ไฟเผาวอด 3 ชั้นร้านข้าวต้มเก่าย่านปทุมวันกลางดึก คาดไฟฟ้าลัดวงจร

 เมื่อเวลา 04.10 น. วันที่ 23 ก.ค. ร.ต.อ.พิชัย คำพุธ รอง สารวัตร (สอบสวน) สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ ถนนพระราม 6 ใกล้แยกจรัสเมือง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.ศรายุทธ บุญธรรม รอง ผกก.ป.สน.ปทุมวัน ตำรวจ สน.ปทุมวัน เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมประสานรถน้ำดับเพลิงจาก สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร จำนวน 5 คัน รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 3 ชั้น ปลูกติดกันหลายคูหา โดยหลังต้นเพลิงชั้นล่างเปิดเป็นร้านข้าวต้ม พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากด้านหลังร้าน ก่อนลุกลามไปยังคูหาข้างเคียงเลขที่ 16/17 จนทำให้เสียหายอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวอย่างรวดเร็วทั้ง 3 ชั้น ประกอบกับอาคารมีสภาพเก่าทรุดโทรมและทางเข้าคับแคบ ทางเจ้าจึงต้องลากสายยางระดมหัวฉีดน้ำ ใช้เวลากว่า 30 นาที เพลิงจึงสงบ โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน สอบสวน นายปริตต์ สุวรรณบุตร อายุ 27 ปี เจ้าของอาคารพาณิชย์คูหาที่ถูกไฟลุกลาม เล่าว่า ตนพักอาศัยกับเครือญาติ ในบ้านหลังดังกล่าวเกือบ 20 ชีวิต โดยก่อนเกิดเหตุตนออกไปทำงานแล้วแฟนสาวโทรศัพท์มาบอกว่ามีไฟไหม้ ตนจึงรีบกลับมาพบว่าไฟได้ลุกไหม้จากหลังร้านข้าวต้ม ซึ่งเป็นห้องเก็บของจนลุกลามมาบ้านของตน โชคยังดีที่ตนพาครอบครัวขนของมีค่าออกมาได้ก่อน แต่ก็เสียใจและตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นทางตำรวจสันนิษฐานสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวร้านอาหารต้นเพลิงได้ปิดไปแล้ว อีกทั้งร้านนี้ทำการประกอบอาหารด้านหน้าร้าน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต้องทำการสอบปากคำพยานแวดล้อม พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาทำการตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้ง ก่อนสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มเจ้าของร้านคอมฯสมุทรสาครถูกฆ่าถุงดำคลุมหัวดับสยอง!

เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น.ของวันที่ 26 มิ.ย. ร.ต.อ.รุ่งเรือง เฮ้งฮู้ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกฆาตรกรรมเสียชีวิตภายในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น เลขที่ 1400/92  ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร รักษาการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พ.ต.อ.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.สถิตย์ คงเนียม รองผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.พงษ์ศิริ เก่งนอก รองผกก.สส.สภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร โดยอาคารที่เกิดเหตุเป็นร้านขายและรับซ่อมคอมพิวเตอร์ ภายในพบศพเป็นชายนอนหงาย ศีรษะถูกคลุมด้วยถุงใส่ขยะสีดำแล้วรัดด้วยเชือกอย่างแน่นพิงกับกระจกใกล้ประตูทางเข้าออก ที่ข้อมือถูกเชือกฟางมัดไพล่หลัง และเท้าถูกสายไฟสีดำมัดเอาไว้ ร่างกายเริ่มเขียวคล้ำ ไม่มีบาดแผลอื่นใด ขณะที่ภายในห้องก็ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือ นายเลิศชัย สุขประเสริฐศิลป์ อายุ 43 ปี  ใกล้กันพบกระเป๋าเงินของผู้ตายถูกรื้อค้นมีบัตรเอทีเอ็มหายไป  2 ใบ ส่วนข้าวของภายในร้านและที่ลิ้นชักก็ถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย  จากการสอบถามนายธงชัย สุขประเสริฐศิลป์ อายุ 47 ปี พี่ชายของผู้ตาย ให้การในเบื้องต้นว่า นายเลิศชัยนั้นมาเช่าอาคารพาณิชย์หลังนี้ เปิดเป็นร้านคอมพิวเตอร์และรับติดตั้งซ่อมคอมพิวเตอร์ โดยปกติทุกวันน้องชายจะมาเปิดร้านเวลาประมาณ 13.00 น. แล้วก็จะปิดร้านกลับไปนอนบ้านทุกคืนเวลา 20.00 – 21.00 น. โดยน้องชายจะไม่ค่อยออกไปไหนมาไหน จะไปเฉพาะเวลาที่มีลูกค้าเรียกไปเท่านั้น แต่ก็จะมีคนพาไปเพราะน้องชายขับรถไม่เป็น โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาประมาณ 22.00น. ตนไม่เห็นน้องชายกลับมาบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดสังเกตมาก จึงขับรถมาดูที่หน้าร้าน ก็เห็นว่าประตูร้านปิดสนิทไม่มีใครอยู่ จึงไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าไปทำงานบ้านลูกค้า กระทั่งในช่วงเช้าน้องชายก็ยังไม่กลับเข้าบ้าน จึงได้ขับรถมาที่ร้านคอมพ์อีกครั้ง ประตูก็ยังปิดเหมือนเดิม เมื่อลองมองเข้าไปในร้านตามช่องเล็กๆ ของบานประตู ก็เห็นปลายเท้าน้องชายนอนอยู่กับพื้น จึงได้รีบไปลองดึงประตูขึ้น ซึ่งก็ปรากฏว่าไม่ได้ล๊อคอะไรไว้เลย เมื่อเปิดเข้าไปเห็นน้องชายถูกฆาตกรรมเสียชีวิต จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ส่วนสาเหตุนั้นตนเองก็ยังไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร เพราะน้องชายเป็นคนดี ก็ไม่เคยไปมีเรื่อง หรือมีปัญหากับใคร อีกทั้งยังไม่มีหนี้สินอันเนื่องมาจากการพนันใดๆ ทั้งสิ้น จึงไม่น่าจะเป็นสาเหตุของการฆาตรกรรมที่โหดร้ายเช่นนี้ได้

ส่วนทางด้านของ พ.ต.อ.ทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ก็กล่าวว่า เบื้องต้นคาดคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และเข้ามาเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ผู้ตายพยายามขัดขืนเลยถูกทำร้ายจนเสียชีวิต โดยจะเร่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งภายในร้าน จุดใกล้ที่เกิดเหตุและละแวกใกล้เคียงเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนิน การโดยเร็วที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

นักศึกษาปี 1 ม.หัวเฉียวนั่งกินเหล้ากับเพื่อนหน้าบ้านถูกยิง 4 นัด บาดเจ็บ!

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 18 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.อภิชาติ ศรีมาดี รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ  เหตุเกิดหน้าบ้านเลขที่ 222/153 ตรงข้ามเซเว่น สาขา หมู่บ้านลัลลี่วิว ซอยมังกรนาคดี ถนนเทพารักษ์ ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ต่อพงษ์ ตันตระวาณิชย์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.อ.ปรีชา เอี่ยมนุ้ย หัวหน้าพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.โสภณ  ภูนุช รอง ผกก.ป พ.ต.ท.นพดล ช่างเรือน สว.สส.ชุดสืบสวน เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์  3 ปลูกติดถนน ชั้นชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายของชำ บนพื้นปูนหน้าบ้านพบเพียงกองเลือดส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อนายชัยศิริ ยาห้องกาศ อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยิงเข้าบริเวณไหล่ซ้าย 1 นัด ไหลขวา 1 นัด หน้าทอง 1 นัด ฝ่ามือข้างขวา 1 นัด อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.แพรกษาใหม่  ได้หามคนเจ็บส่ง รพ.เปาโลเมโมเรียลสมุทรปราการก่อนตำรวจจะมาถึง ตรวจสอบบนโต๊ะกินข้าวซึ่งวางอยู่หน้าบ้านพบขวดเหล้าและโซดาวางกระจัดกระจายเกลื่อน  และยังพบกระสุน ขนาด .38 ตกอยู่ 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบถามนางสาว วรางคณางค์ แซ่ตั้ง อายุ 20 ปี เพื่อนของผู้บาดเจ็บ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุ นายชัยศิริ ได้นัดตนและเพื่อนชาย รวม 5 คน มานั่งดื่มกินกันอยู่บริเวณหน้าบ้าน กระทั้งตกดึก จึงได้แยกย้ายกันกลับ เหลือเพียง ตนและนายชัยศิริ นั่งกินอยู่สองคน ต่อมาระหว่างที่ตนและนายชัยศิริ นั่งคุยกันอยู่ จู่ๆ ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คนสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ ขี่รถจักรยานยต์ฮอนด้าคลิกสีขาวไม่ทราบทะเบียน มาจอดหน้าบ้าน ก่อนที่คนซ้อนท้ายจำได้ว่าสวมเสื้อคลุมแขนยาวสีเทา ได้ก้าวลงมาจากรถ พร้อมกับชักอาวุธปืนลั่นไกใส่นายชัยศิริ จำนวน 4 นัด จนนายชัยศิริ ล้มตึงจากเก้าอี้ แต่นายชัยศิริยังใจแข็งกัดฟันพยุงร่างตัวเอง หนีเข้าไปหลบในบ้าน ส่วนคนร้ายหลังลงมือได้ขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อนที่ติดเครื่องรออยู่และขับหลบหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว หลังได้สติตนจึงได้ขึ้นไปเรียกน้องชาย นายชัยศิริ ซึ่งนอนพักอยู่บนบ้านลงมาช่วยเหลือ และแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่มุ่งเน้นไปเรื่องปัญหาเลาะวิวาท เนื่องจากผู้บาดเจ็บเคยเรียนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย มาก่อน ซึ่งอาจจะเป็นคู่อริเก่าตามมาร้างแค้น อย่างไรก็ตามจะได้ เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเร่งไล่ล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด