เจอแบบนี้ถึงกุมขมับ! น.ศ.สาวย้ายเข้าหอพักใหม่ แต่เจอห้องสุดยี้-แม่บ้านก็ไม่ช่วย

เป็นอีกเรื่องราวชวนยี้ในโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยแพร่เหตุการณ์ที่ประสบพบเจอในหอพักใกล้มหาวิทยาลัยในจ.สงขลา เมื่อผู้เช่าต้องไปเจอกับสภาพห้องพักที่สกปรก จนนักศึกษาสาวจนแทบรับไม่ได้ ก่อนไปบอกให้แม่บ้านช่วยขึ้นมาทำความสะอาดให้ แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ทำความสะอาดห้องเองไปก่อน”

โดยนักศึกษาสาวยังระบุด้วยว่า “ถามจริง แม่บ้านให้ผ่านได้ไง สภาพเหมือนยังไม่ออกกันอะ นักศึกษาอยู่หรือคนจรจัดมาแอบอยู่วะเนี่ย อยากเห็นหน้าเจ้าของห้องคนก่อน เซ็ง เบื่อ แม่ง เพื่อนแม่งก็อยู่บ้านกันหมด ไปนอนกับใครก็ไม่ได้ ลงไปบอกใต้หอ ดันมาบอกว่าเข้ามาอยู่แล้ว ไม่รับผิดชอบ อ่าว ความผิดกูเหรอ”

“เนื่องจากเราต้องรีบมาทำกิจกรรมที่มหาลัย เลยต้องรีบเข้าหอเมื่อวาน ซึ่งมันตรงกับวันคืนหอวันสุดท้าย คิวทำเรื่องโคตรยาว ยาวจากหน้าสำนักงานหอ 9 ไปหน้าหอ 8 ก็ว่าจะได้ขึ้นไปเช็คห้องก็ตอนเย็นแล้ว พอขึ้นไปเช็คเห็นห้องแล้วแบบ .. คิดในใจ เออ ก็ยังพอทำความสะอาดได้ แต่พอเข้าห้องน้ำไปนั้นแหละ สกปรกมาก ใช้ไปได้ยังไง เลยลงไปคืนเอกสารเช็คของในห้อง และบอกเขาไปว่าชักโครกสกปรก ขอเปลี่ยนฝากับที่รอง พี่เขาถามก่อนเลย น้องขัดไปก่อนได้ไหม (คิดในใจ มันขัดได้ที่ไหนวะ สภาพนั้น) เลยยื่นรูปให้พี่เขาดู และบอกว่ามันขัดไม่ได้แล้วพี่ พี่เขาเลยบอกว่าจะให้ช่างไปซ่อมให้ แต่ไม่รู้ช่างซ่อมให้ได้วันไหน เบื้องต้นได้ไปแจ้งไปที่หออีกครั้ง โดยยื่นรูปให้ดู เจ้าของหอพักจึงเอ่ยปากว่า “วันนี้จะนัดหัวหน้าแม่บ้านให้คุย จบ”

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

แฟนหนุ่มไปกับหญิงอื่น!! สาวสุดช้ำโดดโรงแรมชั้น 3 นอนร้องครวญคราง

 เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. ศูนย์วิทยุกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุมีผู้พลัดตกจากที่สูงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอย 8 เลียบชายหาดพัทยา ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยฯ และทีมแพทย์รีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบร่างผู้บาดเจ็บทราบชื่อ คือ น.ส.ลีน่า (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับบาดเจ็บตกจากชั้นที่ 3 ห้อง 36 ร่างหล่นลงมาค้างอยู่ที่หลังคาชั้นลอยที่ 2 นอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ต้องทำการช่วยเหลือเข้ามาภายในห้อง ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลบางละมุง

สอบถามผู้บาดเจ็บให้การวกไปวนมาไม่ค่อยรู้เรื่อง อยู่ในอาการคล้ายเมาสุรา เล่าว่า ตนเองได้กระโดดลงมาจากระเบียงห้องพักเอง หวังเพื่อประชดแฟนชาวต่างประเทศที่ไปกับหญิงอื่น จนกระทั่งลงมาค้างอยู่บนหลังคาชั้นที่สองได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มเมืองชลฯคลั่งยิงใส่ ตร.เจ็บ ขังตัวเองในห้อง กล่อม 5 ชม. ยอมมอบตัว

หนุ่มเมืองชลฯ เครียดแฟนสาวตีจาก คลุ้มคลั่งใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าหลายนัด ตร.เข้าระงับถูกยิงใส่เจ็บ 1 นาย หนีเข้าห้องพักขังตัวเอง หน่วยคอมมานโด 100 นาย ล้อมอาคาร ขณะที่แม่แท้ๆ จูงลูกชาย 3ขวบ มาเกลี้ยกล่อม สุดท้ายยอมมอบตัว

เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 3 มิถุนายน เกิดเหตุชาย พักอาศัยอยู่ภายใน ห้องเช่าชั้น 1 คอนโดแห่งหนึ่งใน ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี คลุ้มคลั่ง ก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัด สร้างความหวาดกลัวให้เพื่อนร่วมคอนโดที่พักอาศัยอยู่ จึงได้ประสานแจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ เข้าตรวจสอบระงับเหตุดังกล่าว จนกระทั่งต่อมา ร.ต.อ.ศราวุธ เรืองอุตมานันท์ รอง สวป.สภ.ดอนหัวฬ่อ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง รุดมาตรวจสอบยังคอนโดดังกล่าว

เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบรอบๆ อาคาร กระทั่งผ่านหน้าห้องเลขที่ 108 บริเวณชั้น 1 กำลังจะเดินขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ปรากฏว่าชายฉกรรจ์ เจ้าของห้องได้โผล่ตัวออกมา ก่อนจะยิงไล่หลังเข้าใส่กลุ่มตำรวจ กระสุนปืนพลาดโดน ร.ต.อ.ศราวุธ เรืองอุตมานันท์ รอง สวป.สภ.ดอนหัวฬ่อ ได้รับบาดเจ็บที่ก้นแก้ม ถูกนำส่งยังโรงพยาบาลใกล้เคียง ขณะนี้พ้นขีดอันตายแล้ว

ทราบชื่อผู้ก่อเหตุต่อมาคือ นายณรงค์ฤทธิ์ คุปตะพันธ์ อายุ 31 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ผู้เช่าพักอาศัยอยู่ห้อง 108 หลังก่อเหตุยิงใส่ตำรวจ หลบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในห้องพักตามเดิม ต่อมาได้เจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังเสริมจากตำรวจคอมมานโดภูธรภาค 2 กว่า 100 นาย ปิดล้อมอาคารดังกล่าวทุกเส้นทาง เพื่อไม่ให้คนร้ายหลบหนี

ด้าน พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผู้บังคับการจังหวัดชลบุรี ได้เดินทางมาควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวด้วยตัวเอง พร้อมพูดเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหาออกมามอบตัวแต่โดยดี แต่ไม่เป็นผล ขณะเดียวกันลูกบ้านที่พักอาศัยอยู่ภายในคอนโดทั้ง 4 ชั้น ได้อพยพตัวเองออกมาจากอาคารอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุอันตรายส่งผลกระทบโดยไม่คาดคิดเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมอาคารที่เกิดเหตุ

ต่อมาเวลาประมาณ 03.16 น. นางอุสา คุปตะพันธ์ อายุ 59 ปี แม่ของ นายณรงค์ฤทธิ์ ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุด้วยท่าทีตกใจ และร้องไห้ เนื่องจากไม่คิดว่าลูกชายจะก่อเหตุ นอกจากนี้ยังจูงมือ ลูกชายวัย 3 ขวบ ของ นายณรงค์ฤทธิ์ มาช่วยเกลี้ยกล่อมด้วย ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมสถานการณ์ใกล้ชิด

จากนั้น เวลาประมาณ 04.10 น. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว โดยใช้การเจรจานานประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 นายแล้ว ไม่มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก ส่วนสาเหตุเบื้องต้น พบว่า นายณรงค์ฤทธิ์ เกิดอาการเครียด เนื่องจากทะเลาะกับภรรยา ก่อนแยกทางกันได้ประมาณ 1-2 เดือน ทำให้มีความเครียดสะสม ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ก่อเหตุส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น ก่อนสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

เบตง เข้ม! ป้องกันกลุ่มจ้องป่วน ห้วงเดือนถือศีลอด

อำเภอเบตง จ.ยะลา เพิ่มความเข้ม ตั้งจุดสกัด ตรวจสอบรถยนต์ผ่านเข้าออก ขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรม ตรวจบัตรประชาชนที่เข้าพัก ป้องกันคนร้ายเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ในห้วงเดือนถือศีลอด

วันที่ 1 มิ.ย. นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง ได้สั่งการกำชับกำลังเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ อส.และกำลังภาคประชาชน ในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเน้นตรวจสอบบุคคล รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ต้องสงสัย เป้าหมายที่แจ้งเตือน ตามแผนรักษาความปลอดภัยเขตเมืองเบตง เพื่อป้องกัน คนร้ายที่อาจจะลักลอบนำยานพาหนะซุกซ่อนวัตถุระเบิด เข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ ช่วงใกล้เข้าสู่เดือนถือศีลอดของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ในห้วงวันที่ 6 หรือ 7 มิ.ย. 59 นี้ โดยคนร้ายยังคงก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่อย่างต่อเนื่องนายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ช่วงใกล้เข้าสู่เดือนถือศีลอดของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติงานร่วมกันอย่างเข้มข้น ให้มีการออกตรวจสอบความเรียบร้อยบนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง พร้อมทั้งถนนสายรอง ทั้ง 4 มุมเมือง ให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อตรวจสอบรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเข้า-ออก ระหว่างตัวเมืองเบตงนอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือกำชับผู้ให้บริการห้องพักโรงแรม สถานประกอบการทุกแห่งตรวจบัตรประชาชนของผู้เข้าพัก และผู้เข้ามาใช้บริการ ซึ่งกลุ่มคนร้ายอาจแฝงตัวเข้ามาเพื่อลอบวางระเบิด ในพื้นที่เขตเมือง โดยเน้นให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ทั้งด่านถาวร และด่านลอย ได้มีการตรวจสอบบุคคล และยานพาหนะที่ผ่านเข้าออกอย่างเข้มงวด พร้อมกับเปรียบเทียบบุคคลต้องสงสัยจากแฟ้มประวัติคดีความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งระดับแกนนำ และสมาชิกแนวร่วมอย่างละเอียด

ที่มา>>>Thairath