เตรียมพร้อมรับมวลน้ำเหนือ คาดถึงปทุมฯ อีก 1-2 วัน ระดมเครื่องสูบน้ำเฝ้าระวัง 24 ชม.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ก.ย. นายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.ปทุมธานี พร้อมด้วยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เรียกประชุมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำก้อนให้จาก จ.พระนครศรีอยุธยาที่กำลังเดินทางมาถึง จ.ปทุมธานีใน 1-2 วันนี้ โดยระดมกำลังดำเนินการออกปฏิบัติการตามจุดต่างๆ201609280916521-20100715143214ดังนี้ จุดที่ 1 ที่สถานีสูบน้ำประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ คลองรังสิต อ.ธัญบุรี – ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 10 เครื่อง-อัตราสูบ 42 ลบ.ม./วินาที จุดที่2 ที่สถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี-จำนวน 8 เครื่อง-อัตราสูบ 48 ลบ.ม./วินาทีซึ่งการสูบน้ำของทั้ง 2 สถานี เพื่อรับน้ำจากเหนือมาจากพระนครศรีอยุธยามาลงในทุ่งรังสิต
201609280916525-20100715143214อีกส่วนจะเป็นน้ำฝน/ที่มาจากท่อระบายน้ำ ถนนพหลโยธิน, ถนนลำลูกกา และจะช่วยรับน้ำจากตอนเหนือของกทม. ที่จะระบายผ่านคลองเปรมประชากรลงคลองรังสิต ทั้งนี้ ได้เตรียมการระวังและป้องกันปัญหาน้ำท่วม อันอาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก และน้ำเหนือหลาก ตลอด 24 ชั่วโมงแล้วซึ่งคาดว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบอาจจะเป็นชาวบ้านบางส่วนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใน อ.สามโคก อ.เมืองปทุมธานี เท่านั้นขอให้ประชาชนอย่าตื่นตกใจยืนยันว่าทางจังหวัดสามารถรับมือได้เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการออกเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางทางน้ำรวมถึงลอกท่อระบายน้ำตามจุดเสี่ยงต่างๆแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดเฮี้ยน!! ช่างหนุ่มคอหักดับ-ขุดตะเคียนร้อยปี ชาวบ้านเชื่ออาถรรพ์-เห็นน้ำสีเลือด

 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 ก.ย. นายสมพร ปัจฉิมเพชร นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก น.ส.รัตนา เส้งรอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ด่านสิงขร ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบฯ ว่า เกิดอุบัติเหตุรถแบ็กโฮทับช่างก่อสร้างเสียชีวิตขณะขุดตอม่อเสาเข็มและตอต้นตะเคียนที่จมน้ำอายุกว่า 100 ปี เพื่อเปิดช่องทางท่อระบายน้ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงพร้อมด้วย ร.ต.นพพร สนธิวงค์ หัวหน้าทหารชุด ชปส.1211 กอรมน.ภาค 1 ส่วนแยก 2 หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก และชุด พฐ.ภูธรประจวบฯ ร.ต.อ.อามร เพชรด้วง พงส.สภ.คลองวาฬ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ หน่วยกู้ชีพ อบต.คลองวาฬ เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและร่วมตรวจชันสูตร พบเป็นบริเวณอ่างเก็บน้ำไร่เคราติดกับตลาดนัด 2 แผ่นดินชายแดนไทย-พม่าบ้านด่านสิงขร ม.6 ต.คลองวาฬ อ.เมือง ประจวบฯ ผู้เสียชีวิต คือ นายสมบูรณ์ บุญแก้ อายุ 43 ปี อยู่หมู่ 6 ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร สวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล นอนเสียชีวิตอยู่ ในสภาพคอหัก นอนหงายติดกับเสาปูน ห่างจากตอไม้ตะเคียนอายุกว่า 100 ปี เพียง 3 เมตร ที่เสาปูนและบุ้งกี๋รถแบกโฮมีคราบเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและนำศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลประจวบฯ โดยนายธวัชชัย วงอริยวัฒน์ ช่างวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้พยายามขุดตอต้นตะเคียนขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในอ่างมานาน ที่กีดขวางปิดทางเข้า-ออกของท่อระบายน้ำตลาดด่านสิงขร  แต่ยังไม่สำเร็จ เนื่องจากมีรากที่ยาวใหญ่มั่นคงแข็งแรง จึงได้มาทำการตัดยอดเสาปูนก่อน เพื่อจะขยับรถเข้าไปใกล้ จะได้มีกำลังยก ซึ่งในขณะที่นายสมบูรณ์กำลังใช้แก๊สตัดเหล็กที่เสาปูน คนขับรถแบ็กโฮได้ใช้บุ้งกี๋ของรถช่วยโยกเสาปูนให้ขาดออกจากกัน แต่เกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อเกิดแรงกระแทกเข้ากับตัวนายสมบูรณ์จนไปติดกับเสาปูนเสียชีวิตคาที่ สำหรับชาวบ้านในพื้นที่คลองวาฬ ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงอาถรรพ์ของเจ้าแม่ตะเคียนทองต้นนี้ไปต่างๆ นานา ว่าเป็นการเซ่นสังเวยด้วยชีวิตหรือไม่ เนื่องจากขณะที่ขุดตอตะเคียนน้ำที่ซึมออกมาจากใต้ดินโดยรอบตอไม้เป็นสีแดงคล้ายสีเลือด ซึ่งต่างจากสีน้ำในอ่างที่มีอยู่ อีกทั้งการขุดต้นตะเคียนในครั้งนี้ อาจไม่ได้ทำพิธีเซ่นไหว้ศาลเจ้าแม่ตะเคียน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจพบว่า ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองสิงขร เป็นศาลเก่าแก่ ตั้งอยู่บริเวณหน้าตลาดนัดด่านสิงขร และตั้งมานานก่อนที่จะเกิดเป็นตลาดนัด เป็นที่เคารพบูชาของชาวเมียนมาและชาวไทย ที่มีการเดินทางเข้าออกบ้านมูด่อง เมืองมะริดกับบ้านด่านสิงขร โดยมีการนำชุดแต่งกายผ้าไหมสำหรับสุภาพสตรี ทั้งชุดไทย ชุดพม่า ไปถวายพร้อมดอกไม้ พวงมาลัย มีแท่นรองรับธูปเทียนในการบูชา ขอพร ซึ่งชาวบ้านสิงขรมีความเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำด่านสิงขร

ที่มา>>>ข่าวสด