สะดุ้ง! ตร.เจอเป็ดห้อยท้ายเก๋งชนท้ายรถคันหน้า ชาวโซเชี่ยลแชร์-ฮาสนั่น

วันที่ 7 ก.พ. เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ของจีนรายงานว่า เกิดเหตุรถชนบนท้องถนนที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน เมื่อตำรวจจราจรรุดมาตรวจสอบพบว่า รถอเนกประสงค์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี พุ่งชนท้ายรถเก๋งอีกคันแต่ตำรวจต้องตกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่า รถคันต้นเหตุมีเป็ด 2 ตัว ยัดใส่ถุงพลาสติก 2 ใบ ที่หนีบห้อยท้ายกับฝากระโปรงหลังรถ โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ รวมทั้งเป็ดอีก 4 ชีวิต ที่อย่างน้อยก็มีโอกาสกลับถึงบ้าน

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต่างล้อเลียนกันว่า สงสัยคนขับรถชนเพราะรีบกลับบ้านไปทำเมนูเป็ดปักกิ่งจนใจจะขาด
ก่อนหน้านี้ มีภาพถ่ายคล้ายคลึงจนแชร์สนั่นโซเชี่ยลมีเดียจีนช่วงปลายเทศกาลตรุษจีน แถมดูหนักกว่าคือมีไก่ถูกมัดอยู่บนกระโปรงหลังรถด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึกจยย.ซิ่งแข่งกัน!! กระบะเปลี่ยนเลนชนโครม หนุ่มหัวฟาดไถลกระเด็น(คลิป)

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 23 มกราคม ร.ต.อ.กันตพัฒน์ ชาวดอน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์กระบะ บริเวณหน้าโชว์รูมมาสด้า ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง สมุทรปราการ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่บนถนนศรีนครินทร์ ขาออก หลักกิโลเมตรที่ 19 ที่กลางถนน พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย อายุประมาณ 20 ปี นอนหมดสติอยู่กลางถนน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรีบนำส่งโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล สมุทรปราการ ห่างออกไปไม่ไกลพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน กกบ 875 สมุทรปราการ มีรอยถลอกรอบคัน ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ นิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ฒฬ 3771 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ข้างทาง บริเวณบังโคลนล้อหลังด้านซ้ายหลุดและถลอกจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้ารถของนายศักรินทร์ นิลสีทอง อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นคนเห็นเหตุการณ์ พบว่า รถจักรยานยนต์ 2 คัน ได้ขับขี่มาด้วยความเร็ว ก่อนที่รถกระบะนาวาร่า จะเปิดไฟเลี้ยวแล้วหักออกมากะทันหัน ทำให้รถจักรยานยนต์คันแรก หักหลบได้ทัน ส่วนคันที่สองได้เบรกจนเสียหลัก ทำให้ท้ายปัดไปชนช่วงล้อหลังฝั่งซ้าย ก่อนที่รถจักรยานยนต์คันที่สอง จะไถลไปกับพื้นพร้อมประกายไฟ ส่วนคนเจ็บไถลไปอีกทาง

จากการสอบถามนายศักรินทร์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถอยู่เลนกลาง รถกระบะนาวาร่า ขับอยู่เลนขวาด้านหน้ารถของตน ก่อนจะมีรถจักรยานยนต์ 2 คัน แซงขวารถของตนไปด้วยความเร็ว จู่ๆ รถกระบะนาวาร่า ได้เปิดไฟเลี้ยวแล้วหักรถออกมาเลนกลางกะทันหัน รถจักรยานยนต์คันแรกหักหลบไปได้ ส่วนรถของผู้ได้รับบาดเจ็บได้แตะเบรกก่อนที่ท้ายรถจักรยานยนต์จะไปชนเข้าที่ด้านท้ายฝั่งซ้ายของรถกระบะนาวาร่า เข้าอย่างแรง จนทั้งคนทั้งรถล้มฟาดและรถไถลไปกับพื้นถนนคนละทิศคนละทาง ตนจึงได้จอดรถข้างทาง ก่อนรีบลงมาดูคนเจ็บ พร้อมโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บน่าจะขับขี่รถจักรยานยนต์มาในลักษณะแข่งขันกันอย่างเร็ว พอมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกระบะซึ่งไม่ทันระวัง ได้เปิดไฟเลี้ยวพร้อมเปลี่ยนเลนออกมากะทันหัน โดยไม่ทันระวัง จึงให้รถจักรยานยนต์คันแรกหักหลบไปได้พ้น ส่วนคันของผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้เหยียบเบรกจนท้ายปัดพุ่งไปชนตรงช่วงล้อหลังซ้ายดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการเชิญตัวคนขับรถกระบะ ไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผู้โดยสารร้องลั่น!รถตู้โรงเกลือฝ่าไฟแดงแยกสระแก้ว ชน10ล้อชาวลาวสาหัส 11 ราย หวิดดับยกคัน

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 11 ม.ค. ร.ต.อ.กิตติพัฒน์ คำนนท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสระแก้ว ได้รับแจ้งทางวิทยุจากมูลนิธิสว่างสระแก้ว ว่าที่บริเวณสามแยกไฟแดง ใกล้กับโรงเรียนไฮเทคสระแก้ว ต.ท่าเกษม อ.เมือง จังหวัดสระแก้ว เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารฝ่าไฟแดง ชนกับรถบรรทุกมีผู้ได้รับบาดเจ็บและติดภายในหลายราย ขอให้มาดำเนินการด้วย พอได้รับแจ้งเหตุแล้ว จึงได้รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสาร ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 14-9560 กรุงเทพมหานคร วิ่งสายโรงเกลือ-กรุงเทพฯ ประสานงากับรถบรรทุก ยี่ห้อฮีโน สีขาว ทะเบียน 81-1395 สระแก้ว โดยมีจนท.กู้ภัยสว่างสระแก้ว ลำเลียงคนเจ็บออกจากซากรถตู้โตโยต้า สภาพด้านหน้าพังยับเยิน โดยมีนายคาน กาทอง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 19 ต.บัวโคก อ.ทุ่งตู จ.สุรินทร์ เป็นคนขับรถตู้คันดังกล่าว และผู้โดยสารชาวลาว 11 คน ถูกนำตัวส่งยังโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างดูแลของแพทย์และพยาบาลสำหรับผู้โดยสารชาวลาวนั้น มีหนังสือเดินทางทุกคน ประกอบด้วย 1.นายบุญปอม สีลีอาน อายุ 18 ปี 2.ดญ.อายุ 2 ขวบ 3.นางอุงสวรรค์ วรสาน อายุ 32 ปี 4.นายเว็นโฮน จันนิวน อายุ 28 ปี 5.น.ส.บัวเอียม บอนนิสาน อายุ 38 ปี 6.นส.บัวคำ ภักดี อายุ 26 ปี 7.นายเวียนเกรย์ เซนสอน อายุ 31 ปี 8.น.ส.นิคอนบี เซียนฮิ อายุ 30 ปี 9.น.ส.สา จันทวงศ์ อายุ 20 ปี 10.น.ส.บัวสอน อายุ 31 ปี และ 11.น.ส.ทอนบาง กอยกังซี อายุ 19 ปี

นายทวาย บัวพา อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 282 หมู่ 3 ต.หนองตะเคียนบอน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เป็นคนขับรถบรรทุกอ้อย กล่าวว่า ตนได้ขับรถบรรทุกหลังไปลงอ้อยแล้ว ก็ขับรถบรรทุกกลับบ้านพัก พอมาถึงเกิดเหตุเป็นสามแยกไฟแดงและติดไฟแดงอยู่ ต่อมาด้านของตนมีไฟเขียวแสดงขึ้นมา ตนก็กำลังออกรถแต่จู่ๆ ก็มีรถตู้ขับฝ่าไฟแดงขึ้นมา และก็ทำให้เกิดเหตุชนประสานงากันดังกล่าว ซึ่งเป็นรถตู้โดยสารมาจากกรุงเทพฯ จะไปที่ตลาดโรงเกลือ คนขับจึงพุ่งเข้าชนอย่างเต็มแรงทำคนขับรถตู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมด้วยผู้โดยสารชาวลาวดังกล่าว

ด้าน น.ส.สา จันทวงศ์ ชาวลาว ที่มากับรถตู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย กล่าวว่า ตนมาจากกรุงเทพๆขึ้นรถตู้โดยทั้งหมดจะมาต่อพาสปอร์ตที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ ซึ่งเสียค่าโดยสารประมาณ 1,000 บาท พอมาถึงที่เกิดเหตุ ก็ตกใจเพราะได้ยินเสียงดังสนั่น พอมาดูพบว่ารถตู้โดยสารที่ตนนั่งมาฝ่าไฟแดงไปชนกับรถบรรทุก ทำให้พวกตนที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัสไปตามๆกัน

ร.ต.อ.กิตติพัฒน์ คำนนท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสระแก้ว กล่าวว่า สำหรับการเกิดเหตุในครั้งเนื่องคนขับรถตู้ได้ขับรถโดยสารประมาท และขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดผ่าไฟแดงชนประสานงากับรถบรรทุกทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จึงฝากเตือนผู้ประกอบการรถตู้ให้กำชับคนขับรถตู้ให้เคารพกฎจราจรอุบัติเหตุก็จะไม่เกิดขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! รถทหารไปช่วยงานตักบาตรเทโวฯ เสียหลักหมุนฟาดถนน พลทหารดับต่อหน้าเพื่อนสุดเศร้า

เมื่อเวลา 05.45 น. วันที่ 17 ต.ค. ร.ต.อ.รณกร สังข์ภิรมย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกทหารเสียหลักมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษม ฝั่งตรงข้ามทางเข้าวัดลาดหญ้าแพรก ขาเข้าเมืองนครปฐม ต.หนองดินแดง อ.เมืองนครปฐม หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวร รพ.ศูนย์นครปฐม เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม

ที่เกิดเหตุ พลทหารจำนวนมากยืนอยู่ในจุดเกิดเหตุ พบรถบรรทุกอีซูซุ FTS สีเขียวเข้ม จอดอยู่ข้างทาง ที่หลังรถ พบศพพลทหารสิทธิการ เจริญพันธ์ อายุ 22 ปี พลทหารจากกองพันทหารช่างที่ 9 ค่ายสุรสีห์ กาญจนบุรี สภาพศพศีรษะแตก ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ทราบชื่อต่อมา คือ พลทหารชนะพล มีบาดแผลศีรษะแตก แพทย์ทำการช่วยเหลือ201610170752293-20090121143059จากการสอบถามพลทหารธีระพงษ์ แก้วเขียว อายุ 22 ปี เพื่อนทหารที่นั่งมาด้วยกัน เปิดเผยว่า ได้ขึ้นรถบรรทุกอีซูซุ FTS มาจากกองพันทหารช่างที่ 9 ค่ายสุรสีห์ กาญจนบุรี โดยนั่งมาในรถ มีพลทหารทั้งหมดรวม 16 คน มุ่งหน้าไปช่วยงานตักบาตรเทโวโรหณะที่วัดไร่ขิงพระอารามหลวง อ.สามพราน จ.นครปฐม ขณะที่กำลังเดินทางมานั้น ฝนได้ตกลงมาตลอดทาง เมื่อมาถึงที่เกิดถนนลื่น ทำให้รถเสียหลัก เหวี่ยงหมุนเข้ากับข้างถนน ด้วยแรงเหวี่ยงทำให้พลทหารสิทธิการ ผู้ตาย และ พลทหารชนะพล ผู้บาดเจ็บ ซึ่งนั่งหลับอยู่บนรถและนั่งอยู่ริมนอกสุด ไม่สามารถบังคับตัวเองได้ ศีรษะกระแทกเหล็กอย่างแรงจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

อีกแค่ 1 กิโลจะถึงบ้านอยู่แล้ว! เก๋งแซงไม่พ้น-ชนสิบล้อตายยกคัน 4 ศพ แม่เห็นศพร่ำไห้เป็นลม

เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 2 ก.ย. ร.ต.อ.ทรงกลด อุปฮาด รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุก 10 ล้อชนกับรถเก๋งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ในพื้นที่ ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.นครพนม กู้ชีพ อบต.บ้านผึ้ง กู้ภัยนครพนม และเจ้าหน้าที่ ปภ.นครพนมOLYMPUS DIGITAL CAMERAที่เกิดเหตุบนถนนหมายเลข 22 สายนครพนม ฝั่งขาออกตัวเมือง บ.หนองหญ้าไซ หมู่ 7 หลัก ก.ม.ที่ 213-214 หน้าบริษัท บุญทะพานฟาร์ม จำกัด พบรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้อฮีโน ทะเบียน 70-0808 นครพนม ตกคลองริมถนนดังกล่าว พบกระจังหน้ารถหลุดออก ด้านข้างตัวรถเขียนระบุบรรทุกพืชผลทางการเกษตร และมีสติ๊กเกอร์รูปโดเรม่อนบินติดอยู่ ส่วนคนขับเปิดประตูรถหลบหนีไปในความมืดOLYMPUS DIGITAL CAMERAใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กบ 9914 เชียงใหม่ สภาพกระจังหน้ารถพังหม้อน้ำแตก กระจกแตกละเอียดสภาพยับเยินทั้งคัน จอดแน่นิ่งริมไหล่ทางท้ายเกยกับต้นประดู่ ในซากรถพบศพนายวิวัฒน์ ต้นปรึกษา คนขับ เบาะข้างคนขับพบศพนางมัททนียา บุญมาวงษา เบาะหลังคนขับพบศพนายพิษณุ พรมมาลุน อายุ 27 ปี และน.ส.ยุธิดา เพ็งที อายุ 29 ปี สภาพศพทั้ง 4 รายเสียชีวิตคาที่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลังเกิดเหตุโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องประสานเครื่องตัดถ่างจาก ปภ.นครพนม และเทศบาลเมืองนครพนม มาช่วยงัดร่างออกอย่างทุกลักทุเล ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถลำเลียงศพผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถได้ทั้งหมด

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกพ่วง 10 ล้อออกจากตัวเมืองนครพนม ขณะมาถึงที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้าที่มีนายวิวัฒน์เป็นคนขับแซงรถคันอื่นที่วิ่งมา แต่หลบเข้าช่องจราจรตัวเองไม่ทัน ก่อนจะถึงบ้านแค่ 1 กิโลเมตรเศษ กระทั่งชนประสานงากับรถพ่วงเข้าอย่างจังเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเกิดเหตุเป็นเนินประกอบกับมืดมาก และช่องจราจรแคบ อีกทั้งไม่มีไฟส่องสว่าง โดยหลังเกิดเหตุได้มีนางคำแปลง พรมมาลุน อายุ 48 ปี ชาว บ.ด่านเก่า ได้มาพบเห็นศพนายพิษณุ บุตรชายที่เจ้าหน้าที่กู้ศพออกจากซากรถเป็นรายแรก ได้ร้องห่มร้องไห้ปิ่มใจจะขาด โดยมีน้องชายผู้ตายมาโอบกอดศพก่อนหน้านี้ เป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็น

ที่มา>>>ข่าวสด

เป็นไปแล้ว!! รถตู้พุ่งชนเครื่องบิน ผู้โดยสาร 295 ชีวิตระทึก วงจรปิดจับภาพชัด (คลิป)

เว็บไซต์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานเหตุการณ์ที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง โดยพบว่าเกิดอุบัติเหตุรถตู้ที่ประจำอยู่ภายในลานจอดเข้าชนกับเครื่องบินสายการบินดราก้อนแอร์ โดยภาพวงจรปิดเผยให้เห็นนาทีสำคัญ ที่รถตู้พุ่งเข้าชนบริเวณปีกและเครื่องยนต์ของเครื่องบินดราก้อนแอร์ เที่ยวบิน KA691 เส้นทางฮ่องกง-ปีนัง ซึ่งมีผู้โดยสาร 295 อยู่บนเครื่อง โดยคาดว่ารถตู้พยายามวนรถลอดใต้เครื่องบิน แต่เครื่องบินก็ได้ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังรันเวย์ รถตู้ได้หักเลี้ยวและชนเข้ากับปีก ในขณะที่เครื่องบินยังคงเคลื่อนต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งพนักงานภาคพื้นดินรีบวิ่งไปส่งสัญญาณเครื่องบินจอดหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รีบเข้ามาช่วยนำตัวคนขับที่ติดอยู่ในรถตู้ และส่งไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลแล้ว ฝ่ายผู้โดยสารบนเครื่องบินและลูกเรือทั้งหมดไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ขณะที่สายการบินได้นำผู้โดยสารทั้งหมดเดินทางไปยังจุดหมายด้วยเครื่องบินลำอื่นแทน ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุและนำตัวคนขับรถตู้ตรวจหาแอลกอฮอล์รวมทั้งสารพิษ และปัญหาสุขภาพอื่น

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดเฮี้ยน!! ช่างหนุ่มคอหักดับ-ขุดตะเคียนร้อยปี ชาวบ้านเชื่ออาถรรพ์-เห็นน้ำสีเลือด

 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 ก.ย. นายสมพร ปัจฉิมเพชร นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก น.ส.รัตนา เส้งรอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ด่านสิงขร ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบฯ ว่า เกิดอุบัติเหตุรถแบ็กโฮทับช่างก่อสร้างเสียชีวิตขณะขุดตอม่อเสาเข็มและตอต้นตะเคียนที่จมน้ำอายุกว่า 100 ปี เพื่อเปิดช่องทางท่อระบายน้ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงพร้อมด้วย ร.ต.นพพร สนธิวงค์ หัวหน้าทหารชุด ชปส.1211 กอรมน.ภาค 1 ส่วนแยก 2 หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก และชุด พฐ.ภูธรประจวบฯ ร.ต.อ.อามร เพชรด้วง พงส.สภ.คลองวาฬ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ หน่วยกู้ชีพ อบต.คลองวาฬ เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและร่วมตรวจชันสูตร พบเป็นบริเวณอ่างเก็บน้ำไร่เคราติดกับตลาดนัด 2 แผ่นดินชายแดนไทย-พม่าบ้านด่านสิงขร ม.6 ต.คลองวาฬ อ.เมือง ประจวบฯ ผู้เสียชีวิต คือ นายสมบูรณ์ บุญแก้ อายุ 43 ปี อยู่หมู่ 6 ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร สวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล นอนเสียชีวิตอยู่ ในสภาพคอหัก นอนหงายติดกับเสาปูน ห่างจากตอไม้ตะเคียนอายุกว่า 100 ปี เพียง 3 เมตร ที่เสาปูนและบุ้งกี๋รถแบกโฮมีคราบเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและนำศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลประจวบฯ โดยนายธวัชชัย วงอริยวัฒน์ ช่างวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้พยายามขุดตอต้นตะเคียนขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในอ่างมานาน ที่กีดขวางปิดทางเข้า-ออกของท่อระบายน้ำตลาดด่านสิงขร  แต่ยังไม่สำเร็จ เนื่องจากมีรากที่ยาวใหญ่มั่นคงแข็งแรง จึงได้มาทำการตัดยอดเสาปูนก่อน เพื่อจะขยับรถเข้าไปใกล้ จะได้มีกำลังยก ซึ่งในขณะที่นายสมบูรณ์กำลังใช้แก๊สตัดเหล็กที่เสาปูน คนขับรถแบ็กโฮได้ใช้บุ้งกี๋ของรถช่วยโยกเสาปูนให้ขาดออกจากกัน แต่เกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อเกิดแรงกระแทกเข้ากับตัวนายสมบูรณ์จนไปติดกับเสาปูนเสียชีวิตคาที่ สำหรับชาวบ้านในพื้นที่คลองวาฬ ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงอาถรรพ์ของเจ้าแม่ตะเคียนทองต้นนี้ไปต่างๆ นานา ว่าเป็นการเซ่นสังเวยด้วยชีวิตหรือไม่ เนื่องจากขณะที่ขุดตอตะเคียนน้ำที่ซึมออกมาจากใต้ดินโดยรอบตอไม้เป็นสีแดงคล้ายสีเลือด ซึ่งต่างจากสีน้ำในอ่างที่มีอยู่ อีกทั้งการขุดต้นตะเคียนในครั้งนี้ อาจไม่ได้ทำพิธีเซ่นไหว้ศาลเจ้าแม่ตะเคียน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจพบว่า ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองสิงขร เป็นศาลเก่าแก่ ตั้งอยู่บริเวณหน้าตลาดนัดด่านสิงขร และตั้งมานานก่อนที่จะเกิดเป็นตลาดนัด เป็นที่เคารพบูชาของชาวเมียนมาและชาวไทย ที่มีการเดินทางเข้าออกบ้านมูด่อง เมืองมะริดกับบ้านด่านสิงขร โดยมีการนำชุดแต่งกายผ้าไหมสำหรับสุภาพสตรี ทั้งชุดไทย ชุดพม่า ไปถวายพร้อมดอกไม้ พวงมาลัย มีแท่นรองรับธูปเทียนในการบูชา ขอพร ซึ่งชาวบ้านสิงขรมีความเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำด่านสิงขร

ที่มา>>>ข่าวสด

อาลัย”หมอส้ม”เสียชีวิตอย่างสงบ โซเชียลระดมช่วย โพสต์สุดท้ายซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ

จากโลกโซเชียลได้แชร์เรื่องราวของ หมอส้ม พญ. สุพัตรา ผาระกัน ผ่านเพจ  คุณหมออมยิ้ม เพื่อขอน้ำใจ ชาวเน็ต ช่วยเหลือคุณหมอผู้มีอนาคตไกล เป็นกำลังสำคัญของครอบครัว ความประพฤติดี ตั้งใจเรียนและทำงาน แต่ถูกมะเร็งร้ายเล่นงาน ซึ่งเรื่องราวของ หมอส้ม พญ.สุพัตรา ผาระกัน นั้นเป็นที่สะเทือนใจชาวเน็ต โดยพ่อแม่คุณหมอนั้น เป็นชาวไร่ชาวนาที่กัดฟันส่งลูกเรียนหมอ โชคร้ายน้องชายมาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ เธอจึงเป็นความหวังเดียวของพ่อแม่ เธอเรียนจนจบ ความประพฤติดี ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน หวังจะให้พ่อแม่ได้พึ่ง แต่กลับป่วยเป็นมะเร็ง ครอบครัวกำลังลำบาก จึงเป็นเหตุให้เพื่อนๆ ออกมาเปิดเผยเรื่องราวเพื่อระดมทุนช่วยเหลือคุณหมอ และเรื่องราวของคุณหมอนั้น ความทราบถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ แม้จะทรงพระประชวรอยู่ ก็ได้มีรับสั่ง รับ หมอส้ม เป็น ผู้ป่วยในพระอนุเคราะห์โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ก.ย. พญ.สุพัตรา ผาระกัน เสียชีวิตลงอย่างสงบ ท่ามกลางความอาลัยของเพื่อนๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋ดับ 3 ศพกระบะกลับจากดูคอนเสิร์ตพลิกคว่ำพุ่งชนบ้านสาหัสอีก 5 สยองที่หล่มสัก

 เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 22 ก.ค. พ.ต.ต.มิตร พุทธา พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำถนนสายสระบุรี-หล่มสัก ฝั่งขาล่อง บริเวณหน้าร้านเจ๊โส หมู่ที่ 12 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงพร้อมด้วยอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสัก รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว ทะเบียน บว9595 เพชรบูรณ์ พลิกคว่ำอยู่ข้างทาง สภาพพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บกระเด็นออกมานอนเกลื่อนอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ และยังมีบางส่วนติดอยู่ภายในซากรถ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสักจึงได้ช่วยกันใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างออกมา พบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุคือนายเลิศศักดิ์ สิทธิใจ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/1 ม.4 ต.ปากดุก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ส่วนอีก 7 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก แต่ต่อมามีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวอีก 2 รายได้แก่ นายนราวิชญ์ สาตุ่น อายุ 19 ปี และนายศักดิ์ชาย ขีดวัน อายุ 20 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 5 รายประกอบด้วย 1.นายวัชรัศนิ์ มาสี อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถ ขณะนี้อาการสาหัสนอนรักษาตัวอยู่ในห้อง ไอซียู 2.น.ส.ทิพานัน โพธิคำ อายุ 25 ปี 3.นายปรมินทร์ สุขตะโก อายุ 27 ปี 4.นายปิยวัฒน์ ภัคดี อายุ 20 ปี และ 5.น.ส.ศิรินภา คันธิราช อายุ 21 ปี จากการสอบสวนทราบว่าทั้งหมดกลับมาจากการชมคอนเสิร์ตคอกเทลเบียร์ช้าง ในเขตอำเภอหล่มสักก่อนเกิดเหตุเดินทางกลับบ้าน โดยมีนายวัชรัศนิ์ เป็นคนขับรถคันเกิดเหตุ โดยชาวบ้านให้การว่าขับมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุอาจจะเกิดอาการหลับในหรืออาจจะขับรถหลบสิ่งกีดขวาง รถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง พลิกหลายตลบและพุ่งชนบ้านเรือนของชาวบ้าน ที่อยู่ข้างทางทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด