เมียช็อก!! กลับจากซื้อกับข้าว เห็นผัวนอนหน้าบ้าน ร้องเรียกไม่ตอบ-จับตัวกลายเป็นศพจมกองเลือด

เวลา 09.10 น. วันที่ 21 ธ.ค. ร.ต.อ.ธีระพงษ์ เตชะนันท์ พนักงาน(สอบสวน) สภ.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.โคกสำโรงว่า ได้เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตจากการตกบันไดบ้าน ที่หมู่บ้านหนองบัวหิ่ง ม.1 ต.ถลุงเหล็ก รองสารวัตรสอบสวน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งประสานแพทย์เวรจาก รพ.โคกสำโรง เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ เดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุเพื่อร่วมในการชันสูตรพลิกศพ201612211140223-20151201143204ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้พื้นยกสูงประมาณ 5 เมตร ที่หน้าบันได พบศพนายสุวรรณ์ โพธิ์พัด อายุ 70 ปี อยู่ ม.1 ต.ถลุงเหล็ก อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี สภาพนอนหงายจมกองเลือดอยู่ที่บันไดหน้าบ้าน
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้าย ใกล้กันพบไม้เท้าของผู้ตายตกอยู่ข้างตัว จากการชันสูตรพลิกศพคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง จากการสอบถามภรรยาผู้เสียชีวิตทราบว่า เมื่อช่วงเช้าได้เดินทางไปซื้อของที่ตลาด อ.โคกสำโรง ตั้งแต่ 07.00 น. และได้กลับบ้านเมื่อเวลา 09.00 น. พบนายสุวรรณ์ สามีนอนอยู่หน้าบันไดทางลง จึงได้เข้าไปเรียก แต่ก็ต้องตกใจสุดขีดพบว่ามีกองเลือดกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงรู้ว่าสามีได้เสียชีวิตแล้ว201612211140224-20151201143204จากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่าผู้ตายจะเดินมาลงบันได โดยใช้ไม้เท้ายันลูกบันได แล้วเกิดพลาดจนตัวเองหล่นลงมาจากบันไดที่สูงถึง 7 ขั้น หัวโหม่งพื้นปูนตายคาที่ ทางรองสารวัตร สอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งพิสูจน์ หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ที่ รพ.โคกสำโรง ก่อนที่จะได้มอบศพให้กับญาตินำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป201612211140222-20151201143204

ที่มา>>>ข่าวสด

ยัวะเมียไม่คืนดี คลั่งฆ่า”แม่ยาย” สาวกลับมาเยี่ยมแม่-เห็นผัวเก่าป้วนเปี้ยนรีบหนี แม่เป็นเหยื่อ!

อดีตลูกเขยสุดโหดแค้นเมียไม่ยอมคืน ดี บุกมาตามถึงบ้าน แม่ยายที่อรัญประเทศ แต่ไม่เจอเพราะไปทำงานที่กรุงเทพฯ แล้ว บุกขึ้นบ้านใช้มีดจ้วงแทงแม่ยายไม่ยั้งตายคาที่ ก่อนผูกคอตาม เผยอยู่กินกับเมียมา 20 กว่าปี แต่ระยะหลังติดเหล้าหนักไม่ยอมทำมาหากิน เมียเลยขอแยกทางแล้วหนีไปทำงานกทม. ก่อนเกิดเหตุกลับมาเยี่ยมแม่ เห็นผัวเก่ามาป้วนเปี้ยนเลยรีบหนีกลับ เพราะเคยขู่ว่าถ้าไม่คืนดีจะฆ่าให้ตาย ผัวเก่าดื่มเหล้าจนเมาได้ที่ตามมาที่บ้านหวังง้ออีกรอบ แต่ไม่เจอเลยคลั่งฆ่าโหด

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ร.ต.อ.เสถียรพงษ์ ปะตังเสโต ร้อยเวร สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว รับแจ้งเหตุคดีฆาตกรรม ภายในบ้านหลังหนึ่ง บ้านศรีวิไล ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จึงรายงานผู้บังคับบัญชานำกำลังพร้อมกู้ภัยอรัญประเทศ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกพื้น พบกองเลือดจำนวนมากที่กลางบ้านและหยดเป็นทางเข้าไปในครัว พบศพนางหวานเย็น ทูลเกล้า อายุ 70 ปี เจ้าของบ้าน ถูกแทงเข้าตามร่างกายรวม 9 แผล พบมีดปักอยู่กลางหลัง ส่วนภายในห้องน้ำพบศพนายณัฐวัฒน์ นาคสมบูรณ์ อดีตลูกเขยนางหวานเย็น ใช้เชือกเปลผูกคอตายกับขื่อ ตามร่างกายมีรอยเลือดเปรอะเต็มตัว และมีกลิ่นเหล้าคลุ้ง

