บุกจับพ่อค้าผักกาดดอง!! ค้นบ้านเจอยาบ้า-ไอซ์ มูลค่านับล้านบาท

 เจ้าหน้าที่ทหารกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง ตำรวจตะเวนชายแดนที่ 31 จับกุม 2 ผู้ต้องหา พ่อค้าผักกาดดองตามตลาดนัดและคู่หูช่างเชื่อม ร่วมกันค้ายาบ้า-ยาไอซ์ หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบตรวจค้นในบ้านพบของกลางยาบ้าและยาไอซ์มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ได้สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าทหาร ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองพิษณุโลก บุกจู่โจมเข้าตรวจค้นบ้าน หมู่ที่ 8 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านฉัตรแก้ว พร้อมจับกุมตัวนายวิทยา เอื้องมณี อายุ 36 ปี อาชีพช่างเชื่อม และ นายจเร คงคล้าย อายุ 31 ปี อาชีพพ่อค้าผักกาดดองตามตลาดนัด

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ทราบว่าทั้ง 2 คน ร่วมกันค้ายาเสพติดในพื้นที่ พิษณุโลกและพื้นที่ใกล้เคียง จากการตรวจค้นในบ้านพัก พบของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 5,000 เม็ด ยาไอซ์ 106 กรัม รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท และพบปืนลูกซองยาวอีก 1 กระบอก พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าทั้ง 2 คน มีพฤติกรรมค้ายาบ้าและยาไอซ์ จึงได้เฝ้าติดตามมาได้สักระยะหนึ่ง โดยพบเป็นเครือข่ายรับยาเสพติดมาจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จากนั้นลำเลียงมากระจายในพื้นที่ จ.พิษณุโลก และใกล้เคียง จนในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าจับกุมและตรวจค้นในบ้านพักจนพบยาเสพติดดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งหลังจากนี้จะได้ขยายผลสืบสวนจับกุมเครือข่ายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผบ.ตร.แถลงจับแก๊งยาเสพติด 3 คดีรวบ 5 ผู้ต้องหา ยึดย้าบ้ากลิ่นแอปเปิ้ล 2 ล้านเม็ด-ไอซ์ 52 กิโล

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.บร. (ปส.) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล มทบ.พล.ต.ต.ทนัย อภิชาตเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงค์ ผบก.ปส.3  พ.ต.อ.ชัยโรจน์ ชัยยะ รอง ผบก.ปส.2 พ.ต.อ.วรวิทย์ ไวถนอมสัตว์ รอง ผบก.ปส.1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมยาเสพติดจำนวน 3 คดี พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 2,990,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 52 กิโลกรัม เคตามิน 50 กิโลกรัม โดยคดีที่ 1 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 คน ประกอบด้วย 1.นายสราวุธ เกษรบัว อายุ 25 ปี 2.นายณรงค์ศักดิ์ สมบูรณ์ อายุ 25 ปี 3.น.ส.ปัทมา หอมเลย อายุ 29 ปี พร้อมของกลางยาบ้า  รวมประมาณ 2,090,000 เม็ด ไอซ์ 52 กิโลกรัม โดยแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้ที่ลานดินริมถนนก่อนถึงทางเข้าวัดไผ่เหลือง ถ.บางใหญ่-บางคูลัด ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี และจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 ได้ที่ริมถนนทางคู่ขนาน วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตก ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย คดี 2 จับกุม 1.นายพะแดดู หรือแสบ ศรีใบหนา อายุ 30 ปี 2.นายเฉลิม หรือ แก้ว เม็ดโท อายุ 26 ปี พร้อมยาบ้า 100,000 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงปุ๋ยจำนวน 1 ถุง รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ผห4206 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน รถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า สีเขียว หมายเลขทะเบียน ผว2102 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมนายแสบได้ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ส่วนนายเฉลิมจับกุมได้ริมถนน ฝั่งตรงข้ามร้านอาหารดังกล่าว เลขที่ 164 หมู่ 12 ต.หางดง อ.ฮอด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ คดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ญย 5673 กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 800,000 เม็ด ที่บริเวณสะพานบ้านขาม หมู่ 13 ต.พลับพลาไชย สี่แยกหนองกุฎิ ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยว่า ผลการจับกุมยาเสพติดที่จับได้มีจำนวนมาก และเป็นการจับผู้ต้อง 3 รายต่อเนื่องกัน และเราได้สูญเสีย เจ้าหน้าที่ตำรวจไป 1 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย และยาเสพติดทั้งหมดถ้านำออกไปต่างประเทศจะมีมูลค่ามหาศาล และที่แน่นอนของทั้งหมดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และล็อตนี้ที่จับได้ มีถุงที่ห่อเป็นสีดำมีรูปแอปเปิ้ลเป็นสัญลักษณ์ และมีการแต่งกลิ่นเป็นกลิ่นแอปเปิ้ล ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

ล่อซื้อยา 2 ผัวเมีย ผัวไหวตัวทันหนีรอดได้ รวบเมียพร้อมยาบ้า 515 เม็ด

ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังทหาร-ตำรวจ ล่อซื้อยาบ้า 2 ผัวเมีย ย่านอำเภอคลองหลวง ขณะที่ผัวไหวตัวทันกระโดดหลบหนีออกทางประตูหลังห้องไหวตัวหนี ค้นห้องพบของกลางยาบ้า 515 เม็ด ก่อนขยายผลจับผู้ร่วมกระบวนการเพิ่มอีก 1 ราย

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 นายเสริมวิทย์ สมบัติ ปลัดอำเภอคลองหลวง ฝ่ายความมั่นคง ร.ต.แมนธีระพันธ์ จีนนางรอง หัวหน้าชุด ปตอ.พัน 2 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ร่วมกันจับกุม น.ส.กันต์กนก สัมฤทธ์ อายุ 25 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 515 เม็ด โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่หอพักไม่มีชื่อ ภายในซอยคลองหลวง3 (ซอยหล่อพระ) ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ร.ต.แมนธีระพันธ์ จีนนางรอง หัวหน้าชุด ปตอ.พัน 2 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากว่าที่ห้องพักดังกล่าวมีสองสามีภรรยาวัยรุ่น จำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วไป จึงนำกำลังเฝ้าติดตามพฤติกรรมกระทั่งเข้าจับกุม น.ส.กันต์กนก สัมฤทธ์ อายุ 25 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 515เม็ด ไว้ได้ที่ห้องพักชั้นที่ 2 บริเวณบันไดทางขึ้นยาบ้าที่ยึดได้จากผู้ต้องหา

พบยาบ้าบรรจุถุงสีดำตราแอปเปิ้ลซุกซ่อนอยู่ภายในพัดลม โดยนายพีระ แก้วประดิษฐ์ อายุ 36 ปี แฟนหนุ่มได้กระโดดหนีออกไปทางประตูหลังห้องอย่างรวดเร็วคาดว่าได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่จึงติดตามไปแต่ไม่พบตัว ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมมีผู้เสพโทรศัพท์มาสั่งซื้อยาเสพติดอย่างไม่ขาดสาย

น.ส.กันต์กนก สัมฤทธ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของแฟนที่หลบหนีไปได้ซึ่งหุ้นกับเพื่อนอีกคนไปรับยาบ้ามาเพื่อจำหน่ายโดยนำกำไรที่ได้มาเสพยาเสพติด กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมไว้ได้

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังขยายผลไปจับกุมตัวนายกันตพล สัมฤทธิ์ อายุ 29 ปี ได้ที่บ้านพักซึ่งอยู่ติดกันพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 4 เม็ดครึ่ง จึงนำตัวมาทำการสอบสวนและส่งตรวจร่างกายเพื่อหาสารเสพติดที่สถาบันธัญญารักษ์ กรมการแพทย์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ตร.กรุงเก่าจับพ่อค้าของเก่า แจกยาบ้าชาวบ้าน ได้ของกลางกว่า 5 แสนเม็ด

ตร.สภ.อุทัย จับคนหาของป่าแจกยาบ้าให้ชาวบ้าน จึงขยายผลจนนำไปจับผู้ต้องหาได้พร้อมยึดยาบ้าได้จำนวนกว่า 5 แสนเม็ด และยาไอซ์อีกกว่า 10 กก. นำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย…

เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2559 พล.ต.ต.สุทธิ พ่วงพิกุล ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ พ.ต.อ.ภูวดิษฐ์ ชนะคชภัทร รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุริยา อยู่แพทย์ ผกก.สภ.อุทัย และ พ.ต.ท.มานพ ชาวไร่ สว.สส.สภ.อุทัย พร้อมด้วยชุดสืบสวน เข้าตรวจยึดยาบ้าจำนวน 5 กระเป๋าเป้ ซุกซ่อนอยู่ในป่าละเมาะหมู่ที่ 3 ต.ขยาย อ.บางปะหัน โดยพบยาบ้าทั้งสิ้น 552,000 เม็ด มูลค่านับสิบล้านบาท บรรจุในกระดาษห่อสีน้ำตาล มีสัญลักษณ์ วาย 1 และยังมียาไอซ์ประมาณ 10 กก. โดยเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ จนท.ทำการจับกุมตัวนายประจวบ กันเพชร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ม.1 ต.เนินมะกอก อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร พักที่บ้านไม่มีเลขที่ หน้าวัดโคกช้าง ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 100 เม็ดของกลางยาบ้า ที่ตร. จับได้กว่า 5 แสนเม็ด

พล.ต.ต.สุทธิ เปิดเผยว่า ก่อนที่จะจับกุมนายประจวบ ตนได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.ธานินทร์ ผิวละเอียด รอง ผกก.สส.สภ.พระนครศรีอยุธยา ว่ามีบุคคลนำยาบ้ามาจำหน่ายในราคาถูก และสืบทราบว่าบุคคลดังกล่าวมีที่อยู่ในท้องที่ สภ.อุทัย จึงได้ประสานกับ พ.ต.ท.มานพ สว.สส.สภ.อุทัย เพื่อสืบสวนขยายผล จนทราบว่านายประจวบ เป็นคนนำยาบ้ามาจำหน่ายให้กับคนในพื้นที่ และยังมีการแจกให้กับผู้ที่ติดยาแต่ไม่มีรายได้ โดยไม่คิดเงินด้วย จนท.จึงเข้าจับกุมได้

ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวต่อว่า นายประจวบ ผู้ต้องหาให้การว่า ตัวเองมีอาชีพหาของป่าขาย และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ตนออกไปหาของป่าที่บริเวณหมู่ที่ 3 ต.ขยาย ที่เป็นจุดที่พบยาบ้าจำนวนมากนั้น นายประจวบ อ้างว่าได้พบกับรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีขาว ไม่ติดป้ายทะเบียน และคนขับเห็นนายประจวบก็ขับหนีไปทันที โดยทิ้งเป็นกระเป๋าสะพายแบบเป้สีเขียวเอาไว้ 7 ใบ จึงเข้าไปตรวจดูพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก ตนจึงทำการย้ายที่ซ่อนยาห่างจากจุดที่วางยาบ้าไม่มากนัก และนำเอากลับบ้านไป 1 กระเป๋า โดยภายในมียาไอซ์จำนวนกว่า 10 กิโลกรัม และยาบ้า จึงได้นำไปแจกจ่ายให้กับพรรคพวกที่ติดยา จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ หลังจากนั้น นายประจวบยังพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุม นางเรไร บุตรเพ็ธร อายุ 41 ปี และนางสาวพรรณรายณ์ ภิณโยผล อายุ 25 ปี ได้ที่บ้านพัก ม.2 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งสองยอมรับสารภาพว่าได้รับยาบ้าจากนายประจวบจริง คน ละ 200 เม็ด โดยไม่ได้เสียเงินเลย และมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว

พล.ต.ต.สุทธิ กล่าวด้วยว่า แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นฤดูกาลโยกย้าย แต่เมื่อทราบว่ามีการจำหน่ายยาบ้า ถึงจำนวนไม่มาก ตำรวจก็ยังต้องทำงานอย่างเต็มที่ จนนำไปสู่การยึดของกลางจำนวนมาก ส่วนยาบ้าจำนวนนี้ ดูจากสภาพของนายประจวบแล้วไม่หน้าจะเป็นพ่อค้ายาบ้ารายใหญ่ แต่ จนท.ยังไม่ปักใจเชื่อ ได้มีการนำตัวผู้ต้องหาไปขยายผลและสอบสวนอย่างละเอียด จากผู้ที่รับยาบ้าจากนายประจวบไป และจะสืบหาที่มาของยาบ้า โดยเฉพาะนายประจวบจะเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เบื้องต้น จนท.ตั้งข้อหามียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath