กินยังไงให้หน้าใสไร้สิว‬

กินยังไงให้หน้าใสไร้สิว‬

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยนะคะว่าสิ่งที่เรากินเข้าไปนั้นมีผลกับร่างกายและผิวพรรณของเราแน่นอน.. หมอขอยืนยันนั่งยันนอนยันกันไปเลย

ยกตัวอย่างเช่น..

คนที่ชอบทานเครื่องเทศและผักตระกูลหัวหอม –> กลิ่นตัวแรง

คนที่ชอบทานมะเขือเทศ มะละกอสุก แครอท น้ำส้ม หรือพืชผักผลไม้ใดๆ ที่สีส้มสีเหลือง –> ผิวก็จะมีสีเหลือง

Tips: ใครที่ชอบทานอยู่ลองเทียบสีของฝ่ามือกับเพื่อนดูนะคะ ถ้าเหลืองกว่าชัดเจนแนะนำให้หยุด 3-6 เดือนเพื่อความปลอดภัยของร่างกายนะคะ ลองคิดง่ายๆ นะคะว่า..ผิวยังเหลืองขนาดนี้ได้แล้วอวัยวะอื่นจะเป็นยังงัย

แน่นอน.. คนที่รักษาสิวเท่าไหร่ก็ไม่หาย–> ลองปรับเรื่องอาหารดูมั้ยคะ.. เผื่อจะเป็นคำตอบของผิวสวยไร้สิวกันคราวนี้มาดูกันว่าอาหารอะไรบ้างที่มีผลกับสิว..
ปัจจุบันมีอาหารแค่ 2 อย่างเท่านั้นที่เค้าพิสูจน์มาให้เรียบร้อยแล้วว่าเกี่ยวข้องกันกับการเกิดสิว (ไม่รวมยาและวิตามินนะคะ)

1. อาหารที่มี glycemic index สูง คืออะไร?!?!
ไม่คุ้นหูไม่คุ้นชิน หมอก็ไม่คุ้นชินค่ะ แต่คนที่เป็นเบาหวานเค้าจะรู้จักกันดี

สรุปง่ายๆ อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่กินปุ๊บ.. ระดับน้ำตาลในเลือดฟุ่งสูงปั๊บ..เช่น ของหวานทั้งหลาย น้ำอัดลม น้ำผลไม้

ดังนั้นควรเลือกทานแต่อาหารที่มี glycemic index ต่ำ คือพวกคาร์โบไฮเดรตที่มีกากใยสูง หวานน้อย เช่น ข้าวกล้อง whole grain มันเทศ ข้าวโพด แครอท เลือกทานผลไม้มากกว่าน้ำผลไม้เพราะมีกากที่ขัดขวางทางดูดซึมของน้ำตาล

แล้วมันดีเลิศอย่างไร?… แล้วจะทึ่ง
*ลดฮอร์โมนเพศชายที่ก่อสิว
*ลดขนาดต่อมไขมัน –> สิวลด หน้ามันน้อยลง
*ลดสารอักเสบที่ผิว –> ลดความรุนแรงของสิว

แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องทาน ‪#‎อย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป‬ นะคะถึงจะเห็นผล.. อย่าใจร้อน

คิดซะว่า.. ฝึกทานอาหารหวานน้อยเพื่อช่วยลดสิวในวันนี้ และยังช่วยลดการเกิดเบาหวานในวันข้างหน้าอีกด้วยนะคร้าาาา
2. นม..
ทำไมต้องนม???
ลองคิดตามนะคะ.. นมมาจากแม่วัว.. แม่วัวที่มีนมคือแม่วัวที่เพิ่งคลอดลูก.. แม่วัวเพิ่งคลอดมีฮอร์โมนสูง.. แน่นอนว่าในนมก็ต้องมีฮอร์โมนสูงงงงง.. เรากินฮอร์โมนเข้าไป.. สิวก็มา
โยเกิร์ตและชีสต์.. ไม่มีผลกับสิว
ลองเลี่ยงมาทานพวกนี้แทนดูค่ะ

พอรวม 2 ข้อเข้าด้วยกันอาหารที่ควรเลี่ยงที่สุด 
ไอศกรีม
เครื่องดื่มที่ใส่นมน้ำตาล
Chocolate

ที่มา>>>Sanook

คนไทยติดหวานจัด เพิ่มน้ำตาลโควตาก.

นายบุญถิ่น โคตรศิริ ผู้อำนวยการสำนักบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า การระบายน้ำตาลทรายเพื่อการบริโภคในประเทศตั้งแต่เดือน ม.ค.59 เฉลี่ยที่ 500,000 กระสอบต่อสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เฉลี่ย 460,000 กระสอบต่อสัปดาห์ โดยปริมาณการบริโภคที่เพิ่มขึ้นเกิดจากอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ประชาชนบริโภคน้ำตาลเพิ่มขึ้นผ่านการบริโภคน้ำอัดลม น้ำหวาน ชาเชียว เพื่อคลายร้อน1409653345-sugarheart-oประกอบกับการท่องเที่ยวที่ขยายตัว ทำให้ สอน.ต้องหารือกับโรงงานน้ำตาลทรายในการจัดสรรปริมาณน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย หลังการปิดหีบอ้อยเมื่อเดือน เม.ย.59 โดยอาจต้องเพิ่มปริมาณน้ำตาลทรายบริโภคในประเทศ (โควตา ก.) จาก 25 ล้านกระสอบเป็น 25.5 ล้านกระสอบ โดยจะเสนอให้คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) พิจารณาในเร็วๆนี้

สำหรับราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกขณะนี้ ขยับขึ้นเฉลี่ยมาอยู่ที่ 16 เซนต์ต่อปอนด์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2559/60 ที่อาจจะได้ราคา 850-900 บาทต่อตัน และราคาน้ำตลาดโลกน่าจะพ้นต่ำสุดมาแล้ว จากนี้ไปน่าจะเป็นวัฏจักรขาขึ้น.

ที่มา>>>Thairath