สุดเฮี้ยน!! ช่างหนุ่มคอหักดับ-ขุดตะเคียนร้อยปี ชาวบ้านเชื่ออาถรรพ์-เห็นน้ำสีเลือด

 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 ก.ย. นายสมพร ปัจฉิมเพชร นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก น.ส.รัตนา เส้งรอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ด่านสิงขร ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบฯ ว่า เกิดอุบัติเหตุรถแบ็กโฮทับช่างก่อสร้างเสียชีวิตขณะขุดตอม่อเสาเข็มและตอต้นตะเคียนที่จมน้ำอายุกว่า 100 ปี เพื่อเปิดช่องทางท่อระบายน้ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงพร้อมด้วย ร.ต.นพพร สนธิวงค์ หัวหน้าทหารชุด ชปส.1211 กอรมน.ภาค 1 ส่วนแยก 2 หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก และชุด พฐ.ภูธรประจวบฯ ร.ต.อ.อามร เพชรด้วง พงส.สภ.คลองวาฬ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ หน่วยกู้ชีพ อบต.คลองวาฬ เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและร่วมตรวจชันสูตร พบเป็นบริเวณอ่างเก็บน้ำไร่เคราติดกับตลาดนัด 2 แผ่นดินชายแดนไทย-พม่าบ้านด่านสิงขร ม.6 ต.คลองวาฬ อ.เมือง ประจวบฯ ผู้เสียชีวิต คือ นายสมบูรณ์ บุญแก้ อายุ 43 ปี อยู่หมู่ 6 ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร สวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล นอนเสียชีวิตอยู่ ในสภาพคอหัก นอนหงายติดกับเสาปูน ห่างจากตอไม้ตะเคียนอายุกว่า 100 ปี เพียง 3 เมตร ที่เสาปูนและบุ้งกี๋รถแบกโฮมีคราบเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและนำศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลประจวบฯ โดยนายธวัชชัย วงอริยวัฒน์ ช่างวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้พยายามขุดตอต้นตะเคียนขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในอ่างมานาน ที่กีดขวางปิดทางเข้า-ออกของท่อระบายน้ำตลาดด่านสิงขร  แต่ยังไม่สำเร็จ เนื่องจากมีรากที่ยาวใหญ่มั่นคงแข็งแรง จึงได้มาทำการตัดยอดเสาปูนก่อน เพื่อจะขยับรถเข้าไปใกล้ จะได้มีกำลังยก ซึ่งในขณะที่นายสมบูรณ์กำลังใช้แก๊สตัดเหล็กที่เสาปูน คนขับรถแบ็กโฮได้ใช้บุ้งกี๋ของรถช่วยโยกเสาปูนให้ขาดออกจากกัน แต่เกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อเกิดแรงกระแทกเข้ากับตัวนายสมบูรณ์จนไปติดกับเสาปูนเสียชีวิตคาที่ สำหรับชาวบ้านในพื้นที่คลองวาฬ ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงอาถรรพ์ของเจ้าแม่ตะเคียนทองต้นนี้ไปต่างๆ นานา ว่าเป็นการเซ่นสังเวยด้วยชีวิตหรือไม่ เนื่องจากขณะที่ขุดตอตะเคียนน้ำที่ซึมออกมาจากใต้ดินโดยรอบตอไม้เป็นสีแดงคล้ายสีเลือด ซึ่งต่างจากสีน้ำในอ่างที่มีอยู่ อีกทั้งการขุดต้นตะเคียนในครั้งนี้ อาจไม่ได้ทำพิธีเซ่นไหว้ศาลเจ้าแม่ตะเคียน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจพบว่า ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองสิงขร เป็นศาลเก่าแก่ ตั้งอยู่บริเวณหน้าตลาดนัดด่านสิงขร และตั้งมานานก่อนที่จะเกิดเป็นตลาดนัด เป็นที่เคารพบูชาของชาวเมียนมาและชาวไทย ที่มีการเดินทางเข้าออกบ้านมูด่อง เมืองมะริดกับบ้านด่านสิงขร โดยมีการนำชุดแต่งกายผ้าไหมสำหรับสุภาพสตรี ทั้งชุดไทย ชุดพม่า ไปถวายพร้อมดอกไม้ พวงมาลัย มีแท่นรองรับธูปเทียนในการบูชา ขอพร ซึ่งชาวบ้านสิงขรมีความเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำด่านสิงขร

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อขับแบ็กโฮปรับที่ เผลอปล่อยลูกเล่น พลัดตกสระน้ำดับ ช่วยไม่ทัน

พ่อมารับจ้างขับรถแบ็กโฮปรับพื้นที่ พาลูกชายวัย 9 ขวบมาด้วยให้วิ่งเล่น จนมีคนมาบอกลูกตกสระน้ำ งมหาเจอในสภาพร่างไร้วิญญาณ เสียใจน้ำตานองหน้าพูดไม่ออก…

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 22 พ.ค. ร.ต.อ.จักรชัย จันนา รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังสะพุง จ.เลย รับแจ้งเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำภายในหมู่บ้านกลาง ต.ผาน้อย จึงไปตรวจที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกำลังงมร่างเด็กในสระน้ำใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง จนสามารถนำร่าง ด.ช.ฉัตรมงคล อาจปาสา อายุ 9 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 12 ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย ขึ้นมาได้ โดยแพทย์ทำการปั๊มหัวใจช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ด้านนายวุฒิชัย อาจปาสา อายุ 43 ปี พ่อของเด็กเล่าด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนเองรับจ้างขับรถแบ็กโฮปรับพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุ โดยได้พาลูกชายมาทำงานด้วย และปล่อยให้วิ่งเล่นห่างจากรถประมาณ 20-30 เมตร จนกระทั่งมีคนมาบอกว่าลูกตกลงไปในสระน้ำขนาดใหญ่ จึงรีบไปดูพบชาวบ้านช่วยกันงมร่างไร้วิญญาณของลูกขึ้นมา ซึ่งรู้สึกเสียใจจนไม่รู้จะพูดอย่างไร จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่ง รพ.วังสะพุง เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง ก่อนมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

จับแก๊งมอดไม้ ซุก ‘พะยูง-ประดู่’ หลังอู่รถฝั่งธน เสนอสินบนแลกปล่อยตัว

รอง ผบ.ตร.แถลงจับแก๊งค้าไม้พะยูงไม้ประดู่แปรรูป ซุกซ่อนหลังอู่ซ่อมรถย่านฝั่งธนบุรี มูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท พร้อมจับหญิงสาว พยายามติดสินบน 2 แสนแลกปล่อยตัวพร้อมของกลาง…

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 28 เม.ย.59 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศปทส.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 ร่วมกันแถลงผลงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม และ สน.แสมดำ จับกุม นายวิญญู ดวงพิลา อายุ 25 ปี ชาว จ.พิจิตร และ น.ส.สุพรรณี เจ๊กทอง อายุ 30 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ พร้อมของกลางไม้พะยูง 59 ท่อน ปริมาตร 2.826 ลบ.ม. มูลค่า 1,412,000 บาท ไม้ประดู่ 11 แผ่น ปริมาตร 1.881 ลบ.ม. มูลค่า 275,000 บาท เลื่อยยนต์ 2 ตัว และรถแบ็กโฮ 1 คัน โดยจับกุมตัวได้พร้อมของกลางทั้งหมดที่อู่ซ่อมรถรุ่งเรืองโช้คอัพ ถนนเลียบทางด่วนสุขสวัสดิ์ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เผยว่า คดีนี้ต้องขอชมเชยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม คือ พ.ต.ท.ทศพล โชติคุตร์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม และ พ.ต.ท.ธนเดช ทีนาคะ สวป.สน.ท่าข้าม ซึ่งนำกำลังชุดจู่โจมประสานกับ พ.ต.อ.สำเริง ผลรอด ผกก.สน.แสมดำ เข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย โดยเมื่อตำรวจเข้าตรวจสอบจนพบการกระทำความผิดแล้ว ผู้ต้องหายังพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ด้วยเงินสด 200,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับ ทำการซ้อนแผนจับเพิ่มเติมข้อหาได้อีก เป็นเรื่องที่ต้องชมเชย สำหรับคดีนี้แนวทางการสืบสวนทราบตัวผู้บงการซึ่งอยู่เบื้องหลังแล้ว และจะขยายผลไปสู่การจับกุมบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน เพื่อยึดทรัพย์สินทั้งหมดต่อไปพ.ต.ท.ทศพล กล่าวว่า การจับกุมคดีนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ชุดจู่โจม สน.ท่าข้าม ตระเวนออกตรวจตรามาตามถนนเลียบทางด่วนสุขสวัสดิ์ตามปกติ จู่ๆ ก็พบรถบรรทุก 6 ล้อ ขนไม้ต้องสงสัยเข้ามาจอดในอู่ซ่อมรถแห่งนี้จำนวนมาก ตนจึงรายงานผู้บังคับบัญชาขอตั้งชุดเฉพาะกิจออกมาสืบสวน กระทั่งเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 27 เม.ย.ตัดสินใจนำกำลังเข้ามาขอตรวจสอบในพื้นที่อู่ซ่อมรถ ปรากฏพบรถแบ็กโฮ กำลังขุดไม้ขึ้นจากบ่อน้ำด้านหลัง โดยมี นายวิญญู ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นคนดูแลพื้นที่กำลังชี้จุดให้คนขับรถแบ็กโฮขุดไม้ขึ้นจากบ่อน้ำ จึงควบคุมตัวนายวิญญเอาไว้ ส่วนคนขับรถแบ็กโฮทราบชื่อคือ นายสมสกุล แช่มช้อย อายุ 34 ปี ไหวตัวทันวิ่งหนีไปได้หวุดหวิด ซึ่งตำรวจจะติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไปพ.ต.ท.ทศพล กล่าวอีกว่า ขณะเจ้าหน้าที่กำลังทำบันทึกตรวจยึดของกลางอยู่นั้น ปรากฏว่า น.ส.สุพรรณี ผู้ต้องหาที่ 2 ได้โทรศัพท์เข้ามาที่เบอร์มือถือของ นายวิญญู ขอคุยกับตนเพื่อขอไม่ให้ดำเนินคดีตรวจยึดไม้ทั้งหมด ด้วยการติดสินบน จำนวน 200,000 บาท ตนจึงซ้อนแผนขอให้ น.ส.สุพรรณี มาพบที่อู่เพื่อจับกุม เมื่อ น.ส.สุพรรณี เดินทางมาถึงจึงรวบตัวไว้ได้พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันมีไม้แปรรูปหวงห้าม (ไม้พะยูง) เกินยี่สิบต้นหรือท่อนหรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร หรือไม้ที่ได้แปรรูปแล้วรวมปริมาตรไม้เกิน 2 ลูกบาศก์เมตรไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งในส่วนของ น.ส.สุพรรณี ได้ตั้งข้อหาเพิ่มเติมอีก 1 กระทง ในส่วนของการติดสินบนเจ้าพนักงานอีกด้วยขณะที่ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ เปิดเผยว่า จากรายงานการสืบสวนทราบว่า ที่อู่ซ่อมรถยนต์แห่งนี้มี นายพิเชฐ ชมประเสริฐ อายุ 37 ปี แฟนหนุ่มของ น.ส.สุพรรณี ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ทำเรื่องขอเช่าเอาไว้ ซึ่งตำรวจจะติดตามตัวมาสอบปากคำดำเนินคดีต่อไป เพราะ น.ส.สุพรรณี ไม่ยอมให้การใดๆ ในตอนนี้ ส่วนผลการสอบสวน นายวิญญู ผู้ต้องหาที่ 1 เบื้องต้นยอมรับว่า พักอาศัยในอู่มา 4-5 เดือนแล้ว ได้ค่าจ้างวันละ 300 บาท โดยตลอดเวลาจะมีรถบรรทุกไม้มาทิ้งไว้ในบ่อน้ำหลังอู่ เมื่อนายทุนต้องการใช้ก็จะให้ นายวิญญู เป็นผู้ชี้จุดให้คนขับรถแบ็กโฮขุดขึ้นมาแปรรูป และจะมีรถบรรทุกมารับออกไปอีกครั้งคาดว่าคงเป็นขบวนการส่งออกไม้แปรรูปไปยังต่างประเทศ ซึ่งจะประสาน บก.ปทส.ขยายผลไปถึงนายทุนให้ได้ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath