ชาวเน็ตแตกตื่นเจอ “ตัวประหลาด” ใต้ทะเลบาหลี หัวโปร่งใสคล้ายเยลลี-มี13 ขา

เว็บไซต์ มิร์เรอร์ ของอังกฤษเผยคลิปนักดำน้ำขณะถ่ายมาจากใต้ท้องทะเลบนเกาะบาหลีของอินโดนีเซีย ซึ่งตกตะลึงเมื่อเจอกับสัตว์ประหลาดลึกลับ ลักษณะมีหัวโปร่งใสเหมือนเยลลี และขาทั้งหมด 13 ขา ซึ่งมีหนวดเต็มไปหมด โดยโซเชี่ยลต่างชมเป็นจำนวนมากและสงสัยว่า เป็นตัวอะไร หรือเป็นเอเลียนหรือไม่scuba-diver-finds-bizarre-creature-at-the-bottom-of-the-ocean-2ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าเป็น “ทากทะเล” หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Melibe viridis มีลำตัวยาว 12 เซนติเมตร และหาอาหารกินโดยใช้หัว ซึ่งทำหน้าที่คล้ายแห เวลาเหยื่อเข้ามาใกล้ๆ แล้วไปสัมผัสเซลล์บริเวณหัว ก็จะหดตัวแล้วดูดเหยื่อเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ที่มา>>>ข่าวสด

พบเต่าตนุขนาดใหญ่โผล่จากทะเลลึกบาดเจ็บนอนเกยหาดปากบารา คาดขึ้นมาวางไข่กลับลงน้ำไม่ทัน

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวประมงพื้นบ้านริมชายหาดปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล พบเต่าตนุขนาดใหญ่มีอาการบาดเจ็บขึ้นมานอนเกยหาด ก่อนแจ้งให้ทางกลุ่มอนุรักษ์รีฟ กาเดียน และเจ้าหน้าที่อุทยานหมู่เกาะเภตรา รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสตูล มาช่วยปฐมพยาบาลและนำตัวเต่าตนุกลับมาพักรักษาที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสตูล201610041450383-20160216143413เบื้องต้นพบว่า เต่าตนุตัวนี้มีขนาดกว้าง 88 เซนติเมตร ยาว 97 เซนติเมตร น้ำหนักตัวประมาณ กว่า 100 กิโลกรัม ซึ่งอายุนั้นทางนักวิชาการประมงไม่อาจจะประเมินได้ ซึ่งต้องใช้คนหามถึง 7 คนในการลำเลียงเต่ามาพักรักษาตัว ตรวจสอบบริเวณผิวด้านบนกระดองตัวเปลือก มีการร่อนออกหรือแตกร้าว ส่วนด้านล่างของกระดองมีร่องรอยแตกขนาดความยาว 20 เซนติเมตร ทางเจ้าหน้าที่จะเฝ้าดูอาการป่วยและบาดเจ็บของเต่าตนุตัวนี้อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง นี้201610041432013-20041019204243น.ส.กฤติกา ศรีสุข นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสตูล กล่าวว่า อาการของเต่าตนุตัวนี้ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงมากนัก สังเกตจากพฤติกรรมที่ยังคงว่ายน้ำได้ และโผล่ขึ้นเหนือน้ำมาหายใจเป็นระยะ ซึ่งเบื้องต้นทางศูนย์ฯ ทายาฆ่าเชื้อตามบาดแผลที่พบ 2 จุดใหญ่ที่บริเวณกระดองด้านบน และด้านล่างของกระดองพร้อมเฝ้าดูอาการข้างเคียง201610041450384-20160216143413ซึ่งได้ประสานไปยังสัตว์แพทย์โดยตรงที่จ.ภูเก็ต ซึ่งได้รับคำตอบรับจากทีมสัตว์แพทย์ว่าจะมาดูอาการเต่าตนุตัวนี้ในอีก 1 สัปดาห์ จากการสันนิษฐานเบื้องต้นของนักวิชาการประมง คาดว่า เต่าตนุคงขึ้นมาจากทะเลลึกเพื่อมาวางไข่ เพราะชาวบ้านพบว่าขึ้นมา 2 ครั้งแล้วที่พบชายหาดปากบารา และเชื่อว่าอาจจะเกิดอาการบาดเจ็บขณะเดินทางขึ้นมาวางไข่201610041450382-20160216143413ด้าน นายดีนัน พัทลุง ประธานชมรมริฟการเดียนไทยแลนด์จังหวัดสตูล (Reeefguardian Thailand Satun) กล่าวว่า เต่าตัวดังกล่าวมีชาวบ้านมาพบบนชายหาดปากบารา ช่วงที่พบเต่าอยู่ในสภาพอ่อนเพลียเนื่องจากพยายามที่จะเดินกลับลงน้ำ แต่ติดอยู่ในโคลน กระเสือกกระสนดิ้นรนหาทางเอาชีวิตรอด แต่ระดับน้ำอยู่ไกลจากชายหาดมากและถูกแสงแดดเผาโชคดีชาวบ้านพบเจอ เลยเข้าให้การช่วยเหลือหลังจากข่าวการพบเต่า ชาวบ้านปากบาราจำนวนมากจึงเดินทางมาดูและพยายามช่วยเหลือเต่า โดยเบื้องต้นชาวบ้านนำไปมอบให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจ.สตูล ตั้งอยู่ที่อ่าวนุ่น อ.ละงูจ.สตูล เพื่อพักฟื้นเนื่องจากเต่าอ่อนเพลียมาก

นายอานัส พัทลุง กล่าวว่า การพบเฒ่าขึ้นมาบนชายหาดปากบารา วันนี้เป็นการยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของปากบาราเป็นอย่างดี คาดว่าเต่าตัวนี้พยายามขึ้นมาวางไข่ แต่น้ำลดเร็วมากจึงเดินกลับลงทะลไม่ทันและชายหาดกับระดับน้ำทะเล อยู่ห่างกันมาก ปีนี้มีการพบเต่า 3 ตัวแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้มีการพบเต่าขนาดใหญ่ขึ้นมาวางไข่ชาวบ้านที่พบได้มอบให้ศูนย์วิจัยฯรับไปดูแล

“หลังคนในปากบาราทราบข่าวการพบเต่า ต่างตื่นเต้นดีใจ เพราะเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา-ชาติตะรุเตา เกาะลิดี เกาะบูโหลน มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก และมีเต่าทะเลอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่หากไม่ลงไปดูใต้ทะเลจะไม่ได้พบเห็น มีแต่ภาพถ่ายให้ได้เห็นเท่านั้น หรือชาวบ้านที่ได้พบเห็นอยู่เป็นประจำ วันนี้เป็นวันโชคดีของคนปากบาราที่เต่าขึ้นมาแสดงตัวให้ทุกคนได้เห็นว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา-ชาติตะรุเตา มีเต่าอาศัยอยู่จริง ไม่ใช่มีแต่เรื่องเล่าในตำนาน” นายอานัส กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด