ชาวนครสวรรค์ร่วมใจเข้าแถวเป็นเลข ๙ ถวายความอาลัยพ่อหลวง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 ต.ค. ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีวางพวงมาลา วันปิยมหาราช นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าาราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย รองผวจ. พลตรีบุญยืน อินกว่าง ผบ.มทบ.31 พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ ผบก.ตร.ภ.จว.นครสวรรค์ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ร่วมกันเข้าแถวเป็นรูปเลข 9 ไทย เพื่อแสดงถึงความอาลัยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และมีตัวมังกรอยู่ด้านล่าง โดยได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย201610231312082-20041019154136ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าแถวเป็นรูปเลข 9 ในครั้งนี้ กำหนดให้ผู้ที่สวมชุดดำยืนล้อมรอบข้าราชการที่สวมชุดปกติขาว สวมหมวกที่ยืนเป็นรูปเลข 9 ไทยแล้วล้อมรอบด้วยประชาชนชุดดำยืนเป็นรูปวงกลมรอบเลข 9 และมีข้าราชการที่สวมชุดปกติขาว สวมหมวกยืนรอบวงกลมอีกชั้น มีข้าราชการชุดปกติขาวล้อมรอบนอกเป็นรูปสี่เหลี่ยม ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด มีแสงแดดส่องตลอดเวลา ทุกคนก็ร่วมใจกันอย่างเต็มที่ โดยมีโดรนบินถ่ายบนอากาศ ทุกคนจะซ้ายหันไปทีละทิศ จนมาจบที่ทิศเหนือ ระหว่างจัดรูปมีผู้เป็นลมจำนวนมาก แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อ ยืนอย่างสงบนิ่งด้วยความตั้งใจ และช่วยกันดูแลผู้เป็นลม หลังเสร็จสิ้นการแสดงสัญญลักษณ์ ต่างคนก็ทยอยเดินทางกลับ แต่มีผู้มาร่วมงานจำนวนมาก การจราจรจึงติดขัดอยู่เกือบ 1 ชั่วโมง จึงเข้าสู่สภาพปกติ201610231312083-20041019154136201610231312085-20041019154136

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อนโจ๋ถ่ายคลิปหวังประจานตำรวจไม่ใส่หมวกกันน็อก สตช.ยัน ไม่ผิด!! (คลิป)

14696927021469693084lโลกโซเชี่ยลมีการแชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊กซึ่งถูกนำมาแชร์ต่อจำนวนมากเช่น เพจ Youlikeโดยระบุว่า “สตั๊น! เจอตำรวจไม่สวมหมวกกันน็อค เลยต้องทำแบบนี้” โดยคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ระหว่างกลุ่มวัยรุ่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบที่กำลังติดไฟแดงบริเวณแยก ซึ่งวัยรุ่นคนหนึ่งได้ถือหมวกกันน็อกเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าว ซึ่งสวมหมวกทรงหม้อตาล ที่เป็นเครื่องแบบของข้าราชการพลเรือน  จากนั้นได้ยื่นหมวกกันน็อกให้และหันมาพูดกับกล้องที่กำลังถ่ายอยู่ว่า “ท่านนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับ แต่ไม่ยอมใส่หมวกกันน็อก” จากนั้นสัญญาณไฟเขียว จึงเดินกลับมาที่กลุ่มเพื่อนและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

สำหรับเรื่องดังกล่าว เกิดข้อถกเถียงในโซเชี่ยลอย่างกว้างขวางว่าการกระทำดังกล่าว ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง และการถ่ายในลักษณะดังกล่าวถือเป็นการตั้งใจประจานให้เกิดความอับอายหรือไม่

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกตร. เปิดเผยกับ “ข่าวสดออนไลน์”  ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้สวมหมวกกันน็อกแต่สวมหมวกหม้อตาล  ว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใส่หมวกหม้อตาลขับขี่รถจักรยานยนต์อาจมีภารกิจเร่งด่วนสำคัญที่ต้องทำ แต่ถ้าเป็นสายตรวจใส่หมวกกันน็อคสีทอง ส่วนจราจรใส่หมวกกันน็อกสีขาวเป็นระเบียบอยู่แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใสหมวกหม้อตาลแล้วแต่งเครื่องแบบตำรวจนั้น ถือว่าไม่ผิดเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ที่มา>>>ข่าวสด

สังคมอยู่ยาก!! วีออสดำปาดหน้า ก่อนชักปืนขู่กลางถนน หนุ่มวอนหาตัว (คลิป)

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก Hiran Phaiaran ได้โพสต์คลิปโดยระบุว่า “วีออส ปาดหน้า เปลี่ยนเลนส์ ยกปืนขู่” พร้อมระบุว่า เมื่อประมาณ 7 โมงเช้า วันที่ 23/06/59 แถวๆ (ขนส่งชลบุรี) จังหวัดชลบุรี ขับรถมาดีๆ จู่ๆ มีวีออสสีเข้มไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน  ขับรถเบียดปาดหน้า เพื่อเปลี่ยนเลนส์ แถมมียกปืนขู่อีก นี่บ้านเรา เมืองเรา ป่าเถื่อนขนาดนี้เชียวหรือ ท่านเจ้าหน้าที่บ้านเมืองช่วยด้วยครับ สังคมไทยอยู่ยากขึ้นทุกวัน ขับรถมาดีๆ ก็เกือบสิ้นชีวี ซะงั้น”


โดยจากภาพดังกล่าวเห็นว่า ผู้โพสต์คลิปดังกล่าว ได้ขับอยู่เลนกลางก่อนที่จะมีรถสีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนพยายามแทรกเข้ามาเลนกลาง จนผู้โพสต์คลิปต้องเบี่ยงไปเลนซ้ายสุด จากนั้น ก็มีการกระพริบไฟใส่ ทำให้รถสีดำได้เปิดกระจกและนำปืนออกมาขู่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้รับทราบและกำลังออกตามหารถคันดังกล่าวแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

สลดใจ! พ่อร่ำไห้กอดศพเมีย-ลูกวัย5ขวบ หลังจยย.ล้มโดนรถทับซ้ำ ไปส่งไม่ถึงโรงเรียน

เมื่อเวลา 07.45 น.วันที่ 1 มิ.ย. เกิดอุบัติเหตุจักรยานยนต์ลื่นล้มเนื่องจากฝนตกถนนลื่นบริเวณถนนจอมทองซอย5 ท้องที่สน.บางขุนเทียน กทม. หลังจากนั้นมีรถยนต์ขับมาทับร่างด.ญ.วัย 5 ขวบสวมชุดนักเรียนเสียชีวิตทันที ส่วนผู้หญิงวัยกลางคนที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วยคาดจะเป็นแม่เด็กได้รับบาดเจ็บ รถกู้ชีพบางประกอก 9 นำส่งร.พ.บางประกอก 9 แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวต่อมาเสียชีวิต ส่วนผู้ขับขี่คาดว่าเป็นพ่อเด็กนั้นบาดเจ็บเล็กน้อย นั่งร่ำไห้กอดศพลูกสาวอยู่กลางถนน เป็นที่น่าเวทนาเป็นอย่างยิ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า เด็กหญิงผู้เสียชีวิตทราบว่าคือด.ญ.ชัชฎาพร พรมสาวะนา อายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2/1 โรงเรียนวัดนางนองโดยก่อนเกิดเหตุพ่อของด.ญ.ชัชฏาพรขี่รถจักรยานยนต์พาภรรยาและลูกสาวเพื่อไปส่งโรงเรียน แต่เกิดฝนตกถนนลื่น ทำให้รถจักรยานยนต์โดนรถอีกคันเฉี่ยวจนเสียหลักล้มกลางถนน เป็นเหตุให้รถยนต์ที่ขับตามมาทับด.ญ.ชัชฎาพรและมารดาจนเสียชีวิต ส่วนรถยนต์คันดังกล่าวขับหลบหนีไปทันที ซึ่งตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ค้น บ้านอดีตนายกเล็กเมืองลิง พบไม้เถื่อนซุกสระน้ำ เร่งล่าตัว

(ภาพจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ)

ทหาร ร่วม ตำรวจลพบุรี จนท.ป่าไม้ ปิดล้อมตรวจค้นบริษัทอดีตนายกเล็ก หนึ่งในผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ พบไม้ประดู่-มะค่า 65 แผ่น 6 ท่อน ซุกซ่อนอยู่ในสระน้ำ อายัดทั้งหมด ก่อนล่าตัวดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 59 เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการพิเศษ มณฑลทหารบกที่ 13 ซึ่งจัดกำลังจาก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ท.กฤษดา หิรัญโรจน์ ผบ.ร.31 พัน.2 รอ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิรันท์ ฉัตรยาลักษณ์ ผกก.สภ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สระโบสถ์ ฝ่ายปกครองอำเภอสระโบสถ์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ สนธิกำลังร่วมกันกว่า 60 นาย ทำการตรวจสอบบุคคลในพื้นที่เป้าหมายตานนโยบาย คสช. โดยใช้คำสั่ง คสช.ที่ 13/2559 เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น บริษัท พี.วี. อุตสาหกรรม จำกัด เลขที่ 207/1 ม.2 ต.สระโบสถ์ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี ซึ่งมี นายบุญเลิศ ต่างศรี อายุ 48 ปี อดีตนายกเทศมนตรีตำบลสระโบสถ์ เป็นเจ้าของจนท.พบแผ่นไม้ ซุกซ่อนภายในสระน้ำ

จากการเข้าตรวจสอบไม่พบตัว นายบุญเลิศ พบเพียง นางสุรางค์ทิพย์ ต่างศรี ภรรยา และคนงาน จึงให้ นางสุรางค์ทิพย์ เป็นผู้นำตรวจค้น โดยเจ้าหน้าที่ได้แยกย้ายกันตรวจค้นพื้นที่โดยละเอียดโดยเฉพาะในสระน้ำ พบไม้แผ่นหน้ากว้างหลายขนาด รวม 65 แผ่น และไม้ท่อนจำนวน 6 ท่อน ซุกซ่อนอยู่ในสระน้ำใต้ถุนบ้าน ซึ่งปลูกอยู่กลางสระน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตรวจสอบแล้วแยกชนิด ประกอบด้วย ไม้ประดู่ 49 แผ่น ไม้มะค่า16 แผ่น ไม้ประดู่ท่อน จำนวน 6 ท่อน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันอายัดเป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โดยจะดำเนินการติดตามตัว นายบุญเลิศ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาครอบครองไม้ใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเอกสารหลักฐานใดๆ ซึ่งทางป่าไม้ จะเป็นโจทก์ฟ้องในรูปคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

สกลฯ-นครพนม-อุตรดิตถ์ พายุฤดูร้อนซัดอ่วม ต้นไม้โค่น-ฟ้าผ่า ทำคนตาย

ภาพจากทหาร

หลายจังหวัดยังอ่วม!! ถูกพายุฤดูร้อนซัด โดย 11 อำเภอ สกลนคร เจอฤทธิ์พายุพัดถล่มพังระนาว 261 หลัง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ต้องส่ง ปภ. ทหาร กู้ภัย ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า เร่งแก้ไขตัดต้นไม้ที่หักโค่นทับเส้นทางสัญจร ส่วนนครพนม ฟ้าพิโรธ พายุถล่ม 3 อำเภอ บ้านพังนับ 100 หลัง เสียชีวิตหนึ่ง ขณะที่ จ.อุตรดิตถ์ พายุซัดส่งผลทำให้ต้นไม้ตามข้างทางหักโค่นทับสายไฟฟ้าแรงสูง ปิดถนนหลายจุด ไฟดับทั้งอำเภอลับแล…

จากการที่ได้เกิดพายุพัดถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัดสกลนคร เมื่อค่ำวันนี้ (22 เม.ย.) ที่ผ่านมา ทำให้ต้นไม้หักโค่นทับถนนสายสกลนคร กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร จนรถราสัญจรไปมาไม่ได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง ถนนสายดังกล่าวเป็นอัมพาตตั้งแต่ กม.14 ไปจนถึง กม.40 รวมระทางหลายสิบกิโลเมตร นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร สั่งการให้เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ได้แก่ เจ้าหน้าที่ ปภ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยกู้ภัย และทหารเข้าดำเนินการตัดต้นไม้ที่ขวางทางออกจนหมด ทำให้รถสัญจรผ่านไปมาได้เมื่อเวลา 21.00 น. ส่วนเสาไฟฟ้าหักโค่นหลายต้น จนทำให้ไฟฟ้าดับ เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าส่วนภูภาค เร่งเข้าดำเนินการแก้ไขจนใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ วัดและโรงเรียนอีกหลายแห่งก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจอย่างละเอียดภาพจากทหาร จ.สกลนคร

สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพายุ บ้านเรือนใน อ.อากาศอำนวย เสียหาย 4 หลัง อ.สว่างแดนดิน 8 หลัง อ.วาริชภูมิ 105 หลัง อ.วานรนิวาส 16 หลัง อ.พังโคน 4 หลัง อ.เมือง 23 หลัง อ.กุดบาก 12 หลัง อ.โพนนาแก้ว 6 หลัง อ.เจริญศิลป์ 15 หลัง อ.เต่างอย 16 หลัง และ อ.ภูพาน 52 หลัง รวม 261 หลัง โดยเฉพาะ อ.กุดบาก และ อ.ภูพาน มีผู้เสียชีวิต จากต้นไม้หักโค่นทับบ้าน จำนวน 2 ราย ซึ่ง พล.ต.กนก ภู่ม่วง ผบ.มทบ.29 จะออกไปเยี่ยมและมอบเงินแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งนำกำลังพลออกช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนที่พังเสียหาย ในวันที่ 23 เม.ย.นี้

