เล็งคุย‘ทรู’นำแหล่งท่องเที่ยวบรรจุ‘โปเกมอนโก’ ดึงดูดต่างชาติ

 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้ากระทรวงเตรียมหารือกับบริษัททรู คอร์เปอเรชั่น ที่คาดว่าจะเป็นตัวแทนนำเกมส์โปเกมอนโก” เกมส์ที่กำลังฮิตทั่วโลกในขณะนี้ มาทำตลาดด้านการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยกระทรวงอยากนำสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของไทยทั้งเมืองหลักและเมืองรองบรรจุเข้าไปในเกมส์ เป็นการกระตุ้นเชิญชวนให้คนทั้งโลกอยากมาท่องเที่ยวและสัมผัสประเทศไทย การใช้แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของไทย เป็นสถานที่ในการหาโปรเกมอน  จะกระตุ้นเชิญชวนให้คนทั้งโลกอยากมาท่องเที่ยวและรู้จักแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยมากขึ้น ตรงตามนโยบายการชูให้การท่องเที่ยวของไทยเข้าสู่ยุคดิจิตอล ที่นำเทคโนโลยีด้านไอทีต่างๆ มาใช้ด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น

สำหรับเกมส์โปเกมอนโก ดังกล่าว เป็นเกมส์ที่ยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก มีรูปแบบในการเล่น คือผู้เล่นจะเล่นผ่านโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน โหลดแอพพลิเคชั่นเกมส์ และหาโปเกมอนที่จะอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยผู้เล่นจะต้องเดินทางไปตามหาแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ เพื่อให้ได้โปเกมอนมา เบื้องต้น กระทรวงมอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกรมการท่องเที่ยวเป็นผู้สนับสนุนเรื่องแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต รวมถึง หากโปเกมอนที่เป็นชนิดที่หายาก ก็จะนำไปไว้ที่แหล่งท่องเที่ยวที่ต้องการโปรโมทให้นักท่องเที่ยวเดินทางเช่น 12 เมืองต้องห้ามพลาด 12 และ 12 เมืองห้ามพลาดพลัส เป็นต้น แต่ต้องคำนึงถึงการรองรับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ เช่น ห้องน้ำ ถนนหนทางด้วย ซึ่งคาดว่า การทำตลาดครั้งนี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที) ในกลุ่มวัยรุ่น (เจนวาย) ได้มากขึ้น“กระทรวงให้ความสำคัญในเรื่องเทคโนโลยีมาก เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจท่องเที่ยวไปยังประเทศต่างๆ โดยในปีงบประมาณ 59-60 กระทรวงทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท ในการพัฒนาตลาดและทำตลาด เชิงนโยบายด้านไอทีต่างๆ เช่น ร่วมกับภาคเอกชนในการจัดทำเว็บไซต์บุ้กกิ้งออนไลน์ต่างๆ และการจัดทำฐานข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวต่าง”

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯได้จับมือกับกระทรวง ICT เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวยุคใหม่โดยมีการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตตลอดจนแอพลิเคชั่นต่างๆเพื่อกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้คนหันมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากยิ่งขึ้นโดยในเดือน ก.ย. 2559 นี้กระทรวงการท่องเที่ยวจะเปิดตัวแอพพลิเคชั่นสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นไกด์ส่วนตัวโดยนักท่องเที่ยวมีเพียงสมาร์ทโฟนก็สามารถค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งชอปปิ้งซึ่งสามารถค้นหา ได้ด้วยเพียงปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้น

ที่มา>>>ข่าวสด

ฉุนแค่เดินผ่านหน้าบ้าน ลูกเลี้ยงโหดขี่จยย.ตามฟันยับพ่อเลี้ยงวัย 49 เลือดท่วม

 เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 14 ก.ค. ร.ต.อ.สมจิตร บุญตาม พงส.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีคนถูกมีดฟันได้รับบาดเจ็บ บริเวณหมู่บ้านหนองหูช้าง ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบ จึงพร้อมด้วย ด.ต.จักรพงษ์ อินทนพ ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองประจวบฯ สายตรวจรถยนต์ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบ เข้าตรวจสอบให้ความช่วยเหลือ เมื่อไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บนั่งพักรักษาตัวอยู่ภายในบ้านเลขที่ 98/1 หมู่บ้านหนองหูช้าง ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมือง ซึ่งมีญาติคอยปฐมพยาบาลให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น จากการตรวจสอบทราบชื่อคือนายสมคิด หงษ์ทอง อายุ 49 ปี ถูกมีดตัดสับปะรดฟันเข้าที่บริเวณไหล่ขวา มีบาดแผลฉกรรจ์ เลือดไหลท่วมตัวจำนวนมาก ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด และยังมีญาติ 2 ฝ่าย ถกเถียงกันเสียงดังตลอดเวลา จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกเลี้ยง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องทะเลาะบาดหมางและมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันมาก่อน ต่อมาลูกเลี้ยงประกาศห้ามไม่ให้พ่อเลี้ยงเดินผ่านหน้าบ้านของตน และในวันเกิดเหตุในขณะที่พ่อเลี้ยง เดินผ่านหน้าบ้านลูกเลี้ยงไปตามถนนสายหลักของหมู่บ้าน เพื่อที่จะไปซื้อสินค้าที่ร้านค้าภายในหมู่บ้าน ระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้านถูกลูกเลี้ยงขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมา แล้วใช้มีดฟันเข้าไปที่บริเวณหลัง-ไหล่อย่างจัง แล้วหลบหนีไป ก่อนที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจะมาขอรับการช่วยเหลือให้ญาติช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำส่งโรงพยาบาลประจวบดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!กระบะครอบครัวซิ่งลงเขายางแตกชนสนั่นจยย.-ร้านค้าข้างทาง พ่อ-แม่ดับ ด.ช.2ขวบสาหัส

 เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 16 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กกตูม จ.มุกดาหาร รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ ยางระเบิดเสียหลักเฉี่ยวชนร้านค้าและรถจักรยานยนต์ บริเวณร้านค้าข้างทางบ้านป่าไม้ ถนนเปรมพัฒนา กม.66+500 เส้นทางกกตูม-ส้านแว้ ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยศูนย์วีอาร์ภู้ภัย หน่วยกู้ภัยเมตตาธรรมออกตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อ เชฟโรเลต ทะเบียน บม 5960 สกลนคร ในสภาพพังเสียหาย มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ ทะเบียน กวก627 ล้มอยู่ และพบร้านค้าข้างทางพังราบลงมากองกับพื้น ตรวจสอบภายในรถกระบะพบศพนายกิติพงษ์ ใยบางแก้ว อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192 ม.6 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร และนางจารุณี กมลอิน อายุ 33 ปี ภายในรถยังพบ ด.ช.จูโม ใยบางแก้ว วัย 2 ขวบ บาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ ยังพบศพนายวิระชัย แสงฤทธิ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 365 ม.10 ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ และน.ส.วันเพ็ญ ใยสุข อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์และคนซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำผู้บาดเจ็บส่งที่รพ.เขาวง ส่วนรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก ไฟไหม้ร้านแก๊สหุงต้มกลางดึก ใกล้ปั๊มน้ำมัน วอดลาม 3 คูหา

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.สุวิน ชัยคำหล้า รอง สว. (สอบสวน) ได้รับแจ้งทางศูนย์วิทยุสารภี จ.เชียงใหม่ ว่า มีเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าหมู่ที่ 4 ต.หนองผึ้ง ตั้งอยู่ริมถนนสายเชียงใหม่ – ลำพูน สายเก่า ติดกับปั๊มน้ำมัน ปตท.หนองผึ้ง และไฟลุกลามไปไหม้ร้านจำหน่ายแก๊สหุงต้ม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และร่วมกับ พ.ต.อ.ไพรัช คุ้มล้อมล้วน ผกก. และประสานรถดับเพลิงจากหลายพื้นที่ จำนวน 10 คันเข้าระงับเหตุ14654442371465444355lเมื่อเดินทางไปถึงพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยดับเพลิงกำลังช่วยกันดับไฟ ใช้เวลา 20 นาที เพลิงจึงสงบลงและให้เจ้าหน้าที่คอยเลี้ยงน้ำไว้ไม่ให้ไฟประทุขึ้นอีก จึงได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นห้องแถวจำนวน 3 คูหา ประกอบด้วยร้านทำเบาะ ร้านจำหน่ายแก๊ส และร้านขายเสื้อผ้า ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย โดยร้านทำเบาะเสียหายมากที่สุด จึงได้สอบปากคำและบันทึกภาพความเสียหาย ไว้

1465444374_201606091012073-20021028190515
จากการสอบสวนไม่มีผู้ใดอยู่ในร้านทั้ง 3 ห้องจึงไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตซึ่งจะได้แจ้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาร่วมทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณ 800,000 บาท ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งยังดีที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าพื้นที่ได้รวดเร็วและสามารถสกัดดับไฟได้ทันก่อนที่จะลุกลามไปไหม้ปั๊มน้ำมัน

ที่มา>>>ข่าวสด