แค่ไปเตือนโจ๋เรื่องขี่รถเร็ว เจอพี่ชายหวดด้วยไม้หน้าสามเข้าเต็มหัว ถึงกับล้มทั้งยืน

สมาชิกเฟซบุ๊ก “กิตติพงษ์ รัตนบรรเทิง” โพสต์คลิปเหตุทะเลาะวิวาท โดยผู้โพสต์ได้อ้างถึงว่า ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งเข้าไปในบ้านของวัยรุ่น เพื่อตักเตือนเรื่องที่ชี่รถจักรยานยนต์ซิ่งภายในหมู่บ้าน ระหว่างนั้นก็มีการโต้เถียงกัน ก่อนจะลงไม้ลงมือ ขณะนั้นพี่ชายของวัยรุ่นคนดังกล่าว ที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เดินอ้อมไปทางด้านหลัง แล้วหยิบไม้หน้าสามฟาดไปที่หัวของผู้ใหญ่บ้านอย่างจัง จนล้มทั้งยืน ลงไปกองกับพื้น ซึ่งผู้โพสต์ไม่ได้ระบุว่าผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตหรือได้ระบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน

ที่มา>>>ข่าวสด

ปาระเบิดบึ้มร้านก๋วยเตี๋ยวร้อยเอ็ด ลูกค้าวิ่งหนีตาย-บาดเจ็บสาหัส!

วันที่ 3 ต.ค. เวลา 12.30 น. พ.ต.ท.เริงศักดิ์ สุวรรณศรี พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุระเบิดในร้านก๋วยเตี๋ยวไม่มีชื่อ เลขที่ 129 บ้านน้อยในเมือง หมู่ 22 ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นร้านของนางเสงี่ยม อ่างลาง อายุ 52 ปี จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.วีระวัฒน์ สระบัว ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด และตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดร้อยเอ็ด พบโต๊ะก๋วยเตี้ยวล้มระเนระนาด ถ้วยก๋วยเตี๋ยวบางส่วนหล่นลงที่พื้น และคราบเลือดนองพื้นเป็นจุดๆ ทราบว่ามีผู้บาดเจ็บ 3 คน หน่วยกู้ภัยนครสาเกต และหน่วยกู้ภัยองค์การบริหารส่วนตำบลเหนือเมืองลำเลียงส่งโรงพยาบาลร้อยเอ็ดแล้ว ผู้บาดเจ็บเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 14-16 ปี  โดยผู้บาดเจ็บที่เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี มีอาการสาหัส มือฉีกขาด201610031935375-20041020121034จากการสอบสวนนางเสงี่ยม อ่างลาง เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ทราบว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน กำลังนั่งทานก๋วยเตี๋ยวกัน มีวัยรุ่น 6-7 คน ขี่จักรยานยนต์ซ้อนกันมาหลายคัน เดินเข้ามาในร้านเกิดโต้เถียงกัน หนึ่งในพวกที่มาใช้ขวดตี 1 ใน 3 จนเลือดสาด และมีเสียงระเบิดขึ้น 1 ครั้ง เห็นวัยรุ่นกลุ่มนั้นวิ่งขึ้นรถขับหนีไป และพบว่าทั้ง 3 คนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจดังกล่าว201610031936494-20041020121034“ทั้งนี้ มีลูกค้ามาทานก๋วยเตี๋ยวหลายคนเมื่อมีเสียงระเบิดพากันวิ่งหนีตายกันอลหม่านออกจากร้านไป ลืมจ่ายตังค์ ส่วนตัวเองก็ลืมเก็บตังค์เช่นกัน นับว่าวัยรุ่นสมัยนี้ก่อเหตุไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองเลย น่ากลัวมาก 52 ปีแล้วเพิ่งพบเห็นกับตาครั้งแรก” นางเสงี่ยม กล่าวขณะยังหวาดผวาอยู่

ที่มา>>>ข่าวสด

รอดปาฏิหาริย์! หนุ่มโดดหลบโฟล์คเต่าพุ่งชนแบบเหลือเชื่อ (คลิป)

คลิปนี้เผยแพร่โดยไลฟ์ลีคเป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นที่เมืองครูซ มาชาโด้ ประเทศบราซิล เป็นเหตุการณ์ที่ชายวัยรุ่นเดินออกจากรถมินิคูเปอร์ จังหวะนั้นเอง มีโฟล์คเต่าสีฟ้าเสียหลักพุ่งเข้าใส่ แต่คดีที่ชายหนุ่มกระโดดหลบได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดทีเดียว

ที่มา>>>ข่าวสด

คนแห่กินก๋วยเตี๋ยว 3 บาทคุณยายเจ้าของร้านยันไม่ขึ้นราคา อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ก็มาอุดหนุน

 เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกสังคมโซเซียลออนไลน์แชร์เรื่องราวของ ร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาทของคุณยายคำปัน เป็นที่โด่งดังและคนเข้ามาคอมเม้นในแต่ละเว็บไซต์ที่นำเสนอจำนวนมาก เนื่องจากขายในราคาชามละ 3 บาท มานานกว่า 30 ปี ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังจุดที่ตั้งก๋วยเตี๋ยว 3 บาท ตั้งอยู่ที่ ถ.รัตนโกสินทร์ ซอย 1 ต.วัดเกตุ อ.เมืองเชียงใหม่ ที่ร้านนั้นขึ้นป้ายไว้ที่มุมสูงปากซอยเข้าและร้านก็ระบุชื่อ “ก๋วยเตี๋ยว 3 บาท ยินดีต้อนรับ” โดยมีทั้งนักเรียน นักศึกษา วัยรุ่น คนทำงาน ประชาชนทั่วไปมานั่งกิน โดยหากเป็นนักเรียน นักศึกษา ก็จะเอาชาม 3 บาท จำนวนมาก หากคนที่ต้องการรีบเร่งก็จะสั่งชามใหญ่ทีเดียวเลย มีให้เลือก โดยมีคุณยายคำปัน จะอยู่ที่เคาน์เตอร์คอยรับออร์เดอร์จากลูกค้าและเก็บเงิน โดยจะให้ความไว้วางใจลูกค้ามาบอกจำนวนชามที่กินเลย คุณยายก็จะคิดราคาตามจำนวนที่ลูกค้าบอก คุณยายคำปัน แสงสุวรรณ อายุ 75 ปี เจ้าของร้านผู้ก่อตั้งร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาท เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว พร้อมกับทำก๋วยเตี๋ยวโชว์ให้กับผู้สื่อข่าวดู ว่า ตอนแรกก็เปิดร้านแห่งนี้ โดยราคาเริ่มแรกก็ 3 บาทในยุคเมื่อ 30 ปีก่อน เมื่อก่อนก็มีร้านคู่แข่งในละแวกนี้เปิดหลายร้าน เขาอยู่ที่ด้านนอกติดถนน ส่วนยายก็อยู่ในซอยแบบนี้ พอนานไปบ้านเมืองสภาวะเปลี่ยนแปลง ร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาทที่เปิดควบคู่กับตนรวมทั้งที่มาเปิดเลียนแบบในเวลาต่อมา ก็ต้องเลิกกิจการไป ก็เหลือร้านตนนี่แหละที่ทนและอยู่ในราคานี้มาโดยตลอด ร้านติดถนนก็มีใหม่หลายร้าน รูปแบบราคาก็เปลี่ยนไปแล้วแต่เทคนิคของแต่ละร้านในปัจจุบัน แต่ร้านของยายนั้นยังคงเหมือนเดิม 3 บาท ทั้งราคาและรสชาติ คนมาอุดหนุนอย่างไม่ขายสาย “การขายถ้วยละ 3 บาท นั้น ยังคงลูกชิ้นให้ลูกค้า 2 ลูกเสมอ ยายมีลูกทั้งหมด 5 คน ยายส่งเสียด้วยการขายก๋วยเตี๋ยว 3 บาท จนจบมีครอบครัวไปหมด บางคนก็เป็นหมอ ส่วนร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้จะมีลูกสาวมาช่วยยายทำต่อ 1 คน มีพนักงานทั้งหมด 8 คน เรื่องกำไรนั้นก็พออยู่ได้ ไม่ขาดทุน ใช้ระบบคนมาเยอะจำหน่ายออกได้เยอะ ก็จะเห็นกำไร แต่ก็เหนื่อยหน่อย เปิดตั้งแต่ 07.30 น. จนถึง 17.00 น.ทุกวัน” ยายคำปัน กล่าว ยายคำปัน กล่าวต่อว่า ยายเปิดร้านมา ก็มีบุคคลสำคัญรวมทั้งดารา ต่างๆ ก็มาอุดหนุน แต่ยายก็ไม่รู้ว่าดาราที่มา เป็นใครพนักงานก็จะมาบอก ยายก็ยินดีด้วย จะสวัสดีให้กับทุกคนและส่งยิ้มให้กับทุกคน ที่ยายประทับใจสุดๆ ก็จะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์และคณะที่มาอุดหนุนร้านยาย สมัยที่ท่านยังดำรงตำแหน่งนายกฯ ยายดีใจตื่นเต้นมาก ท่านไม่รังเกียจ ท่านติดดิน มากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านยายอย่างเป็นกันเอง ทั้งที่สมัยนั้นท่านเป็นถึงนายกรัฐมนตรี มาด้วยกันถึง 2 ครั้ง และลูกสาวของท่าน ดร.ทักษิณ ชินวัตร ก็ยังมากินด้วย ร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาท เปิดขายมานานกว่า 30 ปี ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังคงราคาเดิมที่ 3 บาท เมนูก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนี้ก็มีให้เลือกหลายอย่าง ทั้ง ลูกชิ้น หมู เนื้อ น้ำตก น้ำใส ทุกเมนูมีราคาเท่ากันคือ 3 บาท แต่มีเมนูเส้นบะหมี่เหลืองที่ต้นทุนสูงขายในราคา 10 บาท ส่วนราคาน้ำดื่ม กาแฟ, ชาเย็น, ก็คิดแก้วละราคา 5 บาท ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยืนยันจะไม่มีการขึ้นราคา เพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือลูกค้าในการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้ ซึ่งทุกวันนี้เมื่อหักต้นทุนแล้วก็กำไรไม่มากแค่พอเลี้ยงตัวเองได้ก็พอใจ คุณยายคำปัน กล่าวว่า ลูกค้าที่มามีทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่จะสั่งก๋วยเตี๋ยวครั้งละ 10-20 สิบชาม เพื่อประหยัดเวลาไม่ต้องสั่งหลายครั้ง ส่วนวิธีรับประทานก็แตกต่างกัน บางคนชอบปรุงและกินทีละชาม บางคนชอบนำไปรวมกันเป็นชามใหญ่ และเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของร้านก็คือ มักจะมีกลุ่มวัยรุ่นมาแข่งกิน ใครกินน้อยสุดเป็นคนจ่ายเงิน โดยเท่าที่จำได้มีคนกินมากที่สุดคนเดียวถึง 40 ชาม

“ก็มีลูกค้าบางคนกินไปจำนวนมาก แต่มาบอกไม่ตรงกับจำนวนที่กิน ก็ไม่เป็นไร ลูกค้าคงไม่มีเจตนาหรือไม่ก็มากันจำนวนมากเป็นหมู่คณะ ก็จะหลงลืมกันไปบ้าง ไม่ว่ากัน ทุกวันนี้ยายก็มีความสุขแล้ว สวัสดีเจ้า” ยายคำปัน กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกจับคาบ้าน! หนุ่มปทุมฯขายปืนผ่านเฟซบุ๊กส่งนักศึกษาอาชีวะ อ้างหาเงินเลี้ยงลูกเมีย

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธิ์ รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และพ.ต.อ.อริยะ พันธุฟัก ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ แถลงผลจับกุมตัวนายพู่กัน หรือแป๊ะ สุทธินนท์พงษ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 251 ซอยรังสิตนครนายก 10 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาลักลอบผลิตและจำหน่ายอาวุธปืน (ดัดแปลง) โดยผิดกฎหมาย โดยภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมชุดสืบสวนจังหวัดปทุมธานี สืบทราบและขยายผลการจับกลุ่มนักเรียนอาชีวะที่ไล่ยิงกันที่หน้าเมเจอร์รังสิตจนทราบว่า นายพู่กันมีพฤติกรรมจำหน่ายและรับซ่อมดัดแปลงอาวุธปืนให้แก่วัยรุ่นทั่วไปโดยเฉพาะเด็กอาชีวะ จึงร่วมกันตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบนายพู่กัน จึงแสดงหมายค้น พบภายในบ้านเป็นแหล่งผลิตอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก โดยยึดของกลางได้ 1.อาวุธปืนเบาริ่ง FN1900 ขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 2.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก 3.อาวุธปืนคิงคอบบร้าขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 4.อาอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 5.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.22จำนวน 1 กระบอก 6.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก 7.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 8.อาวุธปืนแก๊ป จำนวน 1 กระบอก และแม็กกาซีนอาวุธชนิดต่างๆจำนวนหนึ่ง พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ 29 นัด นอกจากนี้ยังมีเครื่องกลึง เครื่องเชื่อมไฟฟ้า สว่าน เครื่องครื่องเจียร์ ถังน้ำที่ใช้ทดสอบปืน 1 ใบ และอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตอาวุธปืนอีกหลายรายการ

นายพู่กันรับสารภาพว่า ทำอาวุธปืนขายนานแล้ว เพราะต้องเลี้ยงลูกเมียอยู่คนเดียว โดยจะขายตามเฟซบุ๊กพร้อมทั้งรับซ่อมอาวุธที่ลูกค้ามีปัญหา โดยเลือกขายให้เฉพาะผู้มีอายุเกิน 18 ปี ที่ผ่านมาขายอาวุธปืนปากกาไปแล้ว 10 กระบอก กระบอกละ 1,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อทำอาวุธปืนเสร็จจะนำมาลองยิงที่ถังน้ำโดยตนได้ดัดแปลงให้เป็นที่ลองอาวุธด้วยการใส่หนังสือพิมพ์และผ้าเพื่อเป็นที่เก็บเสียง   ภายหลังการสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหารับทำ ประกอบซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ มีหรือจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่และมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน โดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดี

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบแล้วมือปืน!! ยิงหนุ่มมาส่งสาว บอกตกใจเพื่อนตะโกน-โจ๋นับสิบถือมีดปรี่หา

 เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.อ.อนัน ชัยชาญ ผกก. พ.ต.ท.ฤกษ์ชัย แสงสว่าง รอง.ผกก.สส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ได้นำตัว นายอนิรุทธ์ รอดสุพรรณ อายุ 25 ปี อยู่หมู่ที่ 2 ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ขนาด.22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุนปืน รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นมีโอสีแดงดำ หมายเลขทะเบียน สวท 23 กทม. จำนวน 1 คัน

ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 59 เวลาประมาณ 00.30 น. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกัน และมีคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่แน่ชัด ยิงใส่กลุ่มของ นายทวีศิลป์ สุ่มพวง ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาขวา หลังจากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไป เหตุเกิดที่บริเวณถนนซอยวัดแหลม-แยกศาลาแดง หมู่ที่ 2 ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งต่อมา หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงนายทวีศิลป์ ได้รับบาดเจ็บ คือ นายอนิรุทธ์ หรือ ปิง รอดสุพรรณ

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่านายอนิรุทธ์ ได้ไปหลบหนีที่บ้านในซอยภาณุวงศ์ 4 หมู่ที่ 1 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ จึงได้รวบรวมหลักฐานขอออกหมายศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อทำการจับกุม พบนายอนิรุทธ์ อยู่ที่บ้านดังกล่าว ก่อนที่จะนำตัวไปชี้จุดและทำแผนประกอบคำสารภาพ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหานายอนิรุทธ์ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือที่ชุมชนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ขณะเดียวกันนายอนิรุทธ์ ได้อ้างว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ตนได้ดื่มกินกับเพื่อนๆ ที่หน้าบ้าน 7 คน โดยขณะที่ดื่มกินอยู่นั้น นายแบงค์ และ นายโซดา ได้ขี่จักรยานยนต์มาหาตน โดยที่นายแบงค์ได้บอกกับตนว่า มีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นที่สะพานข้ามคลอง บริเวณหมู่ที่ 6 ต.แหลมฟ้าผ่า จากนั้นนายแบงค์ และ นายโซดา ก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปทางปากซอย

สักครู่ก็มีกลุ่มวัยรุ่นขี่จักรยานยนต์นับสิบคัน พร้อมกับอาวุธมีดครบมือมาหาพวกตน โดยหนึ่งในจำนวนนั้นได้ตะโกนว่ากลุ่มนี้แหละ และเมื่อตนได้ยินเช่นนั้นเห็นเช่นนั้นจึงตกใจ เกรงว่าพวกตนจะถูกทำร้าย จึงได้ไปเอาปืนยิงขู่ไปที่พื้นถนน 1 นัด โดยที่ไม่คาดคิดว่ากระสุนปืนจะไปกระเด็นถูกนายทวีศิลป์จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.ชุมพรบุกห้องเช่า จับ 3 วัยรุ่นมั่วสุม อีกรายโดดชั้น 2 ทะลุหลังคาหนี

โจ๋เมืองชุมพร จับกลุ่มมั่วสุมในห้อง ระหว่างตำรวจเข้าค้น ตกใจโดดทะลุบานเกล็ด ชั้น 2 ตกลงหลังคาบ้านอดีตผู้จัดการธนาคาร ค้นในห้องเจอยาบ้าอีก 94 เม็ด รวบผู้ต้องหา 3 ราย ยาบ้า 94 เม็ด อีก 1ราย หลบหนีหายในความมืด

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 6 มิ.ย.59 พ.ต.ท.สุริยนต์ ชมมี สวป.สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ร.ต.ท.สราวุธ ชัยชนะกสิกรรม รอง สวป.พร้อมชุดสืบสวนและกำลังสายตรวจ เกือบ 10 นาย เข้าตรวจสอบหอพักไม่มีชื่อ ซึ่งเป็นห้องแถวยาว มี 2 ชั้น บริเวณซอยดาบยับ ถ.หลังสวน ต.หลังสวน อ.หลังสวน หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่า ภายในห้องพักเลขที่ 225/3 ส่งเสียงดังและมีการมั่วสุมจึงเข้าทำการตรวจค้น

พบ นายตี๋ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี พร้อมด้วย น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี เด็กหญิงบี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เด็กชายซี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ส่วนอีกคนเป็นชาย อายุประมาณ 20-25 ปี ตกใจตำรวจ วิ่งขึ้นชั้น 2 และกระโดดทะลุหน้าต่างซึ่งเป็นบานเกล็ดตกใส่หลังคาบ้านนางเจือจันทร์ สุวีรานุวัฒน์ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 225/7 ถนนหลังสวน ต.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งอยู่ติดกันกับหอพักดังกล่าว จนหลังคาทะลุ แล้ววิ่งหลบหนีกระโดดข้ามกำแพงหนีไปในความมืด

จากการตรวจค้นภายในห้องพักชั้นล่างพบยาบ้าจำนวน 94 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกล่องยาแต้มสิวบริเวณกองผ้าชั้นล่าง เบื้องต้น นายตี๋ รับสารภาพว่าเป็นเจ้าของจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนหลังคาโหว่เป็นรูขนาดใหญ่

สอบถาม นางเจือจันทร์ สุวีรานุวัฒน์ ซึ่งอดีตเคยเป็นผู้จัดการ สาขาของธนาคารแห่งหนึ่ง ในอำเภอหลังสวนและยังเป็นญาติของ ประธานสมาคม กำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอหลังสวน อยู่ในอาการตกใจพร้อมเปิดเผยว่า ขณะที่กำลังดูทีวีอยู่ในห้องนอนนั้นก็ได้ยินเสียงดังโครม พร้อมมีเสียงคนวิ่งผ่านไปทางบริเวณหน้าบ้านจึงโทรแจ้งตำรวจเพราะคิดว่าโจรขึ้นมาขโมยทรัพย์สิน เมื่อเปิดกล้องวงจรปิด ก็พบชายวัยรุ่นคนดังกล่าวอยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อ กระโดดออกมาจาก ชั้น 2 ของหอพักดังกล่าว ทะลุหลังคา ตกลงมาจนถึงพื้น แล้ววิ่งออกไปทางหน้าบ้านแล้วกระโดดกำแพงบ้านหนีไปท่ามกลางความมืด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนขยายผล เพื่อติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>thairath