ระทึกจยย.ซิ่งแข่งกัน!! กระบะเปลี่ยนเลนชนโครม หนุ่มหัวฟาดไถลกระเด็น(คลิป)

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 23 มกราคม ร.ต.อ.กันตพัฒน์ ชาวดอน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์กระบะ บริเวณหน้าโชว์รูมมาสด้า ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง สมุทรปราการ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่บนถนนศรีนครินทร์ ขาออก หลักกิโลเมตรที่ 19 ที่กลางถนน พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย อายุประมาณ 20 ปี นอนหมดสติอยู่กลางถนน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรีบนำส่งโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล สมุทรปราการ ห่างออกไปไม่ไกลพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน กกบ 875 สมุทรปราการ มีรอยถลอกรอบคัน ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ นิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ฒฬ 3771 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ข้างทาง บริเวณบังโคลนล้อหลังด้านซ้ายหลุดและถลอกจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้ารถของนายศักรินทร์ นิลสีทอง อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นคนเห็นเหตุการณ์ พบว่า รถจักรยานยนต์ 2 คัน ได้ขับขี่มาด้วยความเร็ว ก่อนที่รถกระบะนาวาร่า จะเปิดไฟเลี้ยวแล้วหักออกมากะทันหัน ทำให้รถจักรยานยนต์คันแรก หักหลบได้ทัน ส่วนคันที่สองได้เบรกจนเสียหลัก ทำให้ท้ายปัดไปชนช่วงล้อหลังฝั่งซ้าย ก่อนที่รถจักรยานยนต์คันที่สอง จะไถลไปกับพื้นพร้อมประกายไฟ ส่วนคนเจ็บไถลไปอีกทาง

จากการสอบถามนายศักรินทร์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถอยู่เลนกลาง รถกระบะนาวาร่า ขับอยู่เลนขวาด้านหน้ารถของตน ก่อนจะมีรถจักรยานยนต์ 2 คัน แซงขวารถของตนไปด้วยความเร็ว จู่ๆ รถกระบะนาวาร่า ได้เปิดไฟเลี้ยวแล้วหักรถออกมาเลนกลางกะทันหัน รถจักรยานยนต์คันแรกหักหลบไปได้ ส่วนรถของผู้ได้รับบาดเจ็บได้แตะเบรกก่อนที่ท้ายรถจักรยานยนต์จะไปชนเข้าที่ด้านท้ายฝั่งซ้ายของรถกระบะนาวาร่า เข้าอย่างแรง จนทั้งคนทั้งรถล้มฟาดและรถไถลไปกับพื้นถนนคนละทิศคนละทาง ตนจึงได้จอดรถข้างทาง ก่อนรีบลงมาดูคนเจ็บ พร้อมโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บน่าจะขับขี่รถจักรยานยนต์มาในลักษณะแข่งขันกันอย่างเร็ว พอมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกระบะซึ่งไม่ทันระวัง ได้เปิดไฟเลี้ยวพร้อมเปลี่ยนเลนออกมากะทันหัน โดยไม่ทันระวัง จึงให้รถจักรยานยนต์คันแรกหักหลบไปได้พ้น ส่วนคันของผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้เหยียบเบรกจนท้ายปัดพุ่งไปชนตรงช่วงล้อหลังซ้ายดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการเชิญตัวคนขับรถกระบะ ไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ติดให้เห็นกันไปเลย พ่อค้าขายอาหารเร่ครวญ ถูกเรียกตรวจใบอนุญาตบ่อย เผยให้ความร่วมมือแต่บ่อยเกิน

วันที่ 24 พ.ย. นายกุศล อุปเทห์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 11 ต.ปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เจ้าของรถกระบะมาสด้า 4 ประตู สีขาว ทะเบียน ฆษ 1667 กรุงเทพมหานคร นำใบอนุญาตจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะที่ขอไว้กับกับเทศบาล อบต.และเทศบาลในเขตอำเภอบ้านด่าน และอำเภอห้วยราช ใบอนุญาตการขอต่อเติมโครงหลังคารถยนต์ พร้อมใบเสร็จรับเงินรวม 5 แผ่น นำมาติดไว้ข้างประตูรถ เพื่อแสดงให้เห็นชัดเจนว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ201611241714003-20161102133547นายกุศล เล่าว่า ตนมีอาชีพขายอาหารสด เช่นผักสด เนื้อสด และอาหารทั่วไป โดยจะนำใส่รถออกไร่ขายตามหมู่บ้าน ตามเส้นทางที่เคยไปเป็นประจำ ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่าน เรียกตรวจ และเสียค่าปรับเป็นประจำ

 เมื่อไปขอใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว ก็ออกขายของตามปกติ แต่เจออีก เพราะไปขายนอกพื้นที่ เสียค่าปรับอีก 200 บาท จากนั้นจึงไปขอใบอนุญาตทุกพื้นที่ที่ไปขาย รวมถึงใบอนุญาตต่อเติมโครงหลังคารถยนต์ และเริ่มมั่นใจว่าตนเองทำถูกทุกประการ แต่กลับเจอปัญหาอีก เมื่อด่านตำรวจแต่ละพื้นที่สอบถาม จะต้องค้นหาเพราะมีหลายใบอนุญาต จึงตัดสินใจนำมาแปะไว้ข้างประตูรถยนต์ ด่านไหนอยากดูก็ดูได้ทันทีตามใจชอบ

นายกุศล บอกด้วยว่า ตอนนี้ถือว่าไม่ถูกด่านตรวจเรียกอีกแล้ว สะดวกสบายไม่ต้องเสียเวลา ความรู้สึกส่วนตัวในฐานะเป็นคนไทยก็พร้อมจะให้ความร่วมมือ แต่คิดว่าการทำหน้าที่ประชาชนที่ดีใช้ชีวิตลำบาก จึงอยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้วิจารณญาณในการตรวจค้น ว่าเมื่อเคยตรวจสอบแล้วไม่มีความผิด ไม่ควรเรียกตรวจอีกให้บ่อยครั้ง เพราะเคยเห็นกันเป็นประจำ

ที่มา>>>ข่าวสด

รถไฟประสานงารถกระบะขาดสองท่อน ลากไกลกว่า 400 เมตร พบหนุ่มดับคารถ

เมื่อกลางดึก วันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศุภชัย สุขแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถกระบะ บริเวณจุดตัดบ้านคลองยา หมู่ 6 ต.นาใต้ อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้เสียชีวิต รีบตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุพบรถไฟขบวนที่ 172 สไหงโกลก-กรุงเทพฯ ชนอัดก๊อปปี้กับรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีบอนท์ ทะเบียน บห 631 สุราษฏร์ธานี ถูกขบวนรถไฟชนเข้ากลางลำและลากมาไกลกว่า 400 เมตร สภาพขาด 2 ท่อน พังเสียหายทั้งคัน ในที่เกิดเหตุพบศพ นายวินัย เพชรอาวุธ อายุ 37 ปี เสียชีวิตติดกับซากรถ เจ้าหน้าที่เร่งนำร่างออกจากรถs__5308426สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถผ่านจุดตัดดังกล่าวและไม่ทันสังเกตุว่ามีขบวนรถไฟแล่นมาถึงพอดีทำให้ชนเข้ากับรถผู้ตายกลางลำจนขาด 2 ท่อนและลากมาไกล 400 เมตร ทั้งนี้จะได้ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋ดับ 3 ศพกระบะกลับจากดูคอนเสิร์ตพลิกคว่ำพุ่งชนบ้านสาหัสอีก 5 สยองที่หล่มสัก

 เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 22 ก.ค. พ.ต.ต.มิตร พุทธา พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำถนนสายสระบุรี-หล่มสัก ฝั่งขาล่อง บริเวณหน้าร้านเจ๊โส หมู่ที่ 12 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงพร้อมด้วยอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสัก รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว ทะเบียน บว9595 เพชรบูรณ์ พลิกคว่ำอยู่ข้างทาง สภาพพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บกระเด็นออกมานอนเกลื่อนอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ และยังมีบางส่วนติดอยู่ภายในซากรถ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสักจึงได้ช่วยกันใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างออกมา พบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุคือนายเลิศศักดิ์ สิทธิใจ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/1 ม.4 ต.ปากดุก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ส่วนอีก 7 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก แต่ต่อมามีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวอีก 2 รายได้แก่ นายนราวิชญ์ สาตุ่น อายุ 19 ปี และนายศักดิ์ชาย ขีดวัน อายุ 20 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 5 รายประกอบด้วย 1.นายวัชรัศนิ์ มาสี อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถ ขณะนี้อาการสาหัสนอนรักษาตัวอยู่ในห้อง ไอซียู 2.น.ส.ทิพานัน โพธิคำ อายุ 25 ปี 3.นายปรมินทร์ สุขตะโก อายุ 27 ปี 4.นายปิยวัฒน์ ภัคดี อายุ 20 ปี และ 5.น.ส.ศิรินภา คันธิราช อายุ 21 ปี จากการสอบสวนทราบว่าทั้งหมดกลับมาจากการชมคอนเสิร์ตคอกเทลเบียร์ช้าง ในเขตอำเภอหล่มสักก่อนเกิดเหตุเดินทางกลับบ้าน โดยมีนายวัชรัศนิ์ เป็นคนขับรถคันเกิดเหตุ โดยชาวบ้านให้การว่าขับมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุอาจจะเกิดอาการหลับในหรืออาจจะขับรถหลบสิ่งกีดขวาง รถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง พลิกหลายตลบและพุ่งชนบ้านเรือนของชาวบ้าน ที่อยู่ข้างทางทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผบ.ตร.แถลงจับแก๊งยาเสพติด 3 คดีรวบ 5 ผู้ต้องหา ยึดย้าบ้ากลิ่นแอปเปิ้ล 2 ล้านเม็ด-ไอซ์ 52 กิโล

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.บร. (ปส.) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล มทบ.พล.ต.ต.ทนัย อภิชาตเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงค์ ผบก.ปส.3  พ.ต.อ.ชัยโรจน์ ชัยยะ รอง ผบก.ปส.2 พ.ต.อ.วรวิทย์ ไวถนอมสัตว์ รอง ผบก.ปส.1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมยาเสพติดจำนวน 3 คดี พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 2,990,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 52 กิโลกรัม เคตามิน 50 กิโลกรัม โดยคดีที่ 1 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 คน ประกอบด้วย 1.นายสราวุธ เกษรบัว อายุ 25 ปี 2.นายณรงค์ศักดิ์ สมบูรณ์ อายุ 25 ปี 3.น.ส.ปัทมา หอมเลย อายุ 29 ปี พร้อมของกลางยาบ้า  รวมประมาณ 2,090,000 เม็ด ไอซ์ 52 กิโลกรัม โดยแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้ที่ลานดินริมถนนก่อนถึงทางเข้าวัดไผ่เหลือง ถ.บางใหญ่-บางคูลัด ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี และจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 ได้ที่ริมถนนทางคู่ขนาน วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตก ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย คดี 2 จับกุม 1.นายพะแดดู หรือแสบ ศรีใบหนา อายุ 30 ปี 2.นายเฉลิม หรือ แก้ว เม็ดโท อายุ 26 ปี พร้อมยาบ้า 100,000 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงปุ๋ยจำนวน 1 ถุง รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ผห4206 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน รถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า สีเขียว หมายเลขทะเบียน ผว2102 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมนายแสบได้ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ส่วนนายเฉลิมจับกุมได้ริมถนน ฝั่งตรงข้ามร้านอาหารดังกล่าว เลขที่ 164 หมู่ 12 ต.หางดง อ.ฮอด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ คดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ญย 5673 กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 800,000 เม็ด ที่บริเวณสะพานบ้านขาม หมู่ 13 ต.พลับพลาไชย สี่แยกหนองกุฎิ ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยว่า ผลการจับกุมยาเสพติดที่จับได้มีจำนวนมาก และเป็นการจับผู้ต้อง 3 รายต่อเนื่องกัน และเราได้สูญเสีย เจ้าหน้าที่ตำรวจไป 1 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย และยาเสพติดทั้งหมดถ้านำออกไปต่างประเทศจะมีมูลค่ามหาศาล และที่แน่นอนของทั้งหมดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และล็อตนี้ที่จับได้ มีถุงที่ห่อเป็นสีดำมีรูปแอปเปิ้ลเป็นสัญลักษณ์ และมีการแต่งกลิ่นเป็นกลิ่นแอปเปิ้ล ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!กระบะครอบครัวซิ่งลงเขายางแตกชนสนั่นจยย.-ร้านค้าข้างทาง พ่อ-แม่ดับ ด.ช.2ขวบสาหัส

 เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 16 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กกตูม จ.มุกดาหาร รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ ยางระเบิดเสียหลักเฉี่ยวชนร้านค้าและรถจักรยานยนต์ บริเวณร้านค้าข้างทางบ้านป่าไม้ ถนนเปรมพัฒนา กม.66+500 เส้นทางกกตูม-ส้านแว้ ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยศูนย์วีอาร์ภู้ภัย หน่วยกู้ภัยเมตตาธรรมออกตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อ เชฟโรเลต ทะเบียน บม 5960 สกลนคร ในสภาพพังเสียหาย มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ ทะเบียน กวก627 ล้มอยู่ และพบร้านค้าข้างทางพังราบลงมากองกับพื้น ตรวจสอบภายในรถกระบะพบศพนายกิติพงษ์ ใยบางแก้ว อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192 ม.6 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร และนางจารุณี กมลอิน อายุ 33 ปี ภายในรถยังพบ ด.ช.จูโม ใยบางแก้ว วัย 2 ขวบ บาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ ยังพบศพนายวิระชัย แสงฤทธิ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 365 ม.10 ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ และน.ส.วันเพ็ญ ใยสุข อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์และคนซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำผู้บาดเจ็บส่งที่รพ.เขาวง ส่วนรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มขับกระบะพาญาติเที่ยวช่องจอม รถพุ่งชนต้นไม้ดับ 4 ศพ เจ็บ 3 ราย ตรวจที่เกิดเหตุไม่พบรอยเบรก

 เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 8 มิ.ย. ร.ต.อ.ทัศนันท์ อินทร์งาม รองสารวัตรสอบสวน สภ.ปราสาท จ.สุรินทร์ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสื่อสารว่าเกิดอุบัติเหตุ มีรถกระบะชนต้นไม้ที่ กม.228-229 บ้านโคกเพชร หมู่ 11 ถนนสุรินทร์-ช่องจอม ต.บ้านพลวง หลังรับแจ้งพร้อม ชุดจราจร สภ.ปราสาท และหน่วยกู้ชีพ หน่วยกู้ภัย ร่วมตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบประชาชนรุมล้อมดูรถกระบะ สีเขียว ทะเบียน บต8224 เพชรบูรณ์ ชนต้นไม้ใหญ่ ทราบชื่อคนขับคือนายศักพงศ์ บุญวงศ์ อายุ 26 ปี จากการตรวจสอบ มีผู้เสียชีวิต 4 คน ทราบชื่อ 1.นางพัชรี เอี่ยมไชยกุล อายุ 66 ปี 2.นางประไพ แซ่อึ้ง อายุ 62 ปี 3.นางเย้ย โชคสวน อายุ 70 ปี และ 4.นางพวน ฉิมประโคน ทั้ง 4 คน มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านโคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บ 3 คน ทราบชื่อ คือ1.นางสาวพิน ทรงประโคน 2.นางสุชาดา แซ่ลี้ 3.ด.ญ.หรรษา แซ่ลี้ ลูกสาวนางสุชาดา โดยภูมิลำเนา บ้านโคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย เจ้าหน้าที่เร่งส่ง โรงพยาบาลปราสาท และส่งต่อ โรงพยาบาลศูนย์จังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าไม่มีรอยเบรคของรถ สอบสวนทราบว่า นายศักพงศ์ บุญวงศ์ ขับรถกระบะจากบ้านโคกขมิ้น เพื่อจะไปส่งเครือญาติเที่ยวตลาดช่องจอมอ.กาบเชิง พากันซื้อของป่าผักหวาน หวาย เห็ดเพาะ ระหว่างเดินทางกลับ สันนิษฐานว่าคนขับหลับใน รถจึงเสียหลักพุ่งลงถนนชนต้นไม้ใหญ่เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะกลับจากงานบวช แหกโค้งชนอัดต้นไม้ ดับ 3 สาหัส 2

กระบะวีโก้ กลับจากงานบวช ฝนตกถนนลื่น แหกโค้งชนอัดก๊อบปี้ต้นไม้ข้างทาง บนถนนสายเอเชีย ฝั่งขาเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ อ.นาหม่อม สงขลา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเสียชีวิต 3 ศพ รวมคนขับ นำตัวคนเจ็บอีก 2 ราย ส่งยัง รพ. …

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 30 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาหม่อม พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาดใหญ่ เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์เทา ตอนครึ่ง หมายเลขทะเบียน ผท 284 สงขลา เสียหลักตกร่องน้ำพุ่งชนต้นไม้ ริมถนนสายเอเชีย บ้านแม่เปี๊ยะ หมู่ 3 ต.คลองหรัง อ.นาหม่อม จ.สงขลา ฝั่งขาเข้าหาดใหญ่ ซึ่งเป็นทางโค้งก่อนถึงสี่แยกไฟแดงบ้านนาหม่อมกระบะแหกโค้งชนอัดต้นไม้ ดับ 3 สาหัส 2 ที่สงขลา

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะคันดังกล่าวตกลงไปในร่องน้ำชนติดอยู่กับต้นไม้ สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน ภายในรถพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถ 2 คน เป็นคนขับชาย 1 คน และหญิงสาว 1 คนที่นั่งแค็ปหลัง และมีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มอีก 1 คนซึ่งกระเด็นหลุดจากตัวรถ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 2 คนกระเด็นออกจากรถ 1 คน และติดอยู่ในรถ 1 คนหน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมา ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยผู้ประสบเหตุทั้ง 5 คนยังไม่ทราบชื่อที่อยู่ทั้งหมดเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่ารถกระบะคันนี้ขับออกมาจากวัดนาหม่อม หลังจากไปร่วมงานบวช และขับวิ่งมาด้วยความเร็วสูงพอถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งและถนนลื่น เนื่องจากมีฝนตกลงมาก่อนหน้า ทำให้รถเสียหลักพุ่งตกลงไปในร่องน้ำชนอัดก๊อบปี้กับต้นไม้อย่างแรง จนเป็นเหตุสยองทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพและบาดเจ็บสาหัสอีก 2 คนดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath