ไฟหน้าไม่มี!! หนุ่มลาวซิ่งจยย.พุ่งชนสนั่นดับคาที่ 2 ศพ พบยาบ้าหล่นพื้น

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. ร.ต.ท.เรืองศักดิ์ เนื่องกิจ ร้อยเวร สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน มีผู้เสียชีวิตที่ถนนในหมู่บ้านหนองขนาก หมู่ 7 ต.บางขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และพร้อมด้วยแพทย์เวร ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศ รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นถนนราดยางที่แยกจากถนนสายบ้านหนองกรรเกรา-หนองจวง เข้าไป 2 กิโลเมตร เป็นช่วงทางโค้งเกือบหักศอก รถวิ่งสวนเลน โดยบริเวณกลางถนนพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนายศรีจันทร์ ธรรมวงศ์ อายุ 32 ปี ชาวลาว ลูกจ้างรับจ้างทำสวนผลไม้สภาพศพขาขวาช่วงข้อเท้าและหัวเข่าหัก คอหักหมุนได้รอบ ห่างกัน 3 เมตรพบอีกศพ คือ นายสมศักดิ์ ภูมิยา อายุ 47 ปี อยู่เลขที่ 100/2 หมู่ 6 ต.ดงขี้เหล็ก สภาพศพนอนหงาย กลางหน้าผากถูกกระแทกจนกระโหลกยุบ แผลเหวอะหวะเป็นแผลฉกรรจ์ที่ขาขวา

ที่ริมไหล่ถนนฝั่งซ้ายมือด้านจะเข้าตัวเมืองปราจีนบุรี พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ไม่มีไฟหน้าและไม่ติดแผ่นทะเบียนของนายศรีจันทร์ ล้มตะแคงอยู่ในสภาพพังยับเยิน ส่วนอีกฟากไหล่ถนนตรงข้าม พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นอากีล่า สีดำคาดน้ำเงินปนสีม่วง ทะเบียน กตฉ 466 ปราจีนบุรี ล้มตะแคง สภาพพังยับเยิน ล้อยุบหาตัวถังรถ นอกจากนี้ระหว่างกึ่งกลางถนน พบยาบ้าชนิดสีส้มตกอยู่ 1 เม็ดครึ่ง ร.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนนางอริวรรณ อยู่พงษ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/2 หมู่ 6 ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี ภรรยาของนายสมศักดิ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุสามีซึ่งแยกกันอยู่ ขับรถออกจากสวนผลไม้หมู่บ้านหนองประเทือง คาดว่ามุ่งหน้ากลับบ้านดงบัง มาถึงจุดเกิดเหตุรถจักรยานยนต์ที่ขับคงสวนทางกับชาวลาวผู้เสียชีวิตอีกคนที่ไม่มีไฟหน้ารถ จึงชนประสานงานกันอย่างแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนแรงงานต่างด้าวชาวลาว สอบสวนนายบุญช่วย สีตา อายุ 47 ปี นายจ้างทราบว่า หลังเลิกงานได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากสวนผลไม้ มาทราบอีกครั้งเสียชีวิตแล้ว โดยหลังเกิดเหตุจะส่งศพชันสูตรอีกครั้งที่ ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ที่มา>>>ข่าวสด

ตำรวจที่ฉวาง เลี้ยงผึ้ง ขายน้ำผึ้ง เปิดสอนชาวบ้านฟรี ผลักดันสร้างอาชีพ

รรท.รอง ผกก.ป.สภ.ฉวาง หรือฉายา ‘สารวัตรผึ้ง‘ ประสบความสำเร็จจากการ ‘เลี้ยงผึ้ง ขายน้ำผึ้ง‘ กำไรงาม เปิดสอนวิธีการเลี้ยงผึ้งฟรี ผลักดันชาวบ้านสร้างอาชีพ ดึงมวลชนในพื้นที่ทำสิ่งมีประโยชน์

จากอาชีพตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปรามเลี้ยงผึ้งสร้างรายได้เสริมให้กับตนเองจนประสบความสำเร็จไม่มีหนี้สิน ไม่กู้เงินจากสหกรณ์ตำรวจ จึงมีแนวคิดสร้างมวลชนในพื้นที่ให้มีอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัวลดปัญหายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ จึงเอาอาชีพที่ตนถนัดคือการเลี้ยงผึ้งมาสอนชาวบ้านจนชาวบ้านเรียก “สารวัตรผึ้ง” ไปแล้วผู้สื่อข่าวจากจังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจใน พ.ต.ท.บำรุงค์ สามล รองผกก.ป.สภ.พรหมคีรี รรท.รองผกก.ป.สภ.ฉวาง ได้เปิดใจพูดคุยถึงแนวคิดในการสร้างมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ฉวาง หลังกรีดยางพารา ให้มีอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้ครอบครัว และที่สำคัญให้ห่างไกลยาเสพติด โดยมีแนวคิดที่จะสอนอาชีพเลี้ยงผึ้งให้กับชาวบ้าน แนะวิธีการทำตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนการเก็บผลผลิตจากผึ้ง(น้ำผึ้ง) จึงได้ปรึกษากับพ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก.สภ.ฉวาง เห็นเป็นแนวทางที่ดี เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ จึงสนับสนุนแนวคิดของ พ.ต.ท.บำรุงค์

พ.ต.ท.บำรุงค์ เล่าว่าพื้นที่ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช นอกจากทำสวนยางพาราแล้วชาวบ้านยังทำสวนผลไม้อีกเป็นจำนวนมาก เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะเป็นต้น เหมาะแก่การเลี้ยงผึ้ง จึงหาแนวทางในการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่เพื่อได้พบปะพูดคุยจึงได้เอาความถนัดที่ตนเคยทำอยู่คือการเลี้ยงผึ้งมาสร้างมวลชนสัมพันธ์ โดยชักชวนชาวบ้านที่สนใจเข้ามาร่วมอบรมวิธีการการเลี้ยงผึ้งโดยตนจะเป็นวิทยากรสอนให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น“เราจะสอนตั้งแต่การสร้างบ้านให้ผึ้ง ซึ่งต้องใช้ไม้เก่าเท่านั้นผึ้งจึงจะมาอาศัยอยู่ถ้าหากใช้ไม้ใหม่ๆ ผึ้งจะไม่เข้าไปอาศัย และทำเป็นกล่อง สี่เหลี่ยมขนาด กว้าง 30 ซม. ยาว 50 ซม. สูง 30 ซม และเสาสูง 80 ซม. ฐานทำเป็นอ่างเล็กๆสำหรับใส่น้ำมันเครื่องเก่ากันมดแมลงต่างๆ ขึ้นไปรบกวนผึ้ง ต่อมาได้ขอความร่วมมือจากผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่นที่มีสวนผลไม้ ขอเอาบ้านของผึ้งไปวางไว้ใต้ต้นผลไม้ ไม่นานนักผึ้งจะมาอาศัยพักอยู่ในบ้านที่สร้างไว้ผึ้งก็จะออกหากินบริเวณนั้น และตัวผึ้งที่ออกหากินยังได้ช่วยผสมเกสรให้กับผลไม้ในสวนให้ติดดอกออกผลด้วย” พ.ต.ท.บำรุงค์ กล่าว

สารวัตรผึ้ง กล่าวต่อว่า ผลผลิตจากผึ้ง หรือน้ำผึ้ง จะได้มากน้อยขึ้นอยู่กับพื้นที่แล้วนำมาแบ่งกัน เอาไปจำหน่ายเป็นรายได้บ้าง ใช้เองบ้าง เป็นของขวัญของฝากซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจเป็นอย่างมากเมื่อนำไปฝากผู้ใหญ่ที่ตนรักนับถือเพราะเป็นน้ำผึ้งแท้จากบ้านตนเอง และที่สำคัญตำรวจได้มวลชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น หมู่บ้านชุมชนห่างไกลปัญหายาเสพติดและอาชญากรรม ประสบความสำเร็จจนชาวบ้านเรียกติดปากว่า “สารวัตรผึ้ง”

ที่มา>>>Thairath