ด้านผู้ประสบเหตุพายุลูกเห็บพัดถล่มที่ อ.เจริญศิลป์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังพักผ่อนอยู่บ้าน เกิดพายุพัดอย่างรุนแรง และมีลูกเห็บตกลงมาด้วย ซึ่งลูกเห็บมีขนาด 1 เซนติเมตร ไปจนถึงเกือบเท่ากำปั้น ทำให้รถที่จอดอยู่ได้รับความเสียหายจำนวนมากนครพนม

ขณะที่จังหวัดนครพนม ได้เกิดพายุฝนฤดูร้อนตกลงมาอย่างหนัก บวกกับมีลมกระโชกแรง นานกว่า 3 ชั่วโมง ส่งผลกระทบทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงต้นไม้หักโค่น ในพื้นที่ 3 อำเภอ 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.ท่าค้อ อำเภอเมืองนครพนม ได้รับความเสียหาย จำนวน 35 หลัง พื้นที่ ตำบลนาหว้า อ.นาหว้า จำนวน 50 หลัง ตำบลหาดแพง และ ตำบลโพนสว่าง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ได้รับความเสียหาย จำนวน 15 หลัง รวมได้รับความเสียหายทั้งหมด นับ 100 หลัง มีเสียหายหนัก จำนวนถึง 10 หลัง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต

เบื้องต้นทางจังหวัดนครพนม ได้ประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน เกี่ยวกับที่พักอาศัยชั่วคราว รวมถึงพื้นที่มีปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้าขัดข้อง พร้อมตั้งศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบปี พร้อมประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศต่อเนื่องในช่วงนี้

นอกจากนี้ยังได้เกิดเหตุสลด มีผู้เสียชีวิตจากเหตุฟ้าผ่า จำนวน 1 ราย ภายหลัง ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ผิวผุย รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้ประสานแพทย์เวร เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบชันสูตรศพ ทราบชื่อคือ นายบุญแพง บรรหาญ อายุ 56 ปี ชาว บ.บุ่งเวียน ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม หลังออกไปทำการเกษตรในทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน แต่ได้วิ่งเข้าไปหลบฝนใต้ต้นไม้ ทำให้เกิดฟ้าผ่าลงมา เสียชีวิตสภาพไหม้เกรียม โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศเตือนให้ประชาชน ระมัดระวัง เมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ควรงดอยู่ที่โล่งแจ้ง หรือหลบใต้ต้นไม้ ควรหลบเข้าที่พักอาศัยอุตรดิตถ์

ด้าน จ.อุตรดิตถ์ ได้เกิดพายุฤดูร้อน ที่พัดถล่มและฝนตกในหลายพื้นที่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ทั้งในอำเภอเมือง อำเภอลับแล ส่วน อีก 7 อำเภอ ซึ่งประกอบไปด้วย อำเภอพิชัย อ.ตรอน อ.ทองแสนขัน อ.ท่าปลา อ.น้ำปาด อ.ฟากท่า อ.บ้านโคก กำลังสำรวจอยู่ เบื้องต้นพบว่ามีในส่วนของอำเภอเมือง ที่ตำบลท่าเสา ที่บริเวณหน้ามณฑลทหารบกที่ 35 (มทบ.35) มีต้นไม้หักหลายต้นถูกพายุฤดูร้อนพัดจนต้นไม้หักโค่น ขวางถนน ซึ่งทางเทศบาลตำบลท่าเสาและกู้ภัยได้ร่วมกันตัดและนำต้นไม้ออกแล้วอุตรดิตถ์

นายธาตรี บุญมาก นายอำเภอลับแล กล่าวว่า ส่วนที่บริเวณถนนหม่อนจำศีล ต.ฝายหลวง อ.ลับแล หลังพายุฤดูร้อนพัดต้นไม้ได้หักโค่นหลายต้นจนทับสายไฟฟ้าแรงสูงหักหลายต้น จนไฟฟ้าดับทั้งอำเภอ และทาง อบต.ฝายหลวง ได้ระดมเจ้าหน้าที่มาตัดต้นไม้ที่ขวางถนน และทางไฟฟ้าอำเภอลับแล และไฟฟ้าอำเภอเมือง และได้เริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าแล้วบางตำบล บ้านเรือนที่ออกสำรวจพบว่า ที่หมู่ 3 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล บ้านเรือนประชาชนกว่า 10 หลังคาเรือน เสียหายแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนความเสียหายในครั้งนี้กำลังประเมินค่าเสียหายอยู่.

ที่มา>>