สอบสวนทราบว่านายณัฐวัฒน์เคยอยู่กินกับนางณัฐนันท์ อำนรรฆ หรือจุก ลูกของนางหวานเย็น มานานกว่า 20 ปี มีบุตรด้วยกัน 1 คน ต่อมานายณัฐวัฒน์ ซึ่งติดเหล้าอย่างหนักกินมากขึ้นเรื่อยๆ จนนางณัฐนันท์ ทนไม่ไหวขอแยกทางและไปทำงานอยู่กรุงเทพฯได้ประมาณ 1 ปี นายณัฐวัฒน์พยายามตามง้อเรื่อยมาแต่ไม่สำเร็จจึงขู่ว่าหากไม่คืนดีจะฆ่าให้ ตายทั้งบ้าน

กระทั่งวันเกิดเหตุนางณัฐนันท์เดินทางมาเยี่ยม แม่และเห็นนายณัฐวัฒน์มาป้วนเปี้ยนอยู่ด้วยความกลัวจึงเดินทางกลับไปตอนเย็น ตกค่ำนายณัฐวัฒน์ซึ่งมีอาการมึนเมามาตามเมียเก่า แต่นางหวานเย็น ซึ่งอยู่กับหลานชาย 2 คน อายุ 6 และ 8 ขวบ บอกว่าลูกสาวกลับกรุงเทพฯไปแล้ว นายณัฐวัฒน์ไม่เชื่อบุกขึ้นมาบนบ้านใช้อาวุธมีดแทงนางหวานเย็น ซึ่งพยายามวิ่งหนีเข้าไปในครัวจนเสียชีวิต ส่วนเด็กทั้ง 2 คนวิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน

ด้านพยานระบุ ว่าหลังจากลงมือก่อเหตุแล้ว นายณัฐวัฒน์เดินออกมานั่งที่ศาลาหน้าบ้าน สักพักก็แกะเชือกผูกเปลเดินกลับเข้าไปในบ้าน กระทั่งตำรวจเดินทางมาตรวจสอบพบว่าแขวนคอตายหนีความผิดไปแล้ว เบื้องต้นคาดมาจากความไม่พอใจที่เมียไม่คืนดีและคิดว่าอดีตแม่ยายพยายามกีด กันไม่ให้เจอจึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะชนบ้านพังยับ หนุ่มชุมพรโวย ประกันจ่ายแค่ 3 หมื่น!

หนุ่มใหญ่อาชีพรับจ้างทั่วไปโอดหนัก! หลังกระบะเสียหลักพุ่งชนบ้านพักใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร สภาพพังยับไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ หนำซ้ำเรียกค่าเสียหายไป 3 แสนบาท แต่บริษัทประกันภัยกลับให้ค่าสินไหมแค่ 3 หมื่นบาท วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 30 พ.ค.59 นายสุทธิพันธ์ สุวรรณบัณฑิต สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร นำผู้สื่อข่าวไปพบกับนายสุทธิพงษ์ นาคฉายา อายุ 53 ปี เจ้าอยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 7 ตำบลท่ามะพลา อ.หลังสวน พร้อมนำผู้สื่อข่าวดูสภาพบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพเก่า หลังคามุงด้วยสังกะสีที่ถูกรถกระบะพุ่งชนเมื่อช่วงตีสามของวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา จนพังเกือบทั้งหลัง ฝาบ้านและโครงสร้างหลังคาพังลงมาเกือบทั้งหมด ส่วนทรัพย์สินซึ่งส่วนใหญ่มีมูลค่าไม่มากได้รับความเสียหายบางส่วน

นายสุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเกือบตีสามของวันที่ 30 พ.ค.59 ที่ผ่านมาขณะที่กำลังนอนหลับอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ก็ได้ยินเสียงรถเบรก วินาทีต่อมาก็มีเสียงโครมดังสนั่นทำให้ตัวบ้านพังลงมา และตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจึงออกมาดูก็พบว่ามีรถกระบะอีซูซุ มีนายม้า (นามสมมติ) อายุ 47 ปีเป็นคนขับ ก่อนร่วมกับชาวบ้านช่วยนำผู้ขับขี่ออกมาจากรถ และนำตัวไปพูดคุยที่บ้านข้างๆ เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ฉัตรชัย นวลจริง สารวัตร(สอบสวน) สภ.หลังสวน เพื่อเป็นหลักฐาน ต่อมา หลังเกิดเหตุมีตัวแทนของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ได้มาถ่ายภาพความเสียหายเพื่อส่งไปยังสำนักงานใหญ่ โดยตนได้เรียกค่าเสียหายไป 300,000 บาท ส่วนผู้ขับขี่ก็ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไป แล้วตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะถือว่าเป็นอุบัติเหตุ ล่าสุดมีจดหมายของบริษัทประกันภัยดังกล่าว ลงวันที่ 19 พ.ค.59 ส่งมาบอกว่าได้พิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ 30,000 บาท หากตกลงก็ให้แจ้งไปยังบริษัท ความรู้สึกของตนยอมรับว่าเสียความรู้สึกอย่างมาก เพราะบ้านพังเกือบทั้งหลังบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้แค่ 30,000 บาท

“ยอมรับว่าบ้านอยู่ในสภาพเก่ามุงสังกะสี แต่ก็เพราะฐานะที่ยากจน อีกทั้งตนก็มีอาชีพรับจ้างทั่วไป วันไหนมีคนจ้างก็มีเงินวันไหนคนไม่จ้างก็อด แต่อยากจะถามกลับไปว่าเงิน 30,000 บาท จะพอสร้างบ้านหรือซ่อมแซมบ้านที่พังไปเกือบทั้งหลังได้ไหม อยากขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

ที่มา>>>Thairath

ฉมวกนั้นคืนสนอง! จ้องจะแทงปลาช่อน ลื่นล้มเสียบชายโครงทะลุ

ปลาช่อนเจ้ากรรม ดันมาโผล่ข้างบ้าน หนุ่มใหญ่นอนตื่นมาเห็นพอดี เล็งจะเอาเป็นอาหารมื้อเย็น คว้าฉมวกตั้งท่าจะแทง เวรกรรมเกิดลื่นล้มเลยโดนเสียบเสียเอง ชายโครงทะลุ ต้องแจ้งกู้ภัยมาช่วยนำส่ง รพ. …

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 พ.ค. 59 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุร่วมกตัญญู จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุขอความช่วยเหลือ ชาวบ้านถูกฉมวกแทงที่ท้องได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.4 ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงประสานอาสาสมัครมูลนิธิฯ รุดไปตรวจสอบ พร้อมให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกสูง ปลูกอยู่ติดริมบึง บนบ้านพบนายดอกรัก เดชพ่วง อายุ 53 ปี เจ้าของบ้านนั่งอยู่บนเก้าอี้ สีหน้าแสดงความเจ็บปวดจากการถูกฉมวกแทงปลา ด้ามยาวประมาณ 1 เมตร แทงเสียบติดชายโครงด้านซ้าย หัวฉมวกเป็นเหล็กแหลมและมีเงี่ยง ทิ่มทะลุเอว 1 เส้น เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ จึงได้ตัดด้ามไม้ที่ยาวออกให้เหลือสั้นประมาณ 1 ศอก ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.ปทุมธานีนายดอกรัก เดชพ่วง ถูกฉมวกทิ่มทะลุเอว 1 เส้น

จากการสอบถามนายดอกรัก ผู้บาดเจ็บบอกว่า ตนทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง และวันนี้เป็นวันหยุด จึงนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน เมื่อตื่นขึ้นมา ก็เห็นปลาช่อนตัวเขื่องโผล่ว่ายอยู่ข้างบ้าน จึงรีบไปคว้าฉมวกจะไปแทงปลาช่อน เพื่อหวังจะเอาปลามาทำอาหารมื้อเย็น แต่ปรากฏว่าขณะกำลังตั้งท่าจะแทงปลา ตนเกิดพลาดลื่นล้ม ทำให้ปลายด้ามฉมวกไปฟาดกับฝาบ้าน แล้วหัวฉมวกที่เป็นเหล็กแหลม 5 เส้น กระเด็นกลับมาทิ่มเข้าที่ท้องด้านซ้ายของตนจนทะลุ จากนั้นแฟนตนได้รีบเรียกเพื่อนบ้านมาช่วย ก่อนที่กู้ภัยฯ จะรุดมาถึง และนำส่งโรงพยาบาล.

ที่มา>>>Thairath