เคยทดลองนำแผง click-wheel ที่อยู่บน iPod มาใช้งานกับ iPhone ซึ่งดูๆ แล้วคล้ายคลึงกับโทรศัพท์ในยุค 60s ที่มีแป้นหมุนตัวเลขเลยทีเดียว แต่ Fadell บอกว่า ไอเดียดังกล่าวมันไม่เวิร์คเท่าไหร่ เนื่องจากใช้งานได้ค่อนข้างยาก หลังจากนั้นคอนเซ็ปท์ดังกล่าวก็ถูกถอดถอนไปในเวลาต่อมาimg_1484123529_802470262bf1ในเรื่องของระบบทัชสกรีนที่เน้นการใช้นิ้วมือเพียงอย่างเดียวบน iPhone รุ่นแรก เรียกว่ามีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่องจาก Steve Jobs เคยระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า iPhone ไม่จำเป็นต้องใช้งาน Stylus เพราะใช้แค่นิ้วมือของเราก็เพียงพอแล้ว แต่ Fadell กลับไม่คิดเช่นนั้น พร้อมบอกกับทีมงานให้พัฒนาตัวเครื่องให้รองรับการใช้งาน Stylus อยู่ดี โดยพวกเขารู้ว่า พวกเขาคิดถูก ถึงแม้ว่า Steve Jobs อยากให้ใช้แค่เพียงนิ้วมือก็ตาม นอกจากนี้เขายังเชื่อว่า ซักวันหนึ่งคุณก็ต้องการปากกา Stylus อยู่ดี โดยการพัฒนาครั้งนี้ Fadell ได้แอบทำแบบลับๆ ไม่ให้ Steve Jobs ได้รับรู้ อย่างไรก็ดี iPhone รุ่นแรกนั้นก็ยังคงพื้นฐานการใช้งานด้วยนิ้วมือแบบเต็มรูปแบบเช่นเดิม

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนจะมาเป็น iPhone รุ่นแรกที่สร้างความฮือฮาให้แก่ผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า iPhone 8 ภายในปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และจะกลับมาเขย่าวงการมือถือได้อีกครั้งหรือไม่


“สำหรับชาวบุรีรัมย์ ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ บุรีรัมย์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO บุรีรัมย์ ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

iFixit จัดอันดับมือถือซ่อมง่ายประจำปี 2016 แชมป์คือ LG G5

iFixit จัดอันดับมือถือซ่อมง่ายประจำปี 2016 แชมป์คือ LG G5เว็บไซต์ iFixit จัดอันดับ “สมาร์ทโฟนซ่อมง่าย” ในรอบปี 2016 แชมป์ตกเป็นของ LG G5 ที่ได้คะแนนซ่อมง่ายไป 8/10 ด้วยเหตุผลว่าสามารถถอดแบตได้เอง และชิ้นส่วนต่างๆ แยกโมดูลกันอย่างชัดเจน

อันดับที่เหลือได้แก่

  • Google Pixel และ iPhone 7 / 7 Plus ได้คะแนน 7/10 เท่ากัน
  • iPhone SE ได้คะแนน 6/10
  • Galaxy Note 7 ได้คะแนน 4/10
  • Galaxy S7 / S7 Edge ได้คะแนน 3/10

iFixit ให้ความเห็นว่าในอดีต สมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy ของซัมซุงถือว่าซ่อมง่าย แต่ช่วงหลังถูกออกแบบให้หน้าตาสวยงาม ซึ่งต้องแลกมาด้วยการใช้กาวติด คะแนนซ่อมง่ายจึงตกลงอย่างน่าเสียดาย


“สำหรับชาวสกลนคร ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สกลนคร ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สกลนคร ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

6 มือถือกล้องหน้าดี จนสาวไทยต้องรีบคว้าไว้ให้มั่น

6 มือถือกล้องหน้าดี จนสาวไทยต้องรีบคว้าไว้ให้มั่นสำหรับการเลือกซื้อมือถือที่ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องรูปแบบการใช้งานของแต่ละคนมากกว่าแต่ถ้าสำหรับสาวไทยบางคนนั้นกล้องหน้าคือเรื่องที่ต้องเลือกเป็นลำดับต้น ๆ วันนี้ได้รวมมือถือที่กล้องหน้าชนิดต้องจับตามองให้ดีมาฝากกัน จะมีรุ่นอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

OPPO F1s

เริ่มจากค่ายมือถือที่เน้นกระแสการ Selfie อย่าง OPPO F1s ซึ่งรุ่นนี้มีดีที่กล้องหน้าจริงแม้ความละเอียดที่ 16 ล้านพิกเซลจัดว่าเยอะในระดับแถวหน้าและการใส่ Software Beautify 4.0 ทำให้แต่งหน้าได้อย่างสะดวก พร้อมลูกเล่นทั้ง Gesture ที่ทำให้คุณถ่ายภาพกล้องหน้าได้สนุกมากขึ้น

รายละเอียดเพิ่มเติม

–  จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280×720 Pixels (HD 720p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 267 ppi) พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ปุ่มโฮม

–  ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit MediaTek MT6750 ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ ColorOS 3.0 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop)

–  หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 3 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB

–  ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE Cat4, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth

–  กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels (f/2.2) พร้อมกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels (f/2.0)

Vivo V3 / V3 Max

อีกค่ายที่เริ่มรุกตลาดเรื่องกล้องหน้าอย่าง vivo v3 แม้ว่าจะขายสักพักใหญ่ และมีราคาไม่แรงมาก แต่กล้องหน้าตัวนี้ให้มาก็ใช้เล่นและถ่ายภาพจัดว่าเนียนดีใช้ได้เลยสำหรับคนที่งบไม่สูงมากนัก

รายละเอียดเพิ่มเติม

–  จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920×1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง

–  ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Octa-Core Qualcomm MSM8976 Snapdragon 652 ความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 2.5 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop)

–  หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 4 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB

–  ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE Cat4, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth

–  กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels

Vivo V5

เพิ่งเปิดตัวและขายได้ไม่นาน กับมือถือรุ่น v5 ของ vivo ซึ่งเน้นเรื่องกล้องหน้ามากที่สุด โดยความละเอียดกล้องหน้าอยู่ที่ 20 ล้านพิกเซล พร้อมกับ Flash และมีฟีเจอร์ถ่ายภาพกล้องหน้าเนียนใช้ได้เลย และกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล เท่านี้ก็ใช้งานกล้องได้สบาย ๆ แล้ว

รายละเอียดเพิ่มเติม

–   หน้าจอ 5.5 นิ้ว IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280×720 Pixels

–   ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Octa-Core Qualcomm MSM8976 Snapdragon 652 ความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow)

–   กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิทัลด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 20 ล้าน Pixels

Huawei P9 Plus

สำหรับคนที่คิดว่า Huawei P9 Plus นั้นมีดีแค่กล้องหลัง Leica อย่างเดียว ขอบอกว่าผิดแล้ว เพราะกล้องหน้าของ P9 Plus นั้นแม้จะให้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล แต่สิ่งที่ดีกว่า P9 คือระบบ Auto Focus ดังนั้นการละลายหลังของกล้องหน้า P9 Plus ทำได้ดี จนเรียกว่าขา Selfie ลองจัดสักตัวก็ไม่เลว

รายละเอียดเพิ่มเติม

–  จอแสดงผลแบบ AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920×1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง

–  ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Octa-Core HiSilicon Kirin 955 ความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0 (Marshmallow)

–  หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 64 GB และ RAM ขนาด 4 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB

–  ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE Cat6, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC, Bluetooth หรือ Infrared

–  กล้องดิจิทัลแบบคู่ (Dual Camera) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 12+12 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels

Samsung Galaxy S7/S7 edge

ถ้าเอากล้องหน้าตัวท็อปของ Samsung คงต้องเป็น Galaxy S7 และ S7 edge แม้ความละเอียดกล้องจะ 5 ล้านพิกเซลเท่านั้น แต่มีรูรับแสง F1.7 ทำให้การ Selfie กลางคืนทำได้ดีไม่แพ้กับมือถือ Brand จีน และมี Beauty Mode ปรับได้แทบจะทุกรายละเอียดของหน้าคุณเลยก็ว่าได้

รายละเอียดเพิ่มเติม

–  จอแสดงผลแบบ Dual Edge Curved Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560×1440 Pixels (2K QHD : กว้าง 5.5 นิ้ว : 534 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU) แบบ Mali-T880 MP12 พร้อมรองรับ API กราฟิกแบบ Vulkan

–  ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Exynos 8 Octa 8890 ความเร็วในการประมวลผล 2.3 GHz (ซีพียู Quad-Core Exynos M1 Mongoose 2.3 GHz และซีพียู Quad-Core Cortex-A53 1.6 GHz) พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0 (Marshmallow)

–  หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB หรือ 64 GB และ RAM ขนาด 4 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 200 GB

–  ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC, MST, Bluetooth และ ANT+

–  กล้องดิจิทัลตัวหลักแบบ Dual Pixel ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 12 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels

iPhone 7 / iPhone 7 Plus

สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จัดว่ามีกล้องหน้าที่ดีขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าจะเพิ่มความละเอียดเป็น 7 ล้านพิกเซล และรูรับแสงแค่ F2.4 อยู่ก็จริง แต่ว่า ระบบกันสั่นใส่เข้ามาด้วย อาจจะช่วยลดการสั่นได้แต่ไม่ได้มากมายอะไร ให้คุณถ่ายภาพ Selfie ได้ดีกว่ารุ่นเดิมแบบชัดเจน

รายละเอียดเพิ่มเติม (iPhone 7 Plus)

–  จอแสดงผลแบบ Retina HD Display LED-Backlit (IPS) ความละเอียด 1920×1080 Pixels (กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมตัวเครื่องมีคุณสมบัติในการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น ที่ระดับ IP67 และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Touch ID) ในตัว

–  ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Apple A10 Fusion พร้อมหน่วยประมวลผล M10 motion coprocessor และระบบปฏิบัติการ iOS 10

–  หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB, 128 GB หรือ 256 GB และ RAM ขนาด 3 GB

–  ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE Cat9, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth

–  กล้องดิจิทัลแบบ Dual Lens Camera (เลนส์ Wide-Angle และ Telephoto) ความละเอียดระดับ 12 ล้าน Pixels พร้อมระบบ 2x Optical Zoom และกล้องดิจิทัล FaceTime HD ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 7 ล้าน Pixels


“สำหรับชาวสุราษฎร์ธานี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สุราษฎร์ธานี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สุราษฎร์ธานี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

สุภาพสตรีรายหนึ่ง โน้มน้าวใจแฟนทั้ง 20 คนของนางซื้อ iPhone 7 ให้ ก่อนขายและนำไปซื้อบ้าน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ iphone 7

กำลังเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์จีน ทั้ง Tian Ya Yi Du และ Weibo ว่า มีสุภาพสตรีรายหนึ่งโน้มน้าวใจให้แฟนทั้ง 20 คนของนางซื้อ iPhone 7 ให้ จากนั้นก็นำเครื่องทั้งหมดไปขายที่ร้านรีไซเคิลโทรศัพท์ Hui Shou Bao เป็นเงินกว่า 115,010 หยวน เพื่อนำไปซื้อบ้านย่านชานเมือง ซึ่งในอีกมิติวงการอสังหาริมทรัพย์ของจีนก็มีแนวโน้มราคาสูงขึ้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ iphone 7

ชาวอินเทอร์เน็ตต่างวิพากษ์ออกไปหลายแนวถึงข่าวนี้ บางก็บอกว่าเป็นข่าวกุจากร้านรับซื้อ บ้างก็วิพากษ์วิถีการครองรักของสุภาพสตรีรายนี้ บ้างก็อยากได้วิธีมีแฟนแบบนาง ซึ่ง BBC ยืนยันว่าร้านรับซื้อโทรศัพท์ 20 เครื่องนี้จริงในราคาเครื่องละ 5,750 หยวน (ประมาณ 29,800 บาท) และสุภาพสตรีรายนี้ก็ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์กับทุกสื่อ


“สำหรับชาวเชียงราย” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ เชียงราย ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO เชียงราย ด้วยทีมงานมืออาชีพ

Apple อาจจะใช้ชื่อหูฟัง Bluetooth รุ่นใหม่ว่า “AirPods”

airpods

หลังจากที่ข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 7 ที่คาดจะถูกตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ออก จนทำให้มีข่าวลือออกมาว่า แอปเปิลอาจจะซุ่มพัฒนาหูฟังบลูทูธรุ่นใหม่ เพื่อให้ใช้งานกับ iPhone 7 อยู่ หรือแอปเปิลอาจจะทำการดัดแปลงหูฟัง EarPods หูฟังรุ่นปัจจุบันที่แถมมาในกล่องไอโฟน ซึ่งจะเปลี่ยนจากพอร์ต 3.5 มม. เป็นพอร์ต Lightning แทน

ล่าสุดได้มีข่าวลือว่า แอปเปิลอาจจะใช้ชื่อหูฟังบลูทูธนี้ว่า “AirPods” โดยแหล่งข่าวรายงานว่า แอปเปิลได้แอบจดชื่อเครื่องหมายการค้าในสหรัฐนี้ไว้แล้ว โดยตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบอยู่

อย่างไรก็ตามคนที่ขอยื่นและขอจดชื่อ AirPods นี้มีชื่อว่า Jonathan Brown ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัทลูกของแอปเปิล เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ว่าแอปเปิลเป็นคนขอยื่นจดสิทธิบัตรนี้เอง

brown_sig_eif_airpods

ซึ่งก่อนหน้านั้น แอปเปิลก็เคยแบบนี้แล้วเช่นกัน ซึ่งตอนนั้นก็จดเครื่องหมายการค้าในชื่อ iPad, CarPlay รวมไปถึง iWatch ด้วย ถึงแม้ชื่อ iWatch จะไม่ได้ใช้ในการตั้งชื่อจริง ๆ แต่แอปเปิลก็จะจดช่ือที่เกี่ยวข้อง สัมพันธ์กับสินค้าที่จะออกไว้แทบทั้งหมดแล้ว

ถ้าแอปเปิลได้ทำหูฟังบลูทูธขึ้นมาจริง ๆ แอปเปิลก็คงไม่แถมมาให้ในกล่องไอโฟนทุกกล่อง เนื่องจากหูฟังบลูทูธมีต้นทุนที่สูงกว่าหูฟังแบบสายพอสมคร ทำให้แอปเปิลอาจจะขายแยก เหมือน Apple Pencil ที่ใช้กับ iPad Pro

สำหรับวันเปิดตัว iPhone 7 คาดว่าน่าจะช่วงประมาณต้นเดือนกันยายนนี้ ซึ่งต้องคอยดูว่าแอปเปิลจะมีหูฟังบลูทูธเปิดตัวหรือไม่ หรือว่าจะผลักดันให้ไปซื้อหูฟัง Beats แทน

ที่มา – MacRumors