หนุ่มเกาหลีคลั่ง แทงยางรถยนต์ในห้าง อ้างถูกเดินชนในผับเครื่องรางตกเสียหายฝั่งใจเก็บมาระบาย

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 ต.ค. 59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิงเชียงใหม่ โดย พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ศิริเดชอนันต์ ผกก.พ.ต.ต.กรณ์ ศศิมณ สวป.สภ.แม่ปิงเชียงใหม่ ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิงเชียงใหม่ได้รับแจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี คลุ้มคลั่งใช้มีดแทงยางรถยนต์ผู้มาใช้บริการในห้างเซ็นทรัสเฟส เชียงใหม่ได้รับความเสียหายทั้ง 4 ล้อ เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถของห้างฯ จึงได้สั่งการให้ รตอ.สุริยา น้อยวรรณา รอง สวป.สภ.แม่ปิงเชียงใหม่ พร้อมกับพวก ไปตรวจสอบและดำเนินการควบคุมตัวไว้ โดยที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว MR.GIDON TOUNGLEE อายุ 30 ปี ของกลางประกอบด้วยมีดพก 1 เล่ม มีดขนาดยาวประมาณ 7 นิ้ว 1 เล่ม

โดยของกลางนั้นทางตำรวจสามารถตรวจพบได้บริเวณกระเป๋าเสื้อแจ๊คเก็ตด้านซ้ายที่ผู้ต้องหาสวมใส่อยู่ และพบอยู่ในแขนเสื้อแจ๊คเก็ตด้านขวาของผู้ต้องหาใส่อยู่ เบื้องต้นทางตำรวจตั้งข้อหา “พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุสมควร ตาม ป.อาญา ม.317 ” นำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.แม่ปิงเชียงใหม่ เพิ่มเติม

201610070813497-20021028190509-horzจากการสอบสวนทางเจ้าหน้าที่ทราบว่า ผู้ต้องหานั้น ได้มาเดินอยู่ในห้างเซ็นทรัลเฟสมีท่าทางพิรุธ โดยได้เดินมายังห้างแห่งนี้ได้ 2 ครั้งแล้ว โดย รปภ.สังเกตุเห็นและมีท่าทางพิรุธ แต่ตอนแรกคิดย่าเป็นนักท่องเที่ยวคงไม่มีอะไร กระทั่งจู่ ๆ ก็มาก่อเหตุใช้มีดแทงยางรถยนต์ของผู้มาใช้บริการในห้างฯ เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออส สีบรอนซ์ทะเบียน กต. 7816 เชียงใหม่ ถูกแทงยางเสียหายถึง 4 ล้อ โดยผู้เสียหายนั้นคาดว่าน่าจะไปดูภาพยนตร์ในห้าง จึงไม่ได้ออกมาตรวจสอบรถยนต์ของตนเอง ทางตำรวจจึงได้ควบคุมไปยังโรงพักและได้ประสานตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่มาช่วยสอบปากคำ โดยผู้มาใช้บริการในห้างที่เห็นเหตุการณ์การควบคุมตัวผู้ต้องหาและทราบสาเหตุถึงกับผวา โชคดีที่ผู้ต้องหาไม่คลั่งไล่แทงคนมาใช้บริการในห้าง

ทางตำรวจทราบว่า ผู้ต้องหานั้นเป็นชาวเกาหลี เป็นลูกชายคนเดียวของนักธุรกิจของเกาหลี มีฐานะ พูดภาษาอังกฤษได้เก่งมาก เพราะไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐมานาน โดยจากการสอบปากคำผู้ต้องหาได้ให้การว่า ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงในเชียงใหม่ วอร์มอัฟ ถ.นิมานเหมินทร์ อ เมืองเชียงใหม่ และได้ถูกคนมาเที่ยวคนหนึ่งเป็นคนไทยมาเดินชนและผลักอก จนสร้อยที่ห้อยเครื่องรางของขลังหลุดขาดและตกแตกเสียหาย จึงเกิดความแค้นฝังใจ และไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อมาเที่ยวห้างก็จะคิดถึงเรื่องดังกล่าวจึงเกิดความแค้นและอยากระบายแค้น จึงได้ระบายออกด้วยการแทงยางรถยนต์ที่จอดในห้าง เพื่อระบายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นทางตำรวจได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหา 1,000 บาท และทำประวัติไว้ และจะได้ประสานกับผู้เสียหายเพื่อให้มาแจ้งความดำเนินคดีกันอีกครั้งต่อไป ส่วนผู้ต้องหานั้นทราบมาว่ามาอยูเมืองไทยได้ 3 เดือนกว่าแล้ว ตอนนี้ได้ปล่อยตัวไปและรอผุ้เสียหายมาแจ้งความอีกครั้งหนึ่ง

พิษเพย์พาล “หมอพาย” โดนตุ๋นเงินกว่า 5 หมื่นหลังประกาศขายกระเป๋าหรูแบรนด์ดัง (คลิป)

 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.นพ.ปิยพงษ์ สาครเย็น หรือหมอพาย นายแพทย์ (สบ4) กลุ่มงานตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคล สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 แขวงอนุสาวรีย์ ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน กทม. เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ปอท. ให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพ ที่ติดต่อขอซื้อกระเป๋าแบรนเนมด์จากตัวเอง ที่ประกาศขายผ่านทางเว็บขายดีดอทคอม ในราคา 122,000 บาท ซึ่งตนซื้อมาจากอังกฤษ เมื่อ 2 ปีก่อน ในราคา 1.7 แสนบาท พ.ต.อ.นพ.ปิยพงษ์ กล่าวว่า หลังประกาศขายกระเป๋า 4 ถึง 5 วัน มีผู้ส่งอีเมล์ติดต่อกลับมาว่าสนใจซื้อกระเป๋า และได้โอนเงินผ่านระบบเพย์พาล (Paypal) หรือ ระบบการชำระเงินหรือสินค้าออนไลน์ และอ้างว่าชำระเงินส่วนต่างเกินมาประมาณ 500 ดอลล่าร์ หรือ ประมาณ 19,000 บาท เพื่อเป็นค่าจัดส่ง ต่อมีอีเมล์ยืนยันว่ามีผู้โอนเงินเข้ามาในระบบเพย์พาลจริง แต่จะต้องโอนอีก 800 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 30,000 บาท เพื่อเป็นค่าประกันความเสียหายของกระเป๋า ตัวเองจึงหลงเชื่อโอนเงินไปทั้งสองครั้ง และสังเกตพบความผิดปกติ เนื่องจากมีอีเมล์ฉบับที่สามส่งมา อ้างตัวว่าเป็นประธานของเพย์พาล ให้โอนเงินอีก 1,000 ดอลล่าร์ เพื่อเป็นวงเงินขั้นต่ำที่ต้องมีหมุนเวียนในการทำธุรกรรมผ่านระบบเพย์พาล จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก พ.ต.อ.นพ.ปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า จากการรวบรวมข้อมูลเชื่อว่าผู้ที่ติดต่อขอซื้อกระเป๋า และผู้ที่อ้างเป็นผู้บริหารของเพย์พาลเป็นแก๊งมิจฉาชีพ มีการปลอมเว็บไซต์อย่างแนบเนียน และทำเป็นขบวนการ พร้อมฝากเตือนผู้ที่จะซื้อขายสินค้าควรตรวจสอบไปยังต้นทางของบริษัทด้วยตัวเอง ไม่หลงเชื่ออีเมล์ที่อาจมีผู้ปลอมขึ้นมาใช้เพื่อแอบอ้าง จึงมาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่หลอกซื้อกระเป๋าดังกล่าว  และจะได้ให้ประชาชนทั่วไปทราบไม่หลงตกเป็นเหยื่อแบบตน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติของ น.พ.ปิยพงษ์ หรือ หมอพาย หมอชื่อดังรายนี้เคยเป็นแพทย์นิติเวชวิทยาผ่าพิสูจน์ศพนายเอกยุทธ อัญชันบุตร เหยื่อที่ถูกอุ้มฆ่าเอาศพไปฝังทิ้งที่ จ.พัทลุง   เมื่อปี 2556 เคยเขียนหนังสือพ๊อกเก็ตบุ๊คขายดีชื่อ “หมอเจ็บ” ซึ่งเคยถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์มาแล้วเมื่อเดือนมี.ค.2553 และเคยร้องเรียนสื่อมวลชนกรณีถูกย้ายจากสถาบันนิติเวชไม่เป็นธรรม ก่อนถูกย้ายลงช่วยราชการใต้โดยที่ไม่เต็มใจ ต่อมาต.ค.2558 แจ้งความตำรวจสภ.ดอยสะเก็ด ภ.จว.เชียงใหม่ ดำเนินคดีกับ เป๊ก-สัญชัย เองตระกูล ไฮโซหนุ่ม สามีนักแสดงสาวชื่อดัง ธัญญ่า-ธัญญาเรศ ใช้มือตบหน้า

ที่มา>>>ข่าวสด