บุกจับแก๊งยาคาบ้าน!! น้องเขยนายอำเภอ ขยายผลรวบหัวโจกเครือข่าย‘เขาบิน’ขุดรอบบ้านอึ้ง

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 6 ก.พ. 60 ร.ท.ณรงค์ สลับศรี ร.ต.แมนธีระพันธ์  จีนนางรอง เจ้าหน้าที่ทหารปตอ.พัน.2 นายเสริมวิทย์ สมบัติ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอคลองหลวง ที่ 2 กว่า 20 นาย ได้ทำการบุกเข้าจับกุม นายสรรเพชร สร้อยธรรมมา อายุ 45 ปี ผู้จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง ซึ่งสามารถจับกุม พร้อมด้วย ยาบ้า จำนวน 59 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ภายในบ้าน หมู่ที่ 13 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของนายวิชัย บุญมี นายอำเภอบ้านนา จ.นครนายก โดยนายสรรเพรช มีศักดิ์เป็นน้องเขยนายวิชัย นายอำเภอบ้านนาเจ้าหน้าที่ได้ให้นายสรรเพรช โทรสั่งยาไอซ์ จำนวน 10 กรัม เป็นเงินจำนวน 10,200 บาท โดยนัดส่งยาที่หน้าบ้านพัก ภายในซอยไอยรา 12 ต่อมาได้มีรถ จยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นรถเป้าหมาย เข้ามาส่งยาไอซ์ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับตัวนายพิชัย ฉิมช้าง อายุ 23 ปี พร้อมยาไอซ์ จำนวน 10 กรัม โดยอ้างว่าตนเป็นเพียงเด็กส่งยา และแจ้งกับ จนท. ว่ายาไอซ์ จำนวน 10 กรัม เป็นของ นายจักรพันธุ์ หรือ บาส ภู่ทิพย์ อายุ 27 ปี จนท. จึงได้นำนายพิชัย ไปหานายจักรพันธุ์ ที่บ้านของนายยืนยง หรือ เต้ ลาภโชติไพศาล อายุ 25 ปี (เอเย่นต์รายใหญ่ในพื้นที่ อ.คลองหลวง)จนท. จึงได้วางแผนเข้าจับกุม โดยปิดล้อมบ้านเลขที่ 5/13 ม.15 ถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายยืนยง เอเยนต์ยาบ้า โดยในระหว่างเข้าจับกุมกลุ่มเอเย่นต์ ได้พยายามหลบหนี แต่ จนท. สามารถจับกุมได้ทั้งหมด มีจำนวน 3 ราย คือ นายยืนยง หรือ เต้ ลาภโชติไพศาล อายุ 25 ปี , นายจักรพันธุ์ หรือ บาส ภู่ทิพย์ อายุ 27 ปี และนายอานนท์ หรือ ยุ่ง ก๊ำคนตรง อายุ 28 ปี โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนั้น นายบาสได้โยนยาไอซ์ทิ้งไปที่บริเวณหลังบ้าน จำนวนมาก พร้อมอุปกรณ์การเสพ นอกจากนี้ยังพบยาบ้าอยู่ที่ตัวนายอานนท์ จากการตรวจสอบโดยรอบบ้านพบว่ามียาบ้าถูกขุดหลุมฝังกลบไว้จำนวนหลายจุด พบของกลางรวมกว่า 12,000 เม็ด พร้อมด้วยเศษผงอีกจำนวนหนึ่ง
จากการสอบถาม นายยืนยง หรือ เต้ ลาภโชติไพศาล อายุ 25 ปี กล่าวว่า ยาบ้าทั้งหมด ตนรับมาจากผู้ต้องขังในเรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี ชื่อ โต้ง เป็นคนจัดการ โดยการโทรศัพท์ผ่านคนกลางซึ่งเป็นผู้หญิงชื่อหนิง และจะนำยามาวางไว้ให้ตามหลักกิโลเมตร ก่อนที่จะโทรสั่งให้นำยาไปส่งให้ลูกค้ารายย่อยอีกครั้ง ซึ่งตนจะได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 50,000 บาท ซึ่งหลังจากรับยามาแล้วก็จะนำมาฝังดินไว้ด้านหลังบ้าน จนถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมได้ดังกล่าวด้าน ร.ต.แมนธีระพันธ์ จีนนางรอง เจ้าหน้าที่ทหารปตอ.พัน.2 กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง ได้ติดตามผู้ค้ารายนี้มานานกว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่เข้าทำการตรวจสอบจะไม่สามารถตรวจค้นยาได้เลย ซึ่งในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาจะนำยามาซุกซ่อนโดยการฝังดินไว้ เมื่อบุกเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ จึงสามารถตรวจยึดยาบ้าได้ ซึ่งในเบื้องต้นทำบันทึกพร้อมส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อแจ้งข้อหา มียาเสพติดใหโทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดแค้นเพื่อนแอบเป็นกิ๊กกับแฟน หนุ่มคว้าปืนยิงไม่ยั้งดับสยองคาร้านอาหาร

 เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. พ.ต.ท.ปิยพงษ์ วงศ์เกตุใจ สารวัตร (สอบสวน) สภ.บานโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในร้านอาหาร ริมถนนสายโคกสูง-ไผ่สามเกาะ หมู่ที่ 2 บ้านสระสี่มุม ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก. พ.ต.ท.สรายุทธ บุรีวชิระ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สุภาชัย สูงทรัพย์ไพศาล สว.สส. กำลังชุดสืบสวน และมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากยืนมุงอยู่โดยรอบร้านผัดไทย พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบริเวณภายในร้านข้างโต๊ะม้าหิน พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมา นายสมพร หรือ ต้น ชื่นขำ อายุ 23 ปี บ้านอยู่หมู่ที่ 5 ต.เขาขลุง ในสภาพถูกยิงเข้าที่มือ ลำตัว และต้นขา รวม 7 นัด ห่างออกไปพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 8 ปลอก และหัวกระสุนอีกจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่าคือนายไกรวิช หรือ เต๋า แก้วบรรจงกิจ อายุ 23 ปี บ้านอยู่หมู่ที่ 8 บ้านโคกสูง ต.หนองปลาหมอ ซึ่งหลังก่อเหตุหลบหนีไป สอบสวนทราบว่า นายสมพรทำงานเป็นพนักงานโรงงานเซรามิกแห่งหนึ่ง ซึ่งในวันนี้หยุดงาน จึงมานั่งอยู่ภายในร้านดังกล่าวซึ่งเป็นร้านของเพื่อน ต่อมาประมาณ 10 นาที ขณะที่นายสมพรกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่นั่น นายไกรวิชเดินเข้ามาหาพร้อมกับอาวุธปืน จากนั้นเอ่ยปากถามว่า “อยากจะมีเรื่องเหรอ อยากตายใช่มั๊ย” นายสมพรจึงตอบกลับไปว่า “ไม่อยากมี” ทันใดนั้น นายไกรวิชก็ยกปืนขึ้นมาแล้วกระหน่ำยิงใส่นายสมพรไม่ยั้ง จนนายสมพรล้มลงกับพื้นเสียชีวิต จากนั้น นายไกรวิชก็หลบหนีไป ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า ปมสังหารในครั้งนี้เกิดจากเหตุชู้สาว เนื่องจากนายสมพร และนายไกรวิช รู้จักกันตั้งแต่สมัยถูกจับอยู่ในเรือนจำ ต่อมานายสมพรพ้นโทษออกมาเมื่อ 2 ปีก่อน แต่กลับเข้ามาพัวพันอยู่กับแฟนสาวของนายไกรวิช จนกระทั่งนายไกรวิชพ้นโทษเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แล้วทราบข่าวถึงความสัมพันธ์ของคนทั้ง 2 จึงสร้างความเจ็บแค้นใจที่ถูกเพื่อนหักหลัง กระทั่งทนไม่ไหว ตัดสินใจพกปืนเดินเข้าไปเหนี่ยวไกสังหารระบายความแค้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งทีมสืบสวนเร่งออกตามล่าตัวนายไกรวิชตามสถานที่ต่างๆ ที่คาดว่าจะหลบหนี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผูกคอหนีผิด! นักโทษเมียนมา ฆ่าทุบหัวผู้คุม

นักโทษชายเมียนมา ก่อเหตุค้อนทุบหัวผู้คุมเสียชีวิต ผูกคอตายในเรือนจำแม่สอด จ.ตาก คาดหนีผิด …

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 พ.ต.ท.ชาญวิทย์ สำแดงเดช สารวัตร(สอบสวน) สภ.แม่สอด รับแจ้งจากเรือนจำอำเภอแม่สอด ว่ามีนักโทษแขวนคอเสียชีวิต จึงรุดไปสอบสวนพร้อมด้วยอัยการจังหวัดแม่สอด แพทย์เวรโรงพยาบาลแม่สอด และฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด

ส่วนผู้แขวนคอเสียชีวิตทราบชื่อ นายจ่อมิ ไม่มีนามสกุล อายุ 31 ปี ชาวเมียนมาเป็นผู้ต้องโทษเข้ามาในเรือนจำเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2558 ในข้อหาพยายามฆ่าศาลตัดสินจำคุก 10 ปี 5 เดือน ทั้งนี้ นายจ่อมิ ได้ก่อเหตุทำร้ายนายมงคลชัย นาควรรณ ผู้คุมเรือนจำแม่สอด เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยก่อนเกิดเหตุนายมงคลชัยเข้าเวรดึก เดินตรวจความเรียบร้อยตามปกติมาถึงเรือนนอนชาย จู่ๆ นายจ่อมิ ถือค้อนคลุมด้วยผ้า ทุบเข้าที่หัวนายมงคลชัย หลายครั้ง จนล้มลง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายจ่อมิ และนำตัวนายมงคลชัยส่งโรงพยาบาลแม่สอด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งตำรวจคาดว่านายจ่อมิแขวนคอตายเนื่องจากกลัวความผิดที่ได้ก่อขึ้น

ที่มา>>>Thairath