แค้นถูกด่า! ร.ต.ปืนโหดยิงลูกเลี้ยงดับ ก่อนถือปืนบุกโรงพักมอบตัวในสภาพเมาแอ๋

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ร.ต.อ.จรินทร์ หลีเอบ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุยิงกันที่บ้านเลขที่ 132 ม.1 ต.กำแพงเซา อ.เมือง เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้น จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมือง พ.ต.ท.วินัย คงประพันธ์ รอง ผกก.สส.นำกำลังเข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพียงรอยเลือด ส่วนผู้ได้รับถูกนำส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราชแล้ว201611080938308-20041019184031ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าคนเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตที่รพ.ในเวลาต่อมา พนักงานสอบสวนจึงเดินทางไปที่รพ.ดังกล่าว พร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ้งเพื่อร่วมพิมพ์ลายนิ้วมือผู้เสียชีวิต เมื่อไปถึง รพ.พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายเอกนรินทร์ วัยพรรณธ์ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/1 ม.3 ต.กำแพงเซา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สภาพถูกอาวุธปืนขนาด .357 เข้าที่ใต้ราวนมซ้าย 1 นัด และกลางแผ่นหลัง 1 นัด รวม 2 นัด201611080938293-20041019184031จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่ามือปืนรายนี้ชื่อ ร.ต.กิตติ์ธเนศ ไวยพันธ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/15 ถ.มะขามชุม ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นทหารนอกราชการซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของนายเอกนรินทร์ผู้ตาย โดยหลังจากก่อเหตุแล้ว ร.ต.กิตติ์ธเนศ ก็เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมือง ที่โรงพัก พร้อมอาวุธปืนขนาด .357 ที่ใช้ก่อเหตุ พร้อมสารภาพว่าเป็นคนยิงนายเอกนรินทร์201611080938295-20041019184031เบื้องต้นทราบว่า ร.ต.กิตติ์ธเนศ มือปืนนั้นอยู่กินกับนางวรรณา วัยพรรณธ์ อายุ 55 ปี แม่ของนายเอกนรินทร์ มา 6-7 ปีแล้ว และระยะหลังนายเอกนรินทร์กับร.ต.กิตติ์ธเนศ มักทะเลาะกันเป็นประจำ ล่าสุดมีการทะเลาะด่ากันโทรศัพท์ ทำให้ร.ต.กิตติ์ธเนศ ไม่พอใจ โดยกินเหล้าจนเมาเพื่อย้อมใจ ก่อนจะไปที่บ้านเกิดเหตุแล้วใช้อาวุธปืนยิงนายเอกนรินทร์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะไปสิ้นใจตายที่ รพ.ดังกล่าว201611080938309-20041019184031พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า สาเหตุมาจากโกรธแค้นส่วนตัว ซึ่งมีการทะเลาะกันระหว่างพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยง หลังร.ต.กิตติ์ธเนศ พ่อเลี้ยงเข้ามอบตัว ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และอาวุธปืน และทำการสอบปากคำก่อนจะมีการปล่อยตัวชั่วคราว เพราะยังไม่มีการออกหมายจับ และยืนยันว่าจะดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อผู้กระทำผิดต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เสียงเบรกดังลั่น!! สาวซิ่งเก๋งกลางฝน เสียหลักพุ่งขึ้นเกาะกลางถนน-ชนต้นไม้พังยับ สุดยื้อชีวิต

สุดสลดสาวซิ่งเก๋งเสียหลักพุ่งขึ้นเกาะกลางชนกับต้นไม้และเหล็กกั้นรถพังเสียหายยับ ร่างติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยรุดช่วยเหลือยื้อชีวิตนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สุดท้ายเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุคาดเจ้าตัวขับรถมาด้วยความเร็วสูงแต่ฝนตกถนนลื่นเกิดเสียหลักพุ่งขึ้นเกาะกลาง

เวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 6 ต.ค. ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ทิวรรณา พนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งขึ้นเกาะกลาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าร้านไก่ย่างโคราช ถนนวงแหวนรอบสาม ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังทราบเรื่อง จึงได้เดินทางเข้าร่วมตรวจสอบกับสายตรวจ พร้อมทั้งได้แจ้งประสานไปยังทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทีมแพทย์ฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องให้เข้าร่วมกันช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

โดยเมื่อไปถึง พบกลุ่มชาวบ้านและผู้สัญจรไปมาบนท้องถนนดังกล่าว ยืนมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตื่นตกใจ โดยบริเวณจุดเกิดเหตุนั้น พบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ขษ 2313 เชียงใหม่ สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายยับเยิน เนื่องจากรถได้พุ่งขึ้นไปบนเกาะกลางถนน และทราบว่ามีคนขับติดอยู่ภายในรถ เป็นหญิงสาว อายุ 22 ปี อาการบาดเจ็บสาหัสs__1425461ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยกันนำเครื่องมืออุปกรณ์ตัดถ่าง งัดเอาร่างผู้บาดเจ็บออกมาได้ในเวลาต่อมา ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลนครพิงค์ แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว และได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล แต่จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารแสดงตัวแต่อย่างใด ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกข้อมูลในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุเบื้องต้นทราบว่า ได้ยินเสียงเบรกรถดังสนั่นแล้วมีเสียงรถชน จึงได้ออกมาดู ก็พบรถคันดังกล่าวพุ่งขึ้นไปค้างอยู่บนเกาะกลางถนน และพบว่ามีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในตัวรถ แต่ระหว่างนั้นไม่พบคู่กรณีของรถที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุแต่อย่างใด จากนั้นจึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ซึ่งเบื้องต้นจากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า รถคันดังกล่าวน่าจะวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะมาถึงยังบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง ประกอบกับมีฝนตกถนนลื่น จึงทำให้รถที่วิ่งมานั้นเกิดเสียหลักและพุ่งขึ้นไปบนเกาะกลางและชนเข้ากับต้นไม้หรือที่กั้นจนทำให้บริเวณด้านหน้ารถพังเสียหายยับเยิน รวมทั้งคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนทางเจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือ แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถ และต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดรถ จึงไม่สามารถนำตัวผู้บาดเจ็บออกมาได้ทันที จึงทำให้เสียเลือดมาก และทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบชื่อที่อยู่ของผู้ตายเพื่อประสานให้ทางญาติมารับศพหลังการชันสูตร เพื่อไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด