จับแล้วโจรมีดดาบ! อาละวาดจี้ชิงทรัพย์ทั่วขอนแก่น ล่าสุดบุกปล้นมือถือนศ.ยกกลุ่ม!!

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.นรวัตน์ คำภิโล รองผกก.สส. พ.ต.ท.ชาติชาย ทิมินกุล สว.สส. นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน “พยัคฆ์” เข้าจับกุมนายเกียรติศักดิ์ กองน้อย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/1 หมู่ 17 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางอาวุธมีดดาบ 1 เล่ม หลังก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์กลุ่มนักศึกษาช่วงกลางดึกวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมาพ.ต.อ.นพดล เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งในคืนวันที่ 26 ม.ค. ภายในซอยวุฒาราม 10 ถนนวุฒาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น ขณะที่กลุ่มนักศึกษาทั้งหมดมาทำกิจกรรมสร้างขบวนรถแห่กีฬาสีของวิทยาลัยที่จะมีขึ้นในเช้าวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง

 จากการสืบสวนขยายผลยังทราบว่า ก่อเหตุมาแล้วอย่างโชกโชนในระยะเวลา 7-8 ปี กระทั่งติดคุกนาน 1 ปี 6 เดือนจนพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 1 ปีก็ออกมาตระเวนวิ่งราว ลักทรัพย์ และจี้ชิงทรัพย์ทั่วขอนแก่น เน้นก่อเหตุยามค่ำคืนในซอยเปลี่ยวโดยใช้อาวุธมีดดาบจี้เหยื่อไม่ให้ขัดขืนเมื่อได้ทรัพย์สินมีค่าก็จะส่งขายตลาดมืด นำเงินที่ได้ไปชื้อยาเสพติด

จากนั้นตำรวจชุดจับกุม นำตัวโจรมีดดาบรายนี้ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนแจ้งข้อหาส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกจับแก๊งยาคาบ้าน!! น้องเขยนายอำเภอ ขยายผลรวบหัวโจกเครือข่าย‘เขาบิน’ขุดรอบบ้านอึ้ง

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 6 ก.พ. 60 ร.ท.ณรงค์ สลับศรี ร.ต.แมนธีระพันธ์  จีนนางรอง เจ้าหน้าที่ทหารปตอ.พัน.2 นายเสริมวิทย์ สมบัติ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอคลองหลวง ที่ 2 กว่า 20 นาย ได้ทำการบุกเข้าจับกุม นายสรรเพชร สร้อยธรรมมา อายุ 45 ปี ผู้จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง ซึ่งสามารถจับกุม พร้อมด้วย ยาบ้า จำนวน 59 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ภายในบ้าน หมู่ที่ 13 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของนายวิชัย บุญมี นายอำเภอบ้านนา จ.นครนายก โดยนายสรรเพรช มีศักดิ์เป็นน้องเขยนายวิชัย นายอำเภอบ้านนาเจ้าหน้าที่ได้ให้นายสรรเพรช โทรสั่งยาไอซ์ จำนวน 10 กรัม เป็นเงินจำนวน 10,200 บาท โดยนัดส่งยาที่หน้าบ้านพัก ภายในซอยไอยรา 12 ต่อมาได้มีรถ จยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นรถเป้าหมาย เข้ามาส่งยาไอซ์ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับตัวนายพิชัย ฉิมช้าง อายุ 23 ปี พร้อมยาไอซ์ จำนวน 10 กรัม โดยอ้างว่าตนเป็นเพียงเด็กส่งยา และแจ้งกับ จนท. ว่ายาไอซ์ จำนวน 10 กรัม เป็นของ นายจักรพันธุ์ หรือ บาส ภู่ทิพย์ อายุ 27 ปี จนท. จึงได้นำนายพิชัย ไปหานายจักรพันธุ์ ที่บ้านของนายยืนยง หรือ เต้ ลาภโชติไพศาล อายุ 25 ปี (เอเย่นต์รายใหญ่ในพื้นที่ อ.คลองหลวง)จนท. จึงได้วางแผนเข้าจับกุม โดยปิดล้อมบ้านเลขที่ 5/13 ม.15 ถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายยืนยง เอเยนต์ยาบ้า โดยในระหว่างเข้าจับกุมกลุ่มเอเย่นต์ ได้พยายามหลบหนี แต่ จนท. สามารถจับกุมได้ทั้งหมด มีจำนวน 3 ราย คือ นายยืนยง หรือ เต้ ลาภโชติไพศาล อายุ 25 ปี , นายจักรพันธุ์ หรือ บาส ภู่ทิพย์ อายุ 27 ปี และนายอานนท์ หรือ ยุ่ง ก๊ำคนตรง อายุ 28 ปี โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนั้น นายบาสได้โยนยาไอซ์ทิ้งไปที่บริเวณหลังบ้าน จำนวนมาก พร้อมอุปกรณ์การเสพ นอกจากนี้ยังพบยาบ้าอยู่ที่ตัวนายอานนท์ จากการตรวจสอบโดยรอบบ้านพบว่ามียาบ้าถูกขุดหลุมฝังกลบไว้จำนวนหลายจุด พบของกลางรวมกว่า 12,000 เม็ด พร้อมด้วยเศษผงอีกจำนวนหนึ่ง
จากการสอบถาม นายยืนยง หรือ เต้ ลาภโชติไพศาล อายุ 25 ปี กล่าวว่า ยาบ้าทั้งหมด ตนรับมาจากผู้ต้องขังในเรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี ชื่อ โต้ง เป็นคนจัดการ โดยการโทรศัพท์ผ่านคนกลางซึ่งเป็นผู้หญิงชื่อหนิง และจะนำยามาวางไว้ให้ตามหลักกิโลเมตร ก่อนที่จะโทรสั่งให้นำยาไปส่งให้ลูกค้ารายย่อยอีกครั้ง ซึ่งตนจะได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 50,000 บาท ซึ่งหลังจากรับยามาแล้วก็จะนำมาฝังดินไว้ด้านหลังบ้าน จนถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมได้ดังกล่าวด้าน ร.ต.แมนธีระพันธ์ จีนนางรอง เจ้าหน้าที่ทหารปตอ.พัน.2 กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง ได้ติดตามผู้ค้ารายนี้มานานกว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่เข้าทำการตรวจสอบจะไม่สามารถตรวจค้นยาได้เลย ซึ่งในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาจะนำยามาซุกซ่อนโดยการฝังดินไว้ เมื่อบุกเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ จึงสามารถตรวจยึดยาบ้าได้ ซึ่งในเบื้องต้นทำบันทึกพร้อมส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อแจ้งข้อหา มียาเสพติดใหโทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

2นร.หญิงวัย 16 ปีชี้ตัวมัดโชเฟอร์สิบล้ออ้างเป็นตำรวจ”ล้วง”อนาจารเหยื่อสาว(คลิป)

จากเหตุการณ์ที่ 2 นร.หญิงวัย 16 ปี ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ร้องเรียนว่าโดนชายคนหนึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจ ทำทีเป็นของตรวจค้นยาเสพติด ก่อนใช้มือล้วงเข้าไปในกางเกงของเด็กสาวทั้ง 2 คนเพื่อทำอนาจารจนกลายเป็นข่าวครึกโครมเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา

กระทั่งเวลา 22.30 น. วันที่ 13 พ.ย. พ.ต.อ.ภพพล จักกะพาก ผกก.สภ.ศรีราชา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ควบคุมตัวนายประสาร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ชาวอ.บรบือ จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหากระทำอนาจาร 2 นร.หญิง โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่บ้านเช่าไม่เลขที่ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา พร้อมด้วยรถ จยย. ยี่ห้อสกู๊ปปี้ไอ สีดำ ทะเบียน 1 กล 128 ชลบุรี จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำ ที่ สภ.ศรีราชา

โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดคลิปกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าโรงเรียนที่เกิดเหตุ ซึ่งบันทึกภาพพฤติกรรมไว้ได้หมด ทำให้นายประสารยอมรับสารภาพ โดยให้การว่า มีอาชีพเป็นคนขับรถบรรทุก วันเกิดเหตุตนดื่มสุราเข้าไปอย่างหนัก หลังจากนั้นตนจึงออกจากบ้านพัก ขับรถ จยย. มาตามทาง จนมาถึงที่เกิดเหตุ และเห็นเด็กทั้ง 2 คน กำลังขับรถจยย.ออกมาจากโรงเรียนพอดี ตนจึงขี่ตามประกบจนเกิดเหตุดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้น้องใบเตย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และน้องเหมียว (นามสมมติ) อายุ 17 ปี 2 ผู้เสียหายเดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหา และยืนยันว่าผู้ต้องหาขับขี่จยย. ยี่ห้อสกู๊ปปี้ไอ สีดำ ทะเบียน 1 กล 128 ชลบุรี จริง ในเบื้องต้นทางตำรวจได้แจ้งข้อหานายประสาร 3 ข้อหาหนัก ทั้งกระทำอนาจารเด็กอายุเกิน 18 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ, ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง, ปลอมเป็นเจ้าพนักงาน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดคลิปคำสารภาพโชเฟอร์โหด เผยนาทีเหยื่อสาวร้องขอชีวิต ก่อนลากไปกระทืบซ้ำจนแน่นิ่ง

จากกรณีนายวัชรินทร์ ประทุมพร อายุ 37 ปี โชเฟอร์รถโดยสารปรับอากาศ ป2 ก่อคดีโหดปล้นฆ่านางบุญเพ็ง ปัญโญ อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสารคนเดียวในรถแล้วทิ้งศพต.นาสีนวล อ.พยัคฆ ภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม เหตุเกิดวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาล่าสุดวันที่ 30 ส.ค. ตำรวจสภ.วาปีปทุม สามารถจับกุมตัวนายวัชรินทร์ได้ที่กระท่อมกลางทุ่งนา ท้ายหมู่บ้านจอกขวาง ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจับกุมตัวได้ ตำรวจได้คุมตัวนายวัชรินทร์ไปสอบปากคำที่สภ.วาปีปทุม ทันทีที่นายวัชรินทร์เห็นนางสมศรี ผู้เป็นแม่ ก็ร่ำไห้โผเข้ากอดทันที โดยนายวัชรินทร์ได้ก้มลงกราบแม่ บอกว่าสำนึกผิดที่ได้กระทำลงไปแล้ว พร้อมที่จะรับโทษชดใช้กรรมที่ทำไป นางสมศรีร้องไห้กล่าวว่า ลูกทำไมต้องฆ่าเขา แม่มีลูกคนเดียว มีอะไรทำไมไม่บอกแม่ ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีกี่เดือนจึงจะได้พบลูกอีก ขอให้ลูกหลังพ้นโทษออกมาก็ขอให้ลูกกลับตัวกลับใจเป็นคนดีของแม่ของพ่อ  เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.สุรศักดิ์ นาถวิล พ.ต.อ.ดร.บรรพต เทพพานิช รองผบก.มหาสารคาม พ.ต.อ.ณัฐชัย คงบุญ ผกก.สภ.พยัคฆภูมิพิสัย นำตัวนายวัชรินทร์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่รถโดยสารสายร้อยเอ็ด-บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นรถคันเกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาได้ชี้จุดที่ทำร้ายนางบุญเพ็งบนรถเริ่มจากชกเข้าที่ใบหน้า 1 ครั้งจนผู้ตายสลบ จากนั้นก็ขับรถต่อมาเรื่อยๆ พอผู้ตายฟื้นและส่งเสียงร้องขอให้ปล่อยตัว จึงได้ใช้ค้อนเคาะยางรถตีเข้าที่ศรีษะจนแน่นิ่งใจจนคิดว่าเสียชีวิตแล้ว  จึงได้ขับรถเข้ามาทางหมู่บ้านหนองผือ ต.นาสีนวล อ.พยัคฆภูมิพิสัย ผ่านหมู่บ้านดงบาก-บ้านเหล่าน้อย เพื่อที่จะนำศพมาทิ้ง จากนั้นรถเกิดติดหล่มไม่สามารถไปต่อไป นายวัชรินทร์ให้การว่า ขณะนั้นนางบุญเพ็งยังพอมีสติ ได้ร้องขอชีวิต ตนจึงได้ลากผู้ตายลงจากรถไปยังกลางทุ่งนา ห่างจากรถประมาณ 20 เมตร ก่อนทำร้ายร่างกายด้วยการกระทืบซ้ำจนแน่นิ่งไป  จากนั้นก็ได้หลบหนีไป

พ.ต.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ ซึ่งผู้ต้องหามีประวัติใช้ยาเสพติด ก่อนเกิดเหตุรับสารภาพว่าเสพยามาด้วย ทำให้ก่อเหตุขึ้น ซึ่งทรัพย์สินที่ได้ไปมีสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และสร้อยข้อมือหนัก 1 บาท ส่วนเงินสดและแหวนทองคำยังคงอยู่ จากการลงพื้นที่หาข่าวและทำงานอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.วาปีปทุม และสภ.พยัคฆภูมิพิสัย ทำให้สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

ดวลเดือด-จับตาย”เบิร์ด ควนกรด” สลด”รตท.”โดนยิงเข้าอก ปั๊มหัวใจช่วยชีวิต แต่ไม่รอด

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 2 ส.ค. พ.ต.ต.หญิง ทัศมนต์ สงค์แก้ว สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายแก๊งยาเสพติดยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ที่บริเวณกระท่อม ม.4 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง คนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิต 1 ศพ ตำรวจชุดจับกุมบาดเจ็บสาหัส 2 คน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และพร้อมด้วย พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.ภูดิศ นรสิงห์ พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รองผบก.ฯ พ.ต.อ.คมสัน พฤศวานิช ผกก.สภ.ทุ่งสง นำชุดสอบสวนแพทย์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ  ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายสุภาพ จันทร์แก้ว หรือ“เบิร์ด ควนกรด” อายุ 29 ปี นอนตะแคงเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ในสภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าหน้าอก 1 นัด ไหล่ 1 นัด รวม 2 นัด ใกล้ศพพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 1 กระบอก และพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่รอบศพจำนวน 9 ปลอก นอกจากนั้นยังพบกระสุนปืน 9 มม.อยู่ภายในกระท่อมที่เกิดเหตุอีกจำนวนกว่า 30 นัด และยังพบยาบ้าตกอยู่ 400 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบคดี

ส่วนตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บวสาหัส 2 นาย ถูกนำส่งรพ.ทุ่งสงก่อนแล้ว โดย 1 ใน 2 ตำรวจที่ได้เจ็บทางแพทย์พยาบาลพยายามปั้มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต แต่ในที่สุดก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ รพ.ดังกล่าว ทราบชื่อร.ต.ท.สุเมธ สุพรรณชนะบุรี รองสว.สส.สภ.ทุ่งสง ถูกยิงเข้าหน้าห้อง 3 นัด ไหล่ขวา 1 นัด ส่วนตำรวจอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บคือด.ต.พีระพล แก้วสีนวล ผบ.หมู่งานสืบสวน ถูกยิงเข้าตัวและต้นขากระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์นำตัวส่งต่อไปยัง รพ.สงขลานครินทร์ เพื่อผ่าตัดด่วนแล้ว  จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.สุเมธ พร้อมด.ต.พีระพลนำกำลังตำรวจรวม 4 นาย เข้าทำการตรวจสอบกลุ่มของนายสุภาพกับพวกรวม 3 คน กำลังนั่งมั่วสุมเสพยาเสพติดกันอยู่ที่กระท่อมดังกล่าว ก่อนจะจู่โจมเข้าทำการล็อกตัวนายสุภาพและเพื่อนอีก 2 คน ปรากฏว่าทั้งนายสุภาพดิ้นสุดฤทธิ์จนหลุด ก่อนชักอาวุธปืนออกมายิงใส่ตำรวจชุดจับกุมอย่างไม่ยั้ง ขณะที่ตำรวจก็ยิงสวนดวลปืนกันอย่างอุตลุด ปรากฏว่าร.ต.ท.สุเมธและด.ต.พีระพลโดนยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนนายสุภาพเสียชีวิตคาที่

สำหรับนายสุภาพ หรือเบิร์ด ควนกรด คนร้ายผู้ตายรายนี้มีหมายจับทั้งคดีฆ่าคนตายและคดียาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมาได้ก่อเหตุยิงนายสุนทร ปานชื่น เสียชีวิตที่ ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง และอยู่ในระหว่างหลบหนีคดี กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุกำลังมั่วสุมเสพยาเสพติดและเจ้าหน้าที่จำหน้านายสุภาพฯ ได้จึงจับกุมจนเกิดการต่อสู้กันขึ้นดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภาค 8 ได้เดินทางเข้ามาอำนวยการด้วยตัวเองและเตรียมทำเรื่องปูนบำเหน็จ และขอพระราชทานยศ 7 ชั้นยศ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือครอบครัวแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกค้นชุมชนวังทองหลางรวบ 2 โจ๋ค้ายาบ้า-ไอซ์ พร้อมอาวุธปืนเพียบ

 เมื่อวันที่ 15 ก.ค. พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.วังทองหลาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.นเรนทร์ เครื่องสนุก รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.จุมพล สินศิริพงษ์ สว.สส. พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวนสน.วังทองหลาง ทำการปิดล้อมตรวจค้นชุมชนเป้าหมายยาเสพติด ตามโครงการชุมชนบ้านสีขาวระยะที่ 2 และตรวจสอบบุคคลเป้าหมายของปปส.ในชุมชน เพื่อจัดเตรียมข้อมูลสำหรับยุทธการ “หน้าบ้านปลอดภัย” ที่บริเวณท้ายซอยรามคำแหง 39 แยก 1 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง พ.ต.อ.ธรรมนูญ เปิดเผยว่า ผลการปิดล้อมตามโครงการชุมชนบ้านสีขาวระยะที่ 2 สามารถจับกุมนายสุเมธ หรือเสก วระภิญโญ อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติด (ยาไอซ์) ลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวใส บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก จำนวน 1 ถุงเล็ก น้ำหนักรวมถุงบรรจุประมาณ 1.12 กรัม บรรจุอยู่ในตลับลูกอมฮอลล์ สีดำ 2.ตลับลูกอมฮอลล์ สีดำ จำนวน 1 อัน (บรรจุยาไอซ์) และทำการจับกุมนายสุธี สมชาติ อายุ 19 ปี พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาบ้า บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสชนิดเปิดกด-ปิด จำนวน 50 เม็ด 2.ยาไอซ์ จำนวน 5 ถุงเล็ก น้ำหนักรวมถุงประมาณ 8.12 กรัม 3.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 (อัลปร้าโซแล่ม) จำนวน 490 เม็ด 4.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก 5.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบรีวอลเวอร์ (ลูกโม่) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก 6.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบรีวอลเวอร์ (ลูกโม่) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก 7.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 3 นัด 8.เครื่องกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 19 นัด 9.เครื่องกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 18 นัด 10.เครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 5 นัด ก่อนนำตัวผู้ตัองหาทั้ง 2 นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สารภาพสิ้น!! หนุ่มฆ่าโหดเพื่อน ซ่อน2ศพในห้อง อยู่กับศพ-ใช้ชีวิตปกติ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 5 ก.ค. พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำตัวนายแวอัสมาน แวนาแว อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่านายณัฐวัฒน์ นุ้ยไม อายุ 23 ปี และ นายอนุสรณ์ ชูชีพ อายุ 22 ปี มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในบ้านเช่าเลขที่ ม.6 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง สุราษฎร์ธานี จากการสอบสวนนายแวอัสมาม ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุฆ่าบุคคลที่พบเป็นศพทั้ง 2 ราย ในคืนวันที่ 2 ก.ค. เวลาประมาณ 20.00 น. โดยขณะที่เกิดเหตุ ตนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว ก่อนที่ผู้ตายทั้งสองจะมาเรียกที่หน้าบ้าน และขอเข้าไปในบ้าน เพื่อขอทวงค่ายาอัลปราโซแลม จำนวน 6 พันบาท และนายณัฐวัฒน์ 1 ในผู้ตาย จะใช้มีดพกขึ้นมาข่มขู่ จนเกิดการต่อสู้ โดยเริ่มจากผู้ตายเป็นคนเริ่มต้นแทงใส่ผู้ต้องหาก่อน แต่ถูกผู้ต้องหาใช้ศิลปะการต่อสู้ที่มีติดตัวจับหักมือ และแย่งมีดมาได้และกระหน่ำแทง เป็นจังหวะเดียวกับที่เพื่อนที่มาด้วยกัน พยายามเข้าช่วย ตนจึงได้กระหน่ำแทงไม่ยั้ง จนเสียชีวิต จากนั้นได้นำศพและรถจักรยานยนต์เข้าไปซ่อนในบ้าน หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตตามปกติในบ้าน ร่วมกับศพอีก 1 วัน จนมาถูกจับกุมในที่สุด ส่วนบ้านเช่าหลังดังกล่าวเพื่อนอีกคนเป็นผู้เช่า และตนเองได้มาขออาศัยอยู่ประมาณเกือบ 1 ปี แต่ช่วงหลัง เพื่อนไปทำงานที่กระบี่ ตนจึงอยู่เฝ้าบ้านคนเดียว โดยประกอบอาชีพเป็นผู้ช่วยร้านขายผัดไทย แต่เบื้องหลังลักลอบขายยาเสพติดประเภท 4 อัลปราโซแลม ซึ่งสามารถค้นได้ที่ตัวรวม 290 เม็ดด้วย จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือกระทำทารุณโหดร้าย ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 4 โคลนาซีแพม หรือ โซแลม ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 5 กัญชา โดยผิดกฎหมาย ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกจับบ่อนไฮโลเล่นกันหลังเมรุเผาศพวัดดังอ่างทอง นักพนันครึ่งร้อยแตกตื่นหนี

 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ว่าที่ร้อยโทอรรถชล ทรัพย์ทวี นายอำเภอสามโก้ ร.ท.มานะ แสนทวี หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 1 ร.31 พัน 1 รอ. และจ่าสิบเอกนพดล วีระพงษ์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กอ.รมน.จ.อ่างทอง นำเจ้าหน้าที่ทหารสนธิ อาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณวัดเกษทอง ในพื้นที่หมู่ที่ 10 ต.สามโก้ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง หลังทราบว่าที่บริเวณดังกล่าวมีการลักลอบเล่นการพนันไฮโลกันบริเวณเมรุเผาศพ โดยเมื่อไปถึงพบที่วัดดังกล่าวกำลังจัดให้มีงานศพ บริเวณเมรุเผาศพมีเก้าอี้พลาสติกตั้งเรียงรายกันเป็นจำนวนมาก บริเวณพื้นหลังเก้าอี้ มีนักพนันนั่งล้อมวงเล่นไฮโลกันอยู่หลายวง ส่งเสียงดัง จำนวนนักพนันที่เล่นกว่า 50 คน ทันทีที่นักพนันเห็นเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้ามา นักพนันต่างวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง เจ้าหน้าที่ทหารวิ่งไล่ตามจับตัวมาได้จำนวน 20 คน เป็นชาย 8 คน หญิง 12 คน ที่เหลืออาศัยความมืดหลบหนีไปได้ จากการสอบสวนนักพนันมีนายอุดร ฉั่วกุล รับเป็นเจ้ามือ ตรวจยึดอุปกรณ์การเล่นไฮโล จำนวน 4 ชุด แผ่นป้ายบอกแต้ม 4 ใบ เงินสดของกลาง 5,220 บาท ซึ่งนอกจากนั้น ยังตรวจยาเสพติดได้แก่ ยาบ้า จำนวน 3 เม็ด ยาไอซ์ประมาณ 0.5 กรัม มีดพก 2 เล่ม และมีดยาว 1 เล่ม ตกอยู่ในจุดที่เล่น จึงนำตัวนักพนัน พร้อมของกลางที่ยึดได้ทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโก้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามว่าที่ร้อยโทอรรถชล ทรัพย์ทวี นายอำเภอสามโก้ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนและทางเจ้าหน้าที่ทหารได้รับแจ้งว่า ที่วัดดังกล่าวนั้นมีการจัดงานศพคนในหมู่บ้าน โดยหลังจากสวดศพจะมีชาวบ้านในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง จะมาจับกลุ่มเล่นไฮโลกันที่วัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังทราบเรื่องจึงร่วมกันวางแผนกับทางเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่จาก กอ.รมน.จ.อ่างทอง เข้าจับกุม

ด้าน ร.ท.มานะ กล่าวว่า หลังจากสืบทราบว่าที่วัดดังกล่าวลักลอบเล่นการพนันไฮโล ตนจึงได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ปกครองของอำเภอสามโก้ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ซึ่งการเล่นพนันครั้งนี้ถือว่าเป็นการเล่นแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งหลังจากจับกุมตัวทั้งหมดได้แล้วก็นำตัวนักพนันทั้งหมด พร้อมของกลางที่ยึดได้ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.สามโก้ จ.อ่างทอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผบ.ตร.แถลงจับแก๊งยาเสพติด 3 คดีรวบ 5 ผู้ต้องหา ยึดย้าบ้ากลิ่นแอปเปิ้ล 2 ล้านเม็ด-ไอซ์ 52 กิโล

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.บร. (ปส.) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล มทบ.พล.ต.ต.ทนัย อภิชาตเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงค์ ผบก.ปส.3  พ.ต.อ.ชัยโรจน์ ชัยยะ รอง ผบก.ปส.2 พ.ต.อ.วรวิทย์ ไวถนอมสัตว์ รอง ผบก.ปส.1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมยาเสพติดจำนวน 3 คดี พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 2,990,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 52 กิโลกรัม เคตามิน 50 กิโลกรัม โดยคดีที่ 1 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 คน ประกอบด้วย 1.นายสราวุธ เกษรบัว อายุ 25 ปี 2.นายณรงค์ศักดิ์ สมบูรณ์ อายุ 25 ปี 3.น.ส.ปัทมา หอมเลย อายุ 29 ปี พร้อมของกลางยาบ้า  รวมประมาณ 2,090,000 เม็ด ไอซ์ 52 กิโลกรัม โดยแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้ที่ลานดินริมถนนก่อนถึงทางเข้าวัดไผ่เหลือง ถ.บางใหญ่-บางคูลัด ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี และจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 ได้ที่ริมถนนทางคู่ขนาน วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตก ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย คดี 2 จับกุม 1.นายพะแดดู หรือแสบ ศรีใบหนา อายุ 30 ปี 2.นายเฉลิม หรือ แก้ว เม็ดโท อายุ 26 ปี พร้อมยาบ้า 100,000 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงปุ๋ยจำนวน 1 ถุง รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ผห4206 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน รถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า สีเขียว หมายเลขทะเบียน ผว2102 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมนายแสบได้ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ส่วนนายเฉลิมจับกุมได้ริมถนน ฝั่งตรงข้ามร้านอาหารดังกล่าว เลขที่ 164 หมู่ 12 ต.หางดง อ.ฮอด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ คดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ญย 5673 กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 800,000 เม็ด ที่บริเวณสะพานบ้านขาม หมู่ 13 ต.พลับพลาไชย สี่แยกหนองกุฎิ ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยว่า ผลการจับกุมยาเสพติดที่จับได้มีจำนวนมาก และเป็นการจับผู้ต้อง 3 รายต่อเนื่องกัน และเราได้สูญเสีย เจ้าหน้าที่ตำรวจไป 1 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย และยาเสพติดทั้งหมดถ้านำออกไปต่างประเทศจะมีมูลค่ามหาศาล และที่แน่นอนของทั้งหมดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และล็อตนี้ที่จับได้ มีถุงที่ห่อเป็นสีดำมีรูปแอปเปิ้ลเป็นสัญลักษณ์ และมีการแต่งกลิ่นเป็นกลิ่นแอปเปิ้ล ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้

ที่มา>>>ข่าวสด