เปิดคลิปคำสารภาพโชเฟอร์โหด เผยนาทีเหยื่อสาวร้องขอชีวิต ก่อนลากไปกระทืบซ้ำจนแน่นิ่ง

จากกรณีนายวัชรินทร์ ประทุมพร อายุ 37 ปี โชเฟอร์รถโดยสารปรับอากาศ ป2 ก่อคดีโหดปล้นฆ่านางบุญเพ็ง ปัญโญ อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสารคนเดียวในรถแล้วทิ้งศพต.นาสีนวล อ.พยัคฆ ภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม เหตุเกิดวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาล่าสุดวันที่ 30 ส.ค. ตำรวจสภ.วาปีปทุม สามารถจับกุมตัวนายวัชรินทร์ได้ที่กระท่อมกลางทุ่งนา ท้ายหมู่บ้านจอกขวาง ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจับกุมตัวได้ ตำรวจได้คุมตัวนายวัชรินทร์ไปสอบปากคำที่สภ.วาปีปทุม ทันทีที่นายวัชรินทร์เห็นนางสมศรี ผู้เป็นแม่ ก็ร่ำไห้โผเข้ากอดทันที โดยนายวัชรินทร์ได้ก้มลงกราบแม่ บอกว่าสำนึกผิดที่ได้กระทำลงไปแล้ว พร้อมที่จะรับโทษชดใช้กรรมที่ทำไป นางสมศรีร้องไห้กล่าวว่า ลูกทำไมต้องฆ่าเขา แม่มีลูกคนเดียว มีอะไรทำไมไม่บอกแม่ ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีกี่เดือนจึงจะได้พบลูกอีก ขอให้ลูกหลังพ้นโทษออกมาก็ขอให้ลูกกลับตัวกลับใจเป็นคนดีของแม่ของพ่อ  เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.สุรศักดิ์ นาถวิล พ.ต.อ.ดร.บรรพต เทพพานิช รองผบก.มหาสารคาม พ.ต.อ.ณัฐชัย คงบุญ ผกก.สภ.พยัคฆภูมิพิสัย นำตัวนายวัชรินทร์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่รถโดยสารสายร้อยเอ็ด-บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นรถคันเกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาได้ชี้จุดที่ทำร้ายนางบุญเพ็งบนรถเริ่มจากชกเข้าที่ใบหน้า 1 ครั้งจนผู้ตายสลบ จากนั้นก็ขับรถต่อมาเรื่อยๆ พอผู้ตายฟื้นและส่งเสียงร้องขอให้ปล่อยตัว จึงได้ใช้ค้อนเคาะยางรถตีเข้าที่ศรีษะจนแน่นิ่งใจจนคิดว่าเสียชีวิตแล้ว  จึงได้ขับรถเข้ามาทางหมู่บ้านหนองผือ ต.นาสีนวล อ.พยัคฆภูมิพิสัย ผ่านหมู่บ้านดงบาก-บ้านเหล่าน้อย เพื่อที่จะนำศพมาทิ้ง จากนั้นรถเกิดติดหล่มไม่สามารถไปต่อไป นายวัชรินทร์ให้การว่า ขณะนั้นนางบุญเพ็งยังพอมีสติ ได้ร้องขอชีวิต ตนจึงได้ลากผู้ตายลงจากรถไปยังกลางทุ่งนา ห่างจากรถประมาณ 20 เมตร ก่อนทำร้ายร่างกายด้วยการกระทืบซ้ำจนแน่นิ่งไป  จากนั้นก็ได้หลบหนีไป

พ.ต.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ ซึ่งผู้ต้องหามีประวัติใช้ยาเสพติด ก่อนเกิดเหตุรับสารภาพว่าเสพยามาด้วย ทำให้ก่อเหตุขึ้น ซึ่งทรัพย์สินที่ได้ไปมีสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และสร้อยข้อมือหนัก 1 บาท ส่วนเงินสดและแหวนทองคำยังคงอยู่ จากการลงพื้นที่หาข่าวและทำงานอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.วาปีปทุม และสภ.พยัคฆภูมิพิสัย ทำให้สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

เร่งเครื่องแซงไม่พ้น ตู้หักหลบพลิกคว่ำ วงแหวนกาญจนาฯ เจ็บ 9

โชเฟอร์หญิงวัย 42 ขับรถตู้รับญาติผู้ใหญ่-เด็ก รวมคนขับ 11 ราย ทานข้าวร้านอาหาร ย่าน พระสมุทรเจดีย์ ขากลับใช้ทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก พยายามเร่งเครื่องแซงเก๋งอีกคัน ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำ บาดเจ็บ 9 ราย …

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 29 พ.ค.59 เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางด่วน รับแจ้งเหตุ รถตู้พลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) เลยด่านช้างสามเศียรประมาณ 50 เมตร ฝั่งมุ่งหน้าด่านบางแก้ว ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ

บริเวณช่องทางขวาสุดพบรถตู้โตโยต้า คอมมูเตอร์ สีบรอนซ์ ฮบ 8373 กรุงเทพฯ สภาพพลิกตะแคงขวา กระจกหน้าหลังและประตูแตก หน้ารถพังเสียหาย ส่วนผู้บาดเจ็บซึ่งนั่งมาในรถทั้งหมด ถูกหามส่ง รพ.เปาโลเมโมเรียลสมุทรปราการ 9 คน โดยทั้งหมดมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ห่างไปประมาณ 50 เมตร พบ รถเก๋ง มาสด้าสีขาว หมายเลขทะเบียน ฌจ 3143 กรุงเทพฯ จอดอยู่

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

สอบถามนางเครือวัลย์ ทรัพย์ประเสริฐ อายุ 42 ปี คนขับรถตู้ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขับรถไปรับญาติ เป็นผู้ใหญ่ 7 คน เด็ก 4 คน รวมตัวเองซึ่งเป็นคนขับ ไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่าน อ.พระสมุทรเจดีย์ หลังจากทานเสร็จ จึงได้ขับรถกลับโดยใช้ทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก เพื่อไปส่งทั้งหมดที่บ้านพัก เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ โดยวิ่งมาตามเลนกลาง มาถึงที่เกิดเหตุระหว่างที่ได้เร่งเครื่องแซงรถเก๋งมาสด้า สีขาว ซึ่งอยู่เลนขวาได้ รถเกิดแฉลบเข้ามา ตนจึงได้หักหลบ ก่อนที่รถจะเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน ส่วนที่เหลือปลอดภัยดี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ทัวร์ ‘กทม.-อุบลฯ’ เสียหลักพลิกคว่ำ เจ็บ 15 สาหัส 3 อ้างสิบล้อตัดหน้า

รถทัวร์ กทม.-อุบลฯ เสียหลักพลิกคว่ำ มีผู้บาดเจ็บ 15 สาหัส 3 ราย คนขับอ้าง หักหลบรถพ่วงกลับรถตัดหน้ากะทันหัน เร่งเคลียร์ย้ายพ้นกีดขวางจราจร พร้อมนำโชเฟอร์ ตรวจแอลกอฮอล์ สอบสาเหตุ ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย …

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 59 พ.ต.ท.วันชัย ไชยรักษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เขื่องใน รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 อุบลราชธานีว่ามีอุบัติเหตุ รถทัวร์โดยสาร อุบลฯ-กรุงเทพฯ เสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณจุดกลับรถ กม.52 ถนนแจ้งสนิท ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย หลังรับแจ้งจึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยเขื่องใน กู้ชีพโรงพยาบาลเขื่องใน กู้ชีพบ้านกอก และกู้ชีพใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือที่เกิดเหตุ เป็นถนน 4 เลน ห่างจากจุดกลับรถบ้านกอกประมาณ 100 เมตร พบรถโดยสารสาธารณะสีฟ้า สายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ทะเบียน 10-1830 มหาสารคาม หมายเลขข้างรถ 25-35 ของบริษัทอุบลทัวร์พลิกคว่ำขวางถนนแจ้งสนิท ขาเข้าเมืองอุบลราชธานี 1 ช่องทางจราจร ทราบชื่อคนขับ นายอาทิตย์ ภวภูตานนท์ อายุ 40 ปี ชาว ต.กลาง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด พบผู้บาดเจ็บจำนวน 15 คน เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลเขื่องใน บาดเจ็บสาหัส 3 คน ได้แก่ นางภูษณิศา กิติกุลดภคิน อายุ 40 ปี นายสมพงษ์ จันปุ่ม อายุ 50 ปี นายแดง ถึงแสง อายุ 75 ปี แพทย์ส่งตัวรักษาต่อ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานีสอบสวนนายอาทิตย์ ให้การว่า ตนเองและพนักงานขับรถมือ 1 ขับรถออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา จนมาถึงจังหวัดนครราชสีมา พนักงานขับรถมือหนึ่งได้เปลี่ยนกับตน จนมาถึงที่เกิดเหตุเป็นจุดกลับรถ มีรถ 10 ล้อพ่วง ได้กลับรถตัดหน้า ตนพยายามที่จะตีไฟให้หยุดแต่ก็ไม่ทัน จึงหักหลบออกทางด้านซ้ายเมื่อรถตกถนนจึงหักพวงมาลัย เพื่อให้ขึ้นถนนอีกที แต่รถเสียการทรงตัวจึงทำให้พลิกคว่ำ ขวางถนนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นพลเมืองดี โทรแจ้ง 191 ขอความช่วยเหลือ และนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งนำตัวนายอาทิตย์ไปตรวจสอบหาระดับแอลกอฮอล์ในร่างกาย ก่อนที่จะทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงภายหลัง ด้านรถทัวร์ที่กีดขวางการจราจรทางเจ้าหน้าที่พยายามติดต่อรถเครนมาทำการกู้ซาก แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากต้องใช้รถเครนที่มีขนาดใหญ่ถึง 2 ตัว ประกอบกับวันนี้เป็นวันหยุด การประสานงานจึงไปด้วยความล่าช้า

ที่มา>>>Thairath