เปิดโพสต์สลด! น.ศ.สาวที่เสียชีวิตในม่านรูด เพื่อนๆ แห่อาลัย ผงะเพิ่งแชร์ข่าวรักสามเส้า

วันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พบศพหญิงสาวเสียชีวิต ในห้องพัก ภายในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ริมถนนสายบ้านแพ้ว – พระประโทน หมู่ที่ 8 ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันนี้

จากการเข้าตรวจสอบภายในห้อง พบศพหญิงสาวนอนหงาย แขนขากางออก แต่ยังคงสวมใส่เสื้อผ้าชุดแซ็กขาสั้น สีขาวสลับแดงในสภาพเป็นปกติเรียบร้อย มีเลือดออกระหว่างขาเป็นจำนวนมาก ที่ลำคอมีรอยคล้ายถูกบีบ ทราบชื่อต่อมาคือ นางสาววรรณ (นามสมมติ) อายุ 23 ปี เป็นหญิงสาวหน้าตาดี ทราบภายหลังว่าเป็นนักศึกษาระดับชั้น ปวส.

ด้านนายธนะวัฒน์ ต้นโพธิ์ เจ้าหน้าที่ประจำโรงแรม ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีชายรูปร่างผอม ผิวคล้ำ อายุประมาณ 30 ปีเศษ ขับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าดรีม สีชมพู – ขาว พาหญิงสาวที่เสียชีวิต มาเปิดห้องในโรงแรม แต่เมื่อมาถึงฝ่ายหญิงบอกว่าอยากกลับบ้าน แต่ฝ่ายชายไม่สนใจหันมาถามตนเองว่า ค่าห้องเท่าไหร่ ตนบอกไปว่า 180 บาท ฝ่ายชายจึงจ่ายเงินมาให้พร้อมกับบอกว่าไม่ต้องทอน ก่อนจูงมือหญิงสาวหายเข้าไปในห้อง จากนั้นอีกไม่นานประมาณ 30 นาที ฝ่ายชายก็ขับขี่จักรยานยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนคิดว่าอาจจะออกไปซื้อของแล้วกลับมาใหม่ จนกระทั่งใกล้หมดเวลาเช่าพัก ตนจึงเดินไปเรียกฝ่ายหญิงที่หน้าห้อง แต่ปรากฏว่าไม่มีเสียงตอบรับ ตนจึงเดินเข้าไปเห็นบานประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อย จึงค่อยๆ เปิดเข้าไปดู ก็เห็นผู้เสียชีวิตนอนอยู่ในสภาพดังกล่าว จึงแจ้งให้ผู้จัดการโรงแรมทราบ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ล่าสุด ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัว นาย จ. ซึ่งมีพยานยืนยันว่าเป็นผู้ชายที่พา น.ส.วรรณ เข้าโรงแรม

นอกจากนี้ หลังข่าวการเสียชีวิตของ น.ส.วรรณ ถูกเผยแพร่ ได้มีเพื่อนพ้องเข้ามาแสดงความเสียใจในเฟซบุ๊กของ น.ส.วรรณ จำนวนมาก จากการตรวจสอบ ยังพบว่า ก่อนเสียชีวิตไม่นาน ผู้ตายได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก อาทิ

ทั้งนี้ น.ส.วรรณ เพิ่งแชร์ข่าว คดีฆาตกรรมรักสามเส้า ที่จ.กาญจนบุรี ที่แฟนใหม่ใช้ปืนยิงแฟนเก่าของแฟนสาว เสียชีวิตอยู่หน้าผับ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา โดย น.ส.วรรณ แสดงความคิดเห็นด้วยว่า “โหดเกิน”

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

จับแล้วโจรมีดดาบ! อาละวาดจี้ชิงทรัพย์ทั่วขอนแก่น ล่าสุดบุกปล้นมือถือนศ.ยกกลุ่ม!!

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.นรวัตน์ คำภิโล รองผกก.สส. พ.ต.ท.ชาติชาย ทิมินกุล สว.สส. นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน “พยัคฆ์” เข้าจับกุมนายเกียรติศักดิ์ กองน้อย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/1 หมู่ 17 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางอาวุธมีดดาบ 1 เล่ม หลังก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์กลุ่มนักศึกษาช่วงกลางดึกวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมาพ.ต.อ.นพดล เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งในคืนวันที่ 26 ม.ค. ภายในซอยวุฒาราม 10 ถนนวุฒาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น ขณะที่กลุ่มนักศึกษาทั้งหมดมาทำกิจกรรมสร้างขบวนรถแห่กีฬาสีของวิทยาลัยที่จะมีขึ้นในเช้าวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง

 จากการสืบสวนขยายผลยังทราบว่า ก่อเหตุมาแล้วอย่างโชกโชนในระยะเวลา 7-8 ปี กระทั่งติดคุกนาน 1 ปี 6 เดือนจนพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 1 ปีก็ออกมาตระเวนวิ่งราว ลักทรัพย์ และจี้ชิงทรัพย์ทั่วขอนแก่น เน้นก่อเหตุยามค่ำคืนในซอยเปลี่ยวโดยใช้อาวุธมีดดาบจี้เหยื่อไม่ให้ขัดขืนเมื่อได้ทรัพย์สินมีค่าก็จะส่งขายตลาดมืด นำเงินที่ได้ไปชื้อยาเสพติด

จากนั้นตำรวจชุดจับกุม นำตัวโจรมีดดาบรายนี้ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนแจ้งข้อหาส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวนครสวรรค์ร่วมใจเข้าแถวเป็นเลข ๙ ถวายความอาลัยพ่อหลวง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 ต.ค. ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีวางพวงมาลา วันปิยมหาราช นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าาราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย รองผวจ. พลตรีบุญยืน อินกว่าง ผบ.มทบ.31 พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ ผบก.ตร.ภ.จว.นครสวรรค์ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ร่วมกันเข้าแถวเป็นรูปเลข 9 ไทย เพื่อแสดงถึงความอาลัยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และมีตัวมังกรอยู่ด้านล่าง โดยได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย201610231312082-20041019154136ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าแถวเป็นรูปเลข 9 ในครั้งนี้ กำหนดให้ผู้ที่สวมชุดดำยืนล้อมรอบข้าราชการที่สวมชุดปกติขาว สวมหมวกที่ยืนเป็นรูปเลข 9 ไทยแล้วล้อมรอบด้วยประชาชนชุดดำยืนเป็นรูปวงกลมรอบเลข 9 และมีข้าราชการที่สวมชุดปกติขาว สวมหมวกยืนรอบวงกลมอีกชั้น มีข้าราชการชุดปกติขาวล้อมรอบนอกเป็นรูปสี่เหลี่ยม ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด มีแสงแดดส่องตลอดเวลา ทุกคนก็ร่วมใจกันอย่างเต็มที่ โดยมีโดรนบินถ่ายบนอากาศ ทุกคนจะซ้ายหันไปทีละทิศ จนมาจบที่ทิศเหนือ ระหว่างจัดรูปมีผู้เป็นลมจำนวนมาก แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อ ยืนอย่างสงบนิ่งด้วยความตั้งใจ และช่วยกันดูแลผู้เป็นลม หลังเสร็จสิ้นการแสดงสัญญลักษณ์ ต่างคนก็ทยอยเดินทางกลับ แต่มีผู้มาร่วมงานจำนวนมาก การจราจรจึงติดขัดอยู่เกือบ 1 ชั่วโมง จึงเข้าสู่สภาพปกติ201610231312083-20041019154136201610231312085-20041019154136

ที่มา>>>ข่าวสด

คนแห่กินก๋วยเตี๋ยว 3 บาทคุณยายเจ้าของร้านยันไม่ขึ้นราคา อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ก็มาอุดหนุน

 เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกสังคมโซเซียลออนไลน์แชร์เรื่องราวของ ร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาทของคุณยายคำปัน เป็นที่โด่งดังและคนเข้ามาคอมเม้นในแต่ละเว็บไซต์ที่นำเสนอจำนวนมาก เนื่องจากขายในราคาชามละ 3 บาท มานานกว่า 30 ปี ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังจุดที่ตั้งก๋วยเตี๋ยว 3 บาท ตั้งอยู่ที่ ถ.รัตนโกสินทร์ ซอย 1 ต.วัดเกตุ อ.เมืองเชียงใหม่ ที่ร้านนั้นขึ้นป้ายไว้ที่มุมสูงปากซอยเข้าและร้านก็ระบุชื่อ “ก๋วยเตี๋ยว 3 บาท ยินดีต้อนรับ” โดยมีทั้งนักเรียน นักศึกษา วัยรุ่น คนทำงาน ประชาชนทั่วไปมานั่งกิน โดยหากเป็นนักเรียน นักศึกษา ก็จะเอาชาม 3 บาท จำนวนมาก หากคนที่ต้องการรีบเร่งก็จะสั่งชามใหญ่ทีเดียวเลย มีให้เลือก โดยมีคุณยายคำปัน จะอยู่ที่เคาน์เตอร์คอยรับออร์เดอร์จากลูกค้าและเก็บเงิน โดยจะให้ความไว้วางใจลูกค้ามาบอกจำนวนชามที่กินเลย คุณยายก็จะคิดราคาตามจำนวนที่ลูกค้าบอก คุณยายคำปัน แสงสุวรรณ อายุ 75 ปี เจ้าของร้านผู้ก่อตั้งร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาท เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว พร้อมกับทำก๋วยเตี๋ยวโชว์ให้กับผู้สื่อข่าวดู ว่า ตอนแรกก็เปิดร้านแห่งนี้ โดยราคาเริ่มแรกก็ 3 บาทในยุคเมื่อ 30 ปีก่อน เมื่อก่อนก็มีร้านคู่แข่งในละแวกนี้เปิดหลายร้าน เขาอยู่ที่ด้านนอกติดถนน ส่วนยายก็อยู่ในซอยแบบนี้ พอนานไปบ้านเมืองสภาวะเปลี่ยนแปลง ร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาทที่เปิดควบคู่กับตนรวมทั้งที่มาเปิดเลียนแบบในเวลาต่อมา ก็ต้องเลิกกิจการไป ก็เหลือร้านตนนี่แหละที่ทนและอยู่ในราคานี้มาโดยตลอด ร้านติดถนนก็มีใหม่หลายร้าน รูปแบบราคาก็เปลี่ยนไปแล้วแต่เทคนิคของแต่ละร้านในปัจจุบัน แต่ร้านของยายนั้นยังคงเหมือนเดิม 3 บาท ทั้งราคาและรสชาติ คนมาอุดหนุนอย่างไม่ขายสาย “การขายถ้วยละ 3 บาท นั้น ยังคงลูกชิ้นให้ลูกค้า 2 ลูกเสมอ ยายมีลูกทั้งหมด 5 คน ยายส่งเสียด้วยการขายก๋วยเตี๋ยว 3 บาท จนจบมีครอบครัวไปหมด บางคนก็เป็นหมอ ส่วนร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้จะมีลูกสาวมาช่วยยายทำต่อ 1 คน มีพนักงานทั้งหมด 8 คน เรื่องกำไรนั้นก็พออยู่ได้ ไม่ขาดทุน ใช้ระบบคนมาเยอะจำหน่ายออกได้เยอะ ก็จะเห็นกำไร แต่ก็เหนื่อยหน่อย เปิดตั้งแต่ 07.30 น. จนถึง 17.00 น.ทุกวัน” ยายคำปัน กล่าว ยายคำปัน กล่าวต่อว่า ยายเปิดร้านมา ก็มีบุคคลสำคัญรวมทั้งดารา ต่างๆ ก็มาอุดหนุน แต่ยายก็ไม่รู้ว่าดาราที่มา เป็นใครพนักงานก็จะมาบอก ยายก็ยินดีด้วย จะสวัสดีให้กับทุกคนและส่งยิ้มให้กับทุกคน ที่ยายประทับใจสุดๆ ก็จะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์และคณะที่มาอุดหนุนร้านยาย สมัยที่ท่านยังดำรงตำแหน่งนายกฯ ยายดีใจตื่นเต้นมาก ท่านไม่รังเกียจ ท่านติดดิน มากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านยายอย่างเป็นกันเอง ทั้งที่สมัยนั้นท่านเป็นถึงนายกรัฐมนตรี มาด้วยกันถึง 2 ครั้ง และลูกสาวของท่าน ดร.ทักษิณ ชินวัตร ก็ยังมากินด้วย ร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาท เปิดขายมานานกว่า 30 ปี ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังคงราคาเดิมที่ 3 บาท เมนูก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนี้ก็มีให้เลือกหลายอย่าง ทั้ง ลูกชิ้น หมู เนื้อ น้ำตก น้ำใส ทุกเมนูมีราคาเท่ากันคือ 3 บาท แต่มีเมนูเส้นบะหมี่เหลืองที่ต้นทุนสูงขายในราคา 10 บาท ส่วนราคาน้ำดื่ม กาแฟ, ชาเย็น, ก็คิดแก้วละราคา 5 บาท ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยืนยันจะไม่มีการขึ้นราคา เพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือลูกค้าในการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้ ซึ่งทุกวันนี้เมื่อหักต้นทุนแล้วก็กำไรไม่มากแค่พอเลี้ยงตัวเองได้ก็พอใจ คุณยายคำปัน กล่าวว่า ลูกค้าที่มามีทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่จะสั่งก๋วยเตี๋ยวครั้งละ 10-20 สิบชาม เพื่อประหยัดเวลาไม่ต้องสั่งหลายครั้ง ส่วนวิธีรับประทานก็แตกต่างกัน บางคนชอบปรุงและกินทีละชาม บางคนชอบนำไปรวมกันเป็นชามใหญ่ และเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของร้านก็คือ มักจะมีกลุ่มวัยรุ่นมาแข่งกิน ใครกินน้อยสุดเป็นคนจ่ายเงิน โดยเท่าที่จำได้มีคนกินมากที่สุดคนเดียวถึง 40 ชาม

“ก็มีลูกค้าบางคนกินไปจำนวนมาก แต่มาบอกไม่ตรงกับจำนวนที่กิน ก็ไม่เป็นไร ลูกค้าคงไม่มีเจตนาหรือไม่ก็มากันจำนวนมากเป็นหมู่คณะ ก็จะหลงลืมกันไปบ้าง ไม่ว่ากัน ทุกวันนี้ยายก็มีความสุขแล้ว สวัสดีเจ้า” ยายคำปัน กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

แอมเนสตี้ฯออกแถลงการณ์ด่วนจี้ไทยปล่อย 13 นศ.ทำกิจกรรมประชามติร่างรธน.

 เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าศาลทหารกรุงเทพ นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า สำนักเลขาธิการใหญ่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรได้ออกปฏิบัติการด่วน เชิญชวนสนับสนุนร่วมกันเขียนจดหมายเรียกร้องให้ทางการไทย ปล่อยตัวและยกเลิกข้อกล่าวหาของ 13 นักศึกษาและนักกิจกรรมที่ถูกจับกุม และตั้งข้อหาที่เกี่ยวกับการรณรงค์การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยการรณรงค์ครั้งนี้จะมีจนถึงวันที่ 15 ส.ค.59

ที่มา>>>ข่าวสด

กกต.จับมือ ม.อุบลฯ จัดเลือกตั้งนายก นศ.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อ.วารินชำราบ ชมรมคอรัป “ฉัน” ไม่ขอรับ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมกับ สนง.กรรมการเลือกตั้งประจำ จ.อุบลราชธานี ได้จัดเวทีเสวนา “เยาวชนรุ่นใหม่ประชาธิปไตยใส่ใจการเลือกตั้ง” ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องการเลือกตั้งที่ถูกต้อง โปร่งใส แก่นักศึกษา ม.อุบลฯ โดยมีตัวแทนนักศึกษา 2 พรรค ได้แก่ พรรคก้าวใหม่ ม.อุบลฯ หมายเลข 1 และพรรครวมใจ ม.อุบลฯ หมายเลข2 ร่วมเสวนา และได้รับเกียรติจากนายทรงเกียรติ เสนาพันธุ์ ผอ.กกต.ประจำ จ.อุบลราชธานี มาร่วมเสวนา ณ ร้านกาแฟคอรัป “ฉัน” ไม่ขอรับ ม.อุบลราชธานี

น.ส.ศิริพรรษา โนนใหม่ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ประธานชมรมคอรัป “ฉัน” ไม่ขอรับเปิดเผยว่า เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยนำไปสู่การ “เปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนสังคม เปลี่ยนประเทศไทย ให้เป็นสังคมที่ดีขึ้น” จึงได้ร่วมกับ กกต.จ.อุบลราชธานี จัดเวทีเสวนาขึ้น ในส่วนผู้ร่วมเสวนาพรรคก้าวใหม่ ม.อุบลฯ หมายเลข 1 มีนายชัยยัณยอดจักร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ หัวหน้าพรรคและพรรครวมใจ ม.อุบลฯ หมายเลข 2 มีนายชาญชัยวงษาเสน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นผู้ลงสมัครเลือกตั้งนายกสโมสรนักศึกษาปีการศึกษา 2559 โดยมีนายภานุพงษ์ ใยสุข นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ปี 4 เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ทั้งนี้การจัดโครงการดังกล่าวจะนำไปสู่การเรียนรู้หลักแห่งประชาธิปไตย ตระหนักถึงการเป็นผู้นำ กล้าคิดกล้าทำ กล้าตัดสินใจ ปลูกฝังให้นักศึกษานำความรู้ประสบการณ์มาใช้ได้ในชีวิตประจำวันและการทำงานในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจึงขอเชิญชวนนักศึกษาทุกคณะ ทุกชั้นปี ตระหนักในสิทธิและหน้าที่ โดยออกมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งแสดงพลังประชาธิปไตยอย่างพร้อมเพรียงกัน ในวันที่ 17พ.ค.นี้ ณ เขตเลือกตั้งของแต่ละคณะ เปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนสังคม เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นสังคมที่ดีขึ้น.

ที่มา>>>Thairath