งงทั้งแอร์พอร์ตลิงค์! จอดรถสตาร์ททิ้งไว้เกือบชั่วโมง เจ้าของกลับมา เผยเมื่อเช้ารีบมาก

วันที่ 7 ส.ค. เพจ JS100 Radio ได้รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10:00 น. พลเมืองดี แจ้งว่าพบรถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีเทา จอดสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ในลานจอดรถสถานีแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ลาดกระบัง ไม่เห็นใครอยู่ในรถประมาณ 45 นาทีแล้ว จึงอยากให้ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ โดย JS100 ประสานไปยังสถานีลาดกระบัง ทราบว่าเป็นพื้นที่จอดรถด้านนอก จึงตรวจสอบทะเบียนรถต่อจนทราบชื่อผู้ครอบครอง เป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ติดต่อไปทราบว่า ลูกสาวใช้รถคันนี้ทำงานย่านอโศก โดยจะติดต่อลูกสาวเพื่อกลับไปที่รถ

จากนั้น 12:55 น. เจ้าของเดินทางกลับมาที่รถเรียบร้อย โดยเล่าว่า เมื่อเช้ารีบมาก ตนเลยลืมดับเครื่องยนต์จริงๆ ส่วนที่รถล็อก คาดว่าเป็นที่ระบบล็อครถอัตโนมัติไปเอง ขอบคุณพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยติดตาม

ข้อมูลจาก JS100 Radio


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

อีกแค่ 1 กิโลจะถึงบ้านอยู่แล้ว! เก๋งแซงไม่พ้น-ชนสิบล้อตายยกคัน 4 ศพ แม่เห็นศพร่ำไห้เป็นลม

เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 2 ก.ย. ร.ต.อ.ทรงกลด อุปฮาด รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุก 10 ล้อชนกับรถเก๋งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ในพื้นที่ ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.นครพนม กู้ชีพ อบต.บ้านผึ้ง กู้ภัยนครพนม และเจ้าหน้าที่ ปภ.นครพนมOLYMPUS DIGITAL CAMERAที่เกิดเหตุบนถนนหมายเลข 22 สายนครพนม ฝั่งขาออกตัวเมือง บ.หนองหญ้าไซ หมู่ 7 หลัก ก.ม.ที่ 213-214 หน้าบริษัท บุญทะพานฟาร์ม จำกัด พบรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้อฮีโน ทะเบียน 70-0808 นครพนม ตกคลองริมถนนดังกล่าว พบกระจังหน้ารถหลุดออก ด้านข้างตัวรถเขียนระบุบรรทุกพืชผลทางการเกษตร และมีสติ๊กเกอร์รูปโดเรม่อนบินติดอยู่ ส่วนคนขับเปิดประตูรถหลบหนีไปในความมืดOLYMPUS DIGITAL CAMERAใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กบ 9914 เชียงใหม่ สภาพกระจังหน้ารถพังหม้อน้ำแตก กระจกแตกละเอียดสภาพยับเยินทั้งคัน จอดแน่นิ่งริมไหล่ทางท้ายเกยกับต้นประดู่ ในซากรถพบศพนายวิวัฒน์ ต้นปรึกษา คนขับ เบาะข้างคนขับพบศพนางมัททนียา บุญมาวงษา เบาะหลังคนขับพบศพนายพิษณุ พรมมาลุน อายุ 27 ปี และน.ส.ยุธิดา เพ็งที อายุ 29 ปี สภาพศพทั้ง 4 รายเสียชีวิตคาที่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลังเกิดเหตุโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องประสานเครื่องตัดถ่างจาก ปภ.นครพนม และเทศบาลเมืองนครพนม มาช่วยงัดร่างออกอย่างทุกลักทุเล ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถลำเลียงศพผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถได้ทั้งหมด

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกพ่วง 10 ล้อออกจากตัวเมืองนครพนม ขณะมาถึงที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้าที่มีนายวิวัฒน์เป็นคนขับแซงรถคันอื่นที่วิ่งมา แต่หลบเข้าช่องจราจรตัวเองไม่ทัน ก่อนจะถึงบ้านแค่ 1 กิโลเมตรเศษ กระทั่งชนประสานงากับรถพ่วงเข้าอย่างจังเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเกิดเหตุเป็นเนินประกอบกับมืดมาก และช่องจราจรแคบ อีกทั้งไม่มีไฟส่องสว่าง โดยหลังเกิดเหตุได้มีนางคำแปลง พรมมาลุน อายุ 48 ปี ชาว บ.ด่านเก่า ได้มาพบเห็นศพนายพิษณุ บุตรชายที่เจ้าหน้าที่กู้ศพออกจากซากรถเป็นรายแรก ได้ร้องห่มร้องไห้ปิ่มใจจะขาด โดยมีน้องชายผู้ตายมาโอบกอดศพก่อนหน้านี้ เป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็น

ที่มา>>>ข่าวสด

(คลิป) หวาดเสียวสุดๆ!! เก๋งซิ่งล้ำรันเวย์-ตัดหน้าเครื่องบินขณะลงจอด

เว็บไซต์ 360tv ของรัสเซียเผยคลิปที่ถ่ายจากเครื่องบินเล็ก Cessna 172 หมายเลข RA-0794G ขณะร่อนลงจอดบนลานบินในเมืองบอลการ์ ตอนกลางของรัสเซีย เมื่อวันที่ 26 ก.ย. แต่แล้วจู่ๆรถเก๋งคันหนึ่งขับล้ำเข้ามาในรันเวย์ นักบินต้องบังคับเครื่องอย่างเร่งด่วน บินข้ามเก๋งอย่างเฉียดฉิวก่อนแล่นลงจอด โดยคลิปดังกล่าวมียอดชมจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งชนกัน 3 คันไฟลุกท่วม ชาวบ้านทุบกระจกช่วยคนขับออกมาได้ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว

เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 2 ก.ย. ศูนย์วิทยุมูลนิธิขุนรัตนาวุธ กาญจนบุรี รับแจ้งจากประชาชนว่ามีเหตุรถชนกัน 3 คัน มีผู้บาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในรถ บริเวณวัดห้วยกรด ตลาดเขต ต.รางหวาย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี  ที่เกิดเหตุพบ รถเก๋งโตโยต้าวีออส สีขาว ทะเบียน กธ 6570 สุพรรณบุรี รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีแดง ทะเบียน 4กฮ 4007 กทม. จอดอยู่กลางถนนในสภาพพังยับเยิน ใกล้กันพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีแดง ทะเบียน กธ 471 กจ.ตกอยู่ข้างถนน มีเพลิงไหม้ห้องโดยสาร  ชาวบ้านและอาสาสมัครมูลนิธิขุนรัตนาวุธช่วยกันงัดรถเพื่อนำผู้ประสบเหตุออกมาได้เป็นผลสำเร็จ ก่อนที่เพลิงจะลุกลามรถคันดังกล่าว ในที่เกิดเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้หญิง 2 ราย โดยคนหนึ่งอาการสาหัสคือนางกมลพร ห่อระเอียด อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่อาสาปฐมพยาบาลเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ ก่อนรถ น.เขต นำส่งโรงพยาบาลเจ้าคุณไพบูลย์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋วัย16ซิ่งบีเอ็มฯชนเก๋งสนั่นแยกพัทยา รถหมุนเคว้งฟาดเสาไฟล้ม-สาวเคราะห์ร้ายบาดเจ็บ

 เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ร.ต.อ.หญิง รสิตา เณรพงษ์ รองสว.สอบสวน สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งรถเก๋งชนกันบริเวณ 4 แยก ภายในซอยสุขุมวิทพัทยา 4 ข้างแคมป์ช้างนาจอมเทียน ทางลงชายหาด หมู่ 1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ ทำให้เสาไฟฟ้าล้ม 3 ต้น มีผู้บาดเจ็บและไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง บีเอ็มดับเบิลยู สีขาว ป้ายแดง ทะเบียน ณ-9885 กทม ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ชนติดอยู่กับเสาไฟฟ้า ทำให้ล้มขวางถนน 2 ต้น เสียหาย 1 ต้น กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างทั่วบริเวณ โดยมีนายยศ อายุ 16 ปี เป็นคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ใกล้กันพบรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ฆฐ-9537 กทม ในสภาพด้านหน้าพังเสียหาย มีน.ส.ศศิธร ทิพย์เนตร์ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บจุกเสียดหน้าอก เจ้าหน้าที่นำส่งรพ.กรุงเทพ-พัทยา

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถเก๋งบีเอ็มฯได้ขับมุ่งหน้าลงชายหาดด้วยความเร็ว พอมาถึงบริเวณ 4 แยก ซึ่งไม่มีสัญญาณไฟมีรถเก๋งอีกคันขับมาอีกช่องทาง ก่อนจะชนกันอย่างแรงกลาง 4 แยก ก่อนที่รถเก๋งบีเอ็มจะหมุนไปชนเสาไฟฟ้าอย่างแรงจนทำให้หักโค่นล้มลง ก่อนสายไฟฟ้าจะดึงเสาไฟอีก 1 ต้น ล้มลงกลางถนนและอีก 1 ต้นเอียงได้รับความเสียหาย เบื้องต้นการไฟฟ้าภูมิภาค ได้ทำการตัดกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัย และอยู่ขณะทำการซ่อมแซ่ม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมงจึงเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผัวเมียรถบรรทุกหมู ตีกันในรถ เหินข้ามเลนชนวอลโว่อย่างเละ!! ทำหนุ่มตายคาซาก

 วันที่ 2 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ประพันธ์ เรืองสุวรรณ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ธัญบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถหกล้อบรรทุกหมูเสียหลักข้ามเกาะกลางถนนมาชนรถเก๋งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตบริเวณหน้าศูนย์โชว์รูมรถฮอนด้า คลอง 6 ม.4 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุพบรถหกล้อยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 99-9363 กรุงเทพมหานคร บรรทุกหมูที่ชำแหละแล้วพลิกคว่ำอยู่กลางถนน ใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อวอลโว่ หมายเลขทะเบียน กต 5268 ปทุมธานี ถูกชนสภาพพังยับเยิน ที่นั่งคนขับ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ติดภายในรถ เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งจึงได้ใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบเอกสารติดตัว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย ที่นั่งมาด้วยกันกับผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมา คือ นางสาวบังอร ขำทอง อายุ 26 ปี อยู่ ม.9 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้นำตัวส่งโรงพยาบาลธัญบุรี ส่วนคนขับรถหกล้อบรรทุกหมูทราบชื่อ คือ นายนายสุพัฒน์ ผายตาล อายุ 51 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ก่อน จากการสอบถามนางสาวทัศนีย์ เจริญทรัพย์อายุ 47 ปี ภรรยาคนขับรถหกล้อ บอกว่า ตนพร้อมกับสามีรับหมูสดมาจากคลอง 13 ธัญบุรี เพื่อจะไปส่งให้ลูกค้าที่ตลาดยิ่งเจริญสะพานใหม่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตนเองก็ได้มีปากเสียงกับสามีถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน จึงทำให้รถเสียหลักเอียงไปทางด้านขวาและพุ่งขึ้นเกาะกลางถนนไปชนกับรถเก๋งที่ขับสวนทางมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุจึงบันทึกภาพไว้เบื้องต้น พร้อมกับประสานรถยกให้นำรถ 6 ล้อ ออกจากช่องทางการจราจร เนื่องจากมีรถติดเป็นระยะทางยาว โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงนำรถออกไปไว้ข้างทางได้ ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้มอบผู้เสียชีวิตให้มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อหาสาเหตุการตายต่อไป ส่วนผู้ขับรถ 6 ล้อทางเจ้าหน้าที่ได้อายัดตัวไว้ก่อน พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทำให้ทรัพย์สินเสียหาย

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.รุดตรวจสอบเก๋งป้ายแดงปริศนา จอดทิ้งที่รพ.นานครึ่งปีจนกิ่งไม้ปกคลุมทั้งคัน

 เมื่อเวลา 08.20 น.วันที่ 7 ก.ค. ร.ต.อ.ปรีชา จันทร์บ้วย รองสวป.สภ.เมืองเพชรบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการสายตรวจ รุดเข้าตรวจสอบที่บริเวณลานจอดรถภายในโรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีรถยนต์เก๋งต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ในจุดดังกล่าวเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน และไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นเจ้าของรถ จากการตรวจสอบรถต้องสงสัยคันดังกล่าวพบว่า เป็นรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ซ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก-0990 เพชรบุรี มีสภาพใหม่ จอดอยู่ใต้ต้นไม้ ภายในลานจอดรถด้านหลังของตึกผู้ป่วยใน โดยมีเศษใบไม้และกิ่งไม้ร่วงลงมาปกคลุมที่กระจกหน้ารถและหลังคารถจำนวนหนึ่ง  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มองเข้าไปภายในห้องผู้โดยสารก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ อีกทั้งบริเวณรอบตัวรถก็ไม่มีร่อยรอยการถูกงัดแงะแต่อย่างใด โดยได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่รถยกมาทำการยกไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.เมืองเพชรบุรี และจะทำการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของใคร หรือเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากพื้นที่อื่น

ที่มา>>>ข่าวสด

เร่งเครื่องแซงไม่พ้น ตู้หักหลบพลิกคว่ำ วงแหวนกาญจนาฯ เจ็บ 9

โชเฟอร์หญิงวัย 42 ขับรถตู้รับญาติผู้ใหญ่-เด็ก รวมคนขับ 11 ราย ทานข้าวร้านอาหาร ย่าน พระสมุทรเจดีย์ ขากลับใช้ทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก พยายามเร่งเครื่องแซงเก๋งอีกคัน ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำ บาดเจ็บ 9 ราย …

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 29 พ.ค.59 เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางด่วน รับแจ้งเหตุ รถตู้พลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) เลยด่านช้างสามเศียรประมาณ 50 เมตร ฝั่งมุ่งหน้าด่านบางแก้ว ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ

บริเวณช่องทางขวาสุดพบรถตู้โตโยต้า คอมมูเตอร์ สีบรอนซ์ ฮบ 8373 กรุงเทพฯ สภาพพลิกตะแคงขวา กระจกหน้าหลังและประตูแตก หน้ารถพังเสียหาย ส่วนผู้บาดเจ็บซึ่งนั่งมาในรถทั้งหมด ถูกหามส่ง รพ.เปาโลเมโมเรียลสมุทรปราการ 9 คน โดยทั้งหมดมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ห่างไปประมาณ 50 เมตร พบ รถเก๋ง มาสด้าสีขาว หมายเลขทะเบียน ฌจ 3143 กรุงเทพฯ จอดอยู่

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

สอบถามนางเครือวัลย์ ทรัพย์ประเสริฐ อายุ 42 ปี คนขับรถตู้ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขับรถไปรับญาติ เป็นผู้ใหญ่ 7 คน เด็ก 4 คน รวมตัวเองซึ่งเป็นคนขับ ไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่าน อ.พระสมุทรเจดีย์ หลังจากทานเสร็จ จึงได้ขับรถกลับโดยใช้ทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก เพื่อไปส่งทั้งหมดที่บ้านพัก เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ โดยวิ่งมาตามเลนกลาง มาถึงที่เกิดเหตุระหว่างที่ได้เร่งเครื่องแซงรถเก๋งมาสด้า สีขาว ซึ่งอยู่เลนขวาได้ รถเกิดแฉลบเข้ามา ตนจึงได้หักหลบ ก่อนที่รถจะเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน ส่วนที่เหลือปลอดภัยดี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath