ผู้โดยสารร้องลั่น!รถตู้โรงเกลือฝ่าไฟแดงแยกสระแก้ว ชน10ล้อชาวลาวสาหัส 11 ราย หวิดดับยกคัน

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 11 ม.ค. ร.ต.อ.กิตติพัฒน์ คำนนท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสระแก้ว ได้รับแจ้งทางวิทยุจากมูลนิธิสว่างสระแก้ว ว่าที่บริเวณสามแยกไฟแดง ใกล้กับโรงเรียนไฮเทคสระแก้ว ต.ท่าเกษม อ.เมือง จังหวัดสระแก้ว เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารฝ่าไฟแดง ชนกับรถบรรทุกมีผู้ได้รับบาดเจ็บและติดภายในหลายราย ขอให้มาดำเนินการด้วย พอได้รับแจ้งเหตุแล้ว จึงได้รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสาร ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 14-9560 กรุงเทพมหานคร วิ่งสายโรงเกลือ-กรุงเทพฯ ประสานงากับรถบรรทุก ยี่ห้อฮีโน สีขาว ทะเบียน 81-1395 สระแก้ว โดยมีจนท.กู้ภัยสว่างสระแก้ว ลำเลียงคนเจ็บออกจากซากรถตู้โตโยต้า สภาพด้านหน้าพังยับเยิน โดยมีนายคาน กาทอง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 19 ต.บัวโคก อ.ทุ่งตู จ.สุรินทร์ เป็นคนขับรถตู้คันดังกล่าว และผู้โดยสารชาวลาว 11 คน ถูกนำตัวส่งยังโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างดูแลของแพทย์และพยาบาลสำหรับผู้โดยสารชาวลาวนั้น มีหนังสือเดินทางทุกคน ประกอบด้วย 1.นายบุญปอม สีลีอาน อายุ 18 ปี 2.ดญ.อายุ 2 ขวบ 3.นางอุงสวรรค์ วรสาน อายุ 32 ปี 4.นายเว็นโฮน จันนิวน อายุ 28 ปี 5.น.ส.บัวเอียม บอนนิสาน อายุ 38 ปี 6.นส.บัวคำ ภักดี อายุ 26 ปี 7.นายเวียนเกรย์ เซนสอน อายุ 31 ปี 8.น.ส.นิคอนบี เซียนฮิ อายุ 30 ปี 9.น.ส.สา จันทวงศ์ อายุ 20 ปี 10.น.ส.บัวสอน อายุ 31 ปี และ 11.น.ส.ทอนบาง กอยกังซี อายุ 19 ปี

นายทวาย บัวพา อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 282 หมู่ 3 ต.หนองตะเคียนบอน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เป็นคนขับรถบรรทุกอ้อย กล่าวว่า ตนได้ขับรถบรรทุกหลังไปลงอ้อยแล้ว ก็ขับรถบรรทุกกลับบ้านพัก พอมาถึงเกิดเหตุเป็นสามแยกไฟแดงและติดไฟแดงอยู่ ต่อมาด้านของตนมีไฟเขียวแสดงขึ้นมา ตนก็กำลังออกรถแต่จู่ๆ ก็มีรถตู้ขับฝ่าไฟแดงขึ้นมา และก็ทำให้เกิดเหตุชนประสานงากันดังกล่าว ซึ่งเป็นรถตู้โดยสารมาจากกรุงเทพฯ จะไปที่ตลาดโรงเกลือ คนขับจึงพุ่งเข้าชนอย่างเต็มแรงทำคนขับรถตู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมด้วยผู้โดยสารชาวลาวดังกล่าว

ด้าน น.ส.สา จันทวงศ์ ชาวลาว ที่มากับรถตู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย กล่าวว่า ตนมาจากกรุงเทพๆขึ้นรถตู้โดยทั้งหมดจะมาต่อพาสปอร์ตที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ ซึ่งเสียค่าโดยสารประมาณ 1,000 บาท พอมาถึงที่เกิดเหตุ ก็ตกใจเพราะได้ยินเสียงดังสนั่น พอมาดูพบว่ารถตู้โดยสารที่ตนนั่งมาฝ่าไฟแดงไปชนกับรถบรรทุก ทำให้พวกตนที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัสไปตามๆกัน

ร.ต.อ.กิตติพัฒน์ คำนนท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสระแก้ว กล่าวว่า สำหรับการเกิดเหตุในครั้งเนื่องคนขับรถตู้ได้ขับรถโดยสารประมาท และขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดผ่าไฟแดงชนประสานงากับรถบรรทุกทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จึงฝากเตือนผู้ประกอบการรถตู้ให้กำชับคนขับรถตู้ให้เคารพกฎจราจรอุบัติเหตุก็จะไม่เกิดขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

2นร.หญิงวัย 16 ปีชี้ตัวมัดโชเฟอร์สิบล้ออ้างเป็นตำรวจ”ล้วง”อนาจารเหยื่อสาว(คลิป)

จากเหตุการณ์ที่ 2 นร.หญิงวัย 16 ปี ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ร้องเรียนว่าโดนชายคนหนึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจ ทำทีเป็นของตรวจค้นยาเสพติด ก่อนใช้มือล้วงเข้าไปในกางเกงของเด็กสาวทั้ง 2 คนเพื่อทำอนาจารจนกลายเป็นข่าวครึกโครมเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา

กระทั่งเวลา 22.30 น. วันที่ 13 พ.ย. พ.ต.อ.ภพพล จักกะพาก ผกก.สภ.ศรีราชา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ควบคุมตัวนายประสาร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ชาวอ.บรบือ จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหากระทำอนาจาร 2 นร.หญิง โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่บ้านเช่าไม่เลขที่ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา พร้อมด้วยรถ จยย. ยี่ห้อสกู๊ปปี้ไอ สีดำ ทะเบียน 1 กล 128 ชลบุรี จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำ ที่ สภ.ศรีราชา

โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดคลิปกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าโรงเรียนที่เกิดเหตุ ซึ่งบันทึกภาพพฤติกรรมไว้ได้หมด ทำให้นายประสารยอมรับสารภาพ โดยให้การว่า มีอาชีพเป็นคนขับรถบรรทุก วันเกิดเหตุตนดื่มสุราเข้าไปอย่างหนัก หลังจากนั้นตนจึงออกจากบ้านพัก ขับรถ จยย. มาตามทาง จนมาถึงที่เกิดเหตุ และเห็นเด็กทั้ง 2 คน กำลังขับรถจยย.ออกมาจากโรงเรียนพอดี ตนจึงขี่ตามประกบจนเกิดเหตุดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้น้องใบเตย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และน้องเหมียว (นามสมมติ) อายุ 17 ปี 2 ผู้เสียหายเดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหา และยืนยันว่าผู้ต้องหาขับขี่จยย. ยี่ห้อสกู๊ปปี้ไอ สีดำ ทะเบียน 1 กล 128 ชลบุรี จริง ในเบื้องต้นทางตำรวจได้แจ้งข้อหานายประสาร 3 ข้อหาหนัก ทั้งกระทำอนาจารเด็กอายุเกิน 18 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ, ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง, ปลอมเป็นเจ้าพนักงาน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

อีกแค่ 1 กิโลจะถึงบ้านอยู่แล้ว! เก๋งแซงไม่พ้น-ชนสิบล้อตายยกคัน 4 ศพ แม่เห็นศพร่ำไห้เป็นลม

เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 2 ก.ย. ร.ต.อ.ทรงกลด อุปฮาด รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุก 10 ล้อชนกับรถเก๋งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ในพื้นที่ ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.นครพนม กู้ชีพ อบต.บ้านผึ้ง กู้ภัยนครพนม และเจ้าหน้าที่ ปภ.นครพนมOLYMPUS DIGITAL CAMERAที่เกิดเหตุบนถนนหมายเลข 22 สายนครพนม ฝั่งขาออกตัวเมือง บ.หนองหญ้าไซ หมู่ 7 หลัก ก.ม.ที่ 213-214 หน้าบริษัท บุญทะพานฟาร์ม จำกัด พบรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้อฮีโน ทะเบียน 70-0808 นครพนม ตกคลองริมถนนดังกล่าว พบกระจังหน้ารถหลุดออก ด้านข้างตัวรถเขียนระบุบรรทุกพืชผลทางการเกษตร และมีสติ๊กเกอร์รูปโดเรม่อนบินติดอยู่ ส่วนคนขับเปิดประตูรถหลบหนีไปในความมืดOLYMPUS DIGITAL CAMERAใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กบ 9914 เชียงใหม่ สภาพกระจังหน้ารถพังหม้อน้ำแตก กระจกแตกละเอียดสภาพยับเยินทั้งคัน จอดแน่นิ่งริมไหล่ทางท้ายเกยกับต้นประดู่ ในซากรถพบศพนายวิวัฒน์ ต้นปรึกษา คนขับ เบาะข้างคนขับพบศพนางมัททนียา บุญมาวงษา เบาะหลังคนขับพบศพนายพิษณุ พรมมาลุน อายุ 27 ปี และน.ส.ยุธิดา เพ็งที อายุ 29 ปี สภาพศพทั้ง 4 รายเสียชีวิตคาที่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลังเกิดเหตุโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องประสานเครื่องตัดถ่างจาก ปภ.นครพนม และเทศบาลเมืองนครพนม มาช่วยงัดร่างออกอย่างทุกลักทุเล ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถลำเลียงศพผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถได้ทั้งหมด

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกพ่วง 10 ล้อออกจากตัวเมืองนครพนม ขณะมาถึงที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้าที่มีนายวิวัฒน์เป็นคนขับแซงรถคันอื่นที่วิ่งมา แต่หลบเข้าช่องจราจรตัวเองไม่ทัน ก่อนจะถึงบ้านแค่ 1 กิโลเมตรเศษ กระทั่งชนประสานงากับรถพ่วงเข้าอย่างจังเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเกิดเหตุเป็นเนินประกอบกับมืดมาก และช่องจราจรแคบ อีกทั้งไม่มีไฟส่องสว่าง โดยหลังเกิดเหตุได้มีนางคำแปลง พรมมาลุน อายุ 48 ปี ชาว บ.ด่านเก่า ได้มาพบเห็นศพนายพิษณุ บุตรชายที่เจ้าหน้าที่กู้ศพออกจากซากรถเป็นรายแรก ได้ร้องห่มร้องไห้ปิ่มใจจะขาด โดยมีน้องชายผู้ตายมาโอบกอดศพก่อนหน้านี้ เป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็น

ที่มา>>>ข่าวสด

วิจารณ์แหลก คดีตร.จับรถบรรทุกติดตุ๊กตาไฟหน้ารถเป็นเงิน 2 พัน(คลิป)

  กำลังเป็นที่วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อคุณ จนไม่พอ เสือกไม่หล่ออีก  โพสต์ภาพและคลิปตำรวจจับปรับรถบรรทุกคันหนึ่งเพราะว่าติดตุ๊กตาหน้ารถแล้วมีการต่อไฟฟ้าเข้าไปด้วยเป็นเงิน 2 พันบาท โดยระบุว่า “ติดไฟแนนซ์ น่ากลัวกว่า ติดตุ๊กตากว่าเยอะ…. คดีนี้ เจ้าของสู้ คงสนุก   อ้างอิงโดย พรบ.รถยนต์ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๑๒ รถใดที่จดทะเบียนแล้ว หากปรากฏในภายหลังว่ารถนั้นมีส่วนควบ หรือเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถไม่ครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือเพิ่มสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไปซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของผู้อื่น ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถนั้นจนกว่าจะจัดให้มีครบถ้วนถูกต้องหรือเอาออกแล้ว… ประเด็นอยู่ที่การติดตั้งตุ๊กตานั้น “อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของผู้อื่น” หรือไม่ ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องเป็นผู้สืบพิสูจน์ถึงอันตรายนั้นว่าเป็นอย่างไร การที่จะมีไฟเพิ่มในส่วน”หัวเก๋ง”ของรถบรรทุก (มันทำร้ายร่างกาย หรือจิตใจตรงไหน)  คือเป็นเรื่อง ความปลอดภัยมากกว่า เพราะยามค่ำคืน ภาพที่เห็นจะเป็นแสงไฟ ไม่ใช่ตุ๊กตาไฟ ซึ่งในทางปฏิบัติ รถบรรทุกขนาดใหญ่ก็ติดตั้งเพิ่มอยู่แล้ว ม12.ไม่มีถือว่าผิด มีแล้วไม่ถูก แต่แก้ไขตามความเห็นนายทะเบียนก็ไม่ผิด ต้องมองในด้านเพิ่มความปลอดภัยด้วย

เรื่องการเขียนใบสั่งเพิ่มเติม (ถ่ายคลิปวีดีโอ) เป็นการกระทำที่มิชอบครับ ตำรวจไม่มีอำนาจเขียนข้อความใดๆในใบสั่งเกินกว่าที่กฏหมายรับรอง ว่าถึงผู้เชี่ยวชาญ หากมีคดีขึ้นสู่ศาลคู่ความสามารถหมายเรียกนายทะเบียนมาให้ข้อเท็จจริงได้ ผู้ที่มาให้ข้อเท็จจริงในศาลเรียกว่าผู้เชียวชาญ ส่วนการตัดสินว่าผิดหรือไม่เป็นหน้าที่ของศาล การใช้ดุลยพินิจสั่งตามมาตรา ๑๒ ของนายทะเบียนจะกระทำได้ต่อเมื่อยังไม่มีคดีขึ้นสู่ศาล และเมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งแล้วเจ้าของรถไม่เห็นด้วยสามารถอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังอธิบดีได้ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งนายทะเบียน คำวินิจฉัยของอธิบดีให้เป็นที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด