สะดุ้ง! ตร.เจอเป็ดห้อยท้ายเก๋งชนท้ายรถคันหน้า ชาวโซเชี่ยลแชร์-ฮาสนั่น

วันที่ 7 ก.พ. เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ของจีนรายงานว่า เกิดเหตุรถชนบนท้องถนนที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน เมื่อตำรวจจราจรรุดมาตรวจสอบพบว่า รถอเนกประสงค์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี พุ่งชนท้ายรถเก๋งอีกคันแต่ตำรวจต้องตกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่า รถคันต้นเหตุมีเป็ด 2 ตัว ยัดใส่ถุงพลาสติก 2 ใบ ที่หนีบห้อยท้ายกับฝากระโปรงหลังรถ โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ รวมทั้งเป็ดอีก 4 ชีวิต ที่อย่างน้อยก็มีโอกาสกลับถึงบ้าน

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต่างล้อเลียนกันว่า สงสัยคนขับรถชนเพราะรีบกลับบ้านไปทำเมนูเป็ดปักกิ่งจนใจจะขาด
ก่อนหน้านี้ มีภาพถ่ายคล้ายคลึงจนแชร์สนั่นโซเชี่ยลมีเดียจีนช่วงปลายเทศกาลตรุษจีน แถมดูหนักกว่าคือมีไก่ถูกมัดอยู่บนกระโปรงหลังรถด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

เด็กน้อยก้มกราบพระบาท ในหลวง เติบโตเป็นข้าราชการ จะขอจงรักภักดีตลอดไป

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้เผยแพร่เอกสารข่าว พร้อมภาพถ่ายของเด็กน้อยที่กำลังก้มกราบพระบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีการเผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์ในขณะนี้ โดยเอกสารข่าวระบุว่า หลายคนอาจได้เคยเห็นภาพในโลกออนไลน์ ภาพของเด็กน้อยคนหนึ่งก้มลงกราบพระบาท ที่มีการแชร์กันอย่างมากมาย
เอกสารข่าวระบุต่อว่า เด็กน้อยผู้ก้มกราบพระบาทในวันนั้น คือ นายพยุงศักดิ์ กาฬมิค ข้าราชการใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ภาค 4 จ.สงขลา สังกัดหน่วยงานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นบุคลากรที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ ความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

นายพยุงศักดิ์ กล่าวถึงความปลื้มปิติใจในครั้งนั้นว่า ตนเกิดในครอบครัวทหาร ตอนเด็กพักอาศัยอยู่ในค่ายอิงคยุทธบริหาร ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสนามบินบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และเป็นสถานที่เฝ้ารอรับเสด็จในวันนั้น โดยคุณแม่จะพาไปรับเสด็จทุกครั้งที่มีโอกาส การถวายความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ครอบครัวของทหารให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง วันรุ่งขึ้นหลังจากการรับเสด็จหนังสือพิมพ์ได้ลงข่าวพร้อมภาพถ่ายนี้ ซึ่งแม่ของตนได้ตัดภาพดังกล่าวใส่กรอบเก็บไว้บูชาเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ครอบครัว ต่อมาปี 2549 ได้มีการแชร์ภาพถ่ายดังกล่าวทางอินเตอร์เน็ต และหนังสือพิมพ์ข่าวสด ได้ลงภาพก้มกราบพระบาทอีกครั้ง รวมทั้งมีการตามหาบุคคลในภาพ

นายพยุงศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดย จ.ปัตตานี และนายจตุรงค์ ปัญญาดิลก ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ได้ประสานมาเพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับภาพถ่ายดังกล่าว จึงทำให้มีโอกาสเข้าร่วมงานนิทรรศการเฉลิมฉลอง 60 ปีครองราชย์ของในหลวง201610211147381-20150129150635“การได้ก้มกราบพระบาทในหลวงในครั้งนั้น ถือได้ว่าเป็นมงคลสูงสุดต่อตนเองและครอบครัว และเมื่อทุกครั้งที่เห็นภาพนี้เสมือนเป็นการสัญญากับพระองค์ท่านว่าข้าพเจ้าจะถวายความจงรักภักดี และจะทำความดีถวายพระองค์ตลอดไป”นายพยุงศักดิ์ กล่าว

นายพยุงศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การปฏิบัติหน้าที่ราชการในวันนี้เพื่อสนองเบื้องพระยุคลบาทอย่างไรนั้น ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานคุ้มครองสิทธิฯ ภาค 4 กรมคุ้มครองสิทธิฯ ซึ่งถือเป็นความโชคดีของตน เพราะงานที่ทำอยู่เป็นการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความเป็นธรรมตามสิทธิที่อันพึงมีพึงได้ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมสิทธิของประชาชน การเยียวยาผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม การคุ้มครองพยาน ในคดีอาญา และการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ในการทำงานราชการนั้น ตนถือว่าความรับผิดชอบต่อหน้าที่ก็คือความรับผิดชอบต่อประชาชน ต่อหน่วยงาน ต่อผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นหลักของการปฏิบัติงาน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อสังคมส่วนรวมและประเทศชาติ

ที่มา>>>ข่าวสด