ถนนเลียบคลองคูบางหลวงพังนานกว่า 4 ปี ชาวบ้านปทุมฯสุดทนร้องหน่วยงานเร่งแก้ไข

 เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านจังหวัดปทุมธานี ว่าพื้นถนนเลียบคลองคูบางหลวง ในซอยวัดราษฎร์ศรัทธาทำ หมู่ 6 ต.บางหลวง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ทรุดนานกว่า 4 ปี ชาวบ้านเดือดร้อนจากการสัญจรใช้เส้นทาง ยิ่งหากฝนตกน้ำท่วมขังจะอันตรายมาก ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบถนนดังกล่าว สภาพถนนที่พบเป็นถนนพื้นคอนกรีตได้รับความเสียหายจากพื้นถนนทรุดจำนวน 3 ช่วง คือต้นซอย กลางซอย และท้ายซอย สภาพพื้นนถนนทรุด เป็นหลุมเป็นบ่อมีน้ำขังบางส่วน เป็นระยะทางแต่ละช่วงยาว 100 เมตร ถึง 150 เมตร โดยเสียหายทั้งสองผิวจราจร แต่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ยังสามารถใช้เส้นทางได้ โดยต้องใช้เส้นทางอย่างระมัดระวัง จากการสอบนางสาวสุดา มุหะหมัด อายุ 29 ปี ชาวปทุมธานี พนังงานโรงงาน กล่าวว่า ตนเองเช่าบ้านอยู่ภายในซอยนี้ ซึ่งต้องในถนนเส้นนี้ในการสัญจรไปทำงานทุกวัน ซึ่งตั้งแต่พื้นถนนทรุดนั้นตนเองใช้เส้นทางยากลำบากขึ้น โดยเฉพาะตนเองใช้รถจักรยานยนต์ และจะอันตรายมากขึ้นหากมีรถยนต์ขับสวนทางกัน เพราะว่าต้องคอยขับหลบหลุมเนื่องจากพื้นถนนทรุด ยิ่งหากฝนตกลงมาน้ำจะท่วมขัง เป็นอันตรายมากเวลาที่ต้องใช้เส้นทางนี้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาเร่งดำเนินการแก้ไขให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ ทั้งนี้ ที่บริเวณด้านหน้าซอยมีป้ายชี้แจงจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ที่ไม่สามารถซ่อมถนนได้ โดยระบุว่า ต้องขออภัยในความไม่สะดวกเนื่องจากถนนทรุดชำรุด ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีไม่สามารถดำเนินการซ่อมแซมในระยะนี้ได้ อันเนื่องจากถนนสายนี้อยู่ระหว่างข้อพิพาททางกฎหมายเลขดำที่ 119/2556 ของสถาบันอนุญาโตตุลาการสำนักระงับข้อพิพาท ระหว่างบริษัทจันทร์ทองบิวเตอร์ จำกัด กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี หากสิ้นสุดข้อพิพาทเมื่อใดแล้ว องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จะดำเนินการซ่อมแซมโดยเร่งด่วนต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฉุนแค่เดินผ่านหน้าบ้าน ลูกเลี้ยงโหดขี่จยย.ตามฟันยับพ่อเลี้ยงวัย 49 เลือดท่วม

 เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 14 ก.ค. ร.ต.อ.สมจิตร บุญตาม พงส.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีคนถูกมีดฟันได้รับบาดเจ็บ บริเวณหมู่บ้านหนองหูช้าง ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบ จึงพร้อมด้วย ด.ต.จักรพงษ์ อินทนพ ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองประจวบฯ สายตรวจรถยนต์ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบ เข้าตรวจสอบให้ความช่วยเหลือ เมื่อไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บนั่งพักรักษาตัวอยู่ภายในบ้านเลขที่ 98/1 หมู่บ้านหนองหูช้าง ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมือง ซึ่งมีญาติคอยปฐมพยาบาลให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น จากการตรวจสอบทราบชื่อคือนายสมคิด หงษ์ทอง อายุ 49 ปี ถูกมีดตัดสับปะรดฟันเข้าที่บริเวณไหล่ขวา มีบาดแผลฉกรรจ์ เลือดไหลท่วมตัวจำนวนมาก ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด และยังมีญาติ 2 ฝ่าย ถกเถียงกันเสียงดังตลอดเวลา จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกเลี้ยง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องทะเลาะบาดหมางและมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันมาก่อน ต่อมาลูกเลี้ยงประกาศห้ามไม่ให้พ่อเลี้ยงเดินผ่านหน้าบ้านของตน และในวันเกิดเหตุในขณะที่พ่อเลี้ยง เดินผ่านหน้าบ้านลูกเลี้ยงไปตามถนนสายหลักของหมู่บ้าน เพื่อที่จะไปซื้อสินค้าที่ร้านค้าภายในหมู่บ้าน ระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้านถูกลูกเลี้ยงขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมา แล้วใช้มีดฟันเข้าไปที่บริเวณหลัง-ไหล่อย่างจัง แล้วหลบหนีไป ก่อนที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจะมาขอรับการช่วยเหลือให้ญาติช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำส่งโรงพยาบาลประจวบดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรอีโต้!! บุกร้านสะดวกซื้อ จี้พนักงานสาวให้อยู่เฉยๆ-ได้เงินพันกว่าบาท

 เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. ร.ต.ท.ชาญชล พรมชนะ รองสว.(สอบสวน) สภ.คูคต ได้รับแจ้งมีคนร้ายถือมีดบุกเข้าไปจี้พนักงานในร้านแฟมิลี่มาร์ท ม.18 สาขาลำลูกกาที่ 27 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมนำเงินไปได้ จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง ที่เกิดเหตุพบ 2 สาว พนักงานของร้านยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ โดยบอกว่า ขณะที่ตนเองจัดของอยู่ในร้าน ได้มีคนร้ายเป็นชายลักษณะสูง สวมหมวกคลุมหัว สวมปลอกแขนสีเทา ถือมีดอีโต้เดินเข้ามาในร้าน และบอกว่า ให้ตนอยู่เฉยๆ และคนร้ายจึงได้เดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์ที่ 2 เปิดหยิบเงินไปพันกว่าบาท จากนั้นคนร้ายก็ได้เดินออกไปจากร้านและหลบหนีไป โดยตนไม่รู้ว่าคนร้ายขับรถจักรยานยนต์มาด้วยหรือเปล่า เพราะอยู่ในอาการตกใจ พร้อมกับโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุ จะได้ดูกล้องวงจรปิด เพื่อตามจับคนร้ายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!กระบะครอบครัวซิ่งลงเขายางแตกชนสนั่นจยย.-ร้านค้าข้างทาง พ่อ-แม่ดับ ด.ช.2ขวบสาหัส

 เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 16 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กกตูม จ.มุกดาหาร รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ ยางระเบิดเสียหลักเฉี่ยวชนร้านค้าและรถจักรยานยนต์ บริเวณร้านค้าข้างทางบ้านป่าไม้ ถนนเปรมพัฒนา กม.66+500 เส้นทางกกตูม-ส้านแว้ ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยศูนย์วีอาร์ภู้ภัย หน่วยกู้ภัยเมตตาธรรมออกตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อ เชฟโรเลต ทะเบียน บม 5960 สกลนคร ในสภาพพังเสียหาย มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ ทะเบียน กวก627 ล้มอยู่ และพบร้านค้าข้างทางพังราบลงมากองกับพื้น ตรวจสอบภายในรถกระบะพบศพนายกิติพงษ์ ใยบางแก้ว อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192 ม.6 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร และนางจารุณี กมลอิน อายุ 33 ปี ภายในรถยังพบ ด.ช.จูโม ใยบางแก้ว วัย 2 ขวบ บาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ ยังพบศพนายวิระชัย แสงฤทธิ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 365 ม.10 ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ และน.ส.วันเพ็ญ ใยสุข อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์และคนซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำผู้บาดเจ็บส่งที่รพ.เขาวง ส่วนรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ที่มา>>>ข่าวสด

ไฟหน้าไม่มี!! หนุ่มลาวซิ่งจยย.พุ่งชนสนั่นดับคาที่ 2 ศพ พบยาบ้าหล่นพื้น

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. ร.ต.ท.เรืองศักดิ์ เนื่องกิจ ร้อยเวร สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน มีผู้เสียชีวิตที่ถนนในหมู่บ้านหนองขนาก หมู่ 7 ต.บางขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และพร้อมด้วยแพทย์เวร ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศ รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นถนนราดยางที่แยกจากถนนสายบ้านหนองกรรเกรา-หนองจวง เข้าไป 2 กิโลเมตร เป็นช่วงทางโค้งเกือบหักศอก รถวิ่งสวนเลน โดยบริเวณกลางถนนพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนายศรีจันทร์ ธรรมวงศ์ อายุ 32 ปี ชาวลาว ลูกจ้างรับจ้างทำสวนผลไม้สภาพศพขาขวาช่วงข้อเท้าและหัวเข่าหัก คอหักหมุนได้รอบ ห่างกัน 3 เมตรพบอีกศพ คือ นายสมศักดิ์ ภูมิยา อายุ 47 ปี อยู่เลขที่ 100/2 หมู่ 6 ต.ดงขี้เหล็ก สภาพศพนอนหงาย กลางหน้าผากถูกกระแทกจนกระโหลกยุบ แผลเหวอะหวะเป็นแผลฉกรรจ์ที่ขาขวา

ที่ริมไหล่ถนนฝั่งซ้ายมือด้านจะเข้าตัวเมืองปราจีนบุรี พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ไม่มีไฟหน้าและไม่ติดแผ่นทะเบียนของนายศรีจันทร์ ล้มตะแคงอยู่ในสภาพพังยับเยิน ส่วนอีกฟากไหล่ถนนตรงข้าม พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นอากีล่า สีดำคาดน้ำเงินปนสีม่วง ทะเบียน กตฉ 466 ปราจีนบุรี ล้มตะแคง สภาพพังยับเยิน ล้อยุบหาตัวถังรถ นอกจากนี้ระหว่างกึ่งกลางถนน พบยาบ้าชนิดสีส้มตกอยู่ 1 เม็ดครึ่ง ร.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนนางอริวรรณ อยู่พงษ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/2 หมู่ 6 ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี ภรรยาของนายสมศักดิ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุสามีซึ่งแยกกันอยู่ ขับรถออกจากสวนผลไม้หมู่บ้านหนองประเทือง คาดว่ามุ่งหน้ากลับบ้านดงบัง มาถึงจุดเกิดเหตุรถจักรยานยนต์ที่ขับคงสวนทางกับชาวลาวผู้เสียชีวิตอีกคนที่ไม่มีไฟหน้ารถ จึงชนประสานงานกันอย่างแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนแรงงานต่างด้าวชาวลาว สอบสวนนายบุญช่วย สีตา อายุ 47 ปี นายจ้างทราบว่า หลังเลิกงานได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากสวนผลไม้ มาทราบอีกครั้งเสียชีวิตแล้ว โดยหลังเกิดเหตุจะส่งศพชันสูตรอีกครั้งที่ ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ที่มา>>>ข่าวสด

เบตง เข้ม! ป้องกันกลุ่มจ้องป่วน ห้วงเดือนถือศีลอด

อำเภอเบตง จ.ยะลา เพิ่มความเข้ม ตั้งจุดสกัด ตรวจสอบรถยนต์ผ่านเข้าออก ขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรม ตรวจบัตรประชาชนที่เข้าพัก ป้องกันคนร้ายเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ในห้วงเดือนถือศีลอด

วันที่ 1 มิ.ย. นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง ได้สั่งการกำชับกำลังเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ อส.และกำลังภาคประชาชน ในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเน้นตรวจสอบบุคคล รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ต้องสงสัย เป้าหมายที่แจ้งเตือน ตามแผนรักษาความปลอดภัยเขตเมืองเบตง เพื่อป้องกัน คนร้ายที่อาจจะลักลอบนำยานพาหนะซุกซ่อนวัตถุระเบิด เข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ ช่วงใกล้เข้าสู่เดือนถือศีลอดของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ในห้วงวันที่ 6 หรือ 7 มิ.ย. 59 นี้ โดยคนร้ายยังคงก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่อย่างต่อเนื่องนายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ช่วงใกล้เข้าสู่เดือนถือศีลอดของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติงานร่วมกันอย่างเข้มข้น ให้มีการออกตรวจสอบความเรียบร้อยบนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง พร้อมทั้งถนนสายรอง ทั้ง 4 มุมเมือง ให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อตรวจสอบรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเข้า-ออก ระหว่างตัวเมืองเบตงนอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือกำชับผู้ให้บริการห้องพักโรงแรม สถานประกอบการทุกแห่งตรวจบัตรประชาชนของผู้เข้าพัก และผู้เข้ามาใช้บริการ ซึ่งกลุ่มคนร้ายอาจแฝงตัวเข้ามาเพื่อลอบวางระเบิด ในพื้นที่เขตเมือง โดยเน้นให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ทั้งด่านถาวร และด่านลอย ได้มีการตรวจสอบบุคคล และยานพาหนะที่ผ่านเข้าออกอย่างเข้มงวด พร้อมกับเปรียบเทียบบุคคลต้องสงสัยจากแฟ้มประวัติคดีความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งระดับแกนนำ และสมาชิกแนวร่วมอย่างละเอียด

ที่มา>>>Thairath

สลดใจ! พ่อร่ำไห้กอดศพเมีย-ลูกวัย5ขวบ หลังจยย.ล้มโดนรถทับซ้ำ ไปส่งไม่ถึงโรงเรียน

เมื่อเวลา 07.45 น.วันที่ 1 มิ.ย. เกิดอุบัติเหตุจักรยานยนต์ลื่นล้มเนื่องจากฝนตกถนนลื่นบริเวณถนนจอมทองซอย5 ท้องที่สน.บางขุนเทียน กทม. หลังจากนั้นมีรถยนต์ขับมาทับร่างด.ญ.วัย 5 ขวบสวมชุดนักเรียนเสียชีวิตทันที ส่วนผู้หญิงวัยกลางคนที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วยคาดจะเป็นแม่เด็กได้รับบาดเจ็บ รถกู้ชีพบางประกอก 9 นำส่งร.พ.บางประกอก 9 แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวต่อมาเสียชีวิต ส่วนผู้ขับขี่คาดว่าเป็นพ่อเด็กนั้นบาดเจ็บเล็กน้อย นั่งร่ำไห้กอดศพลูกสาวอยู่กลางถนน เป็นที่น่าเวทนาเป็นอย่างยิ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า เด็กหญิงผู้เสียชีวิตทราบว่าคือด.ญ.ชัชฎาพร พรมสาวะนา อายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2/1 โรงเรียนวัดนางนองโดยก่อนเกิดเหตุพ่อของด.ญ.ชัชฏาพรขี่รถจักรยานยนต์พาภรรยาและลูกสาวเพื่อไปส่งโรงเรียน แต่เกิดฝนตกถนนลื่น ทำให้รถจักรยานยนต์โดนรถอีกคันเฉี่ยวจนเสียหลักล้มกลางถนน เป็นเหตุให้รถยนต์ที่ขับตามมาทับด.ญ.ชัชฎาพรและมารดาจนเสียชีวิต ส่วนรถยนต์คันดังกล่าวขับหลบหนีไปทันที ซึ่งตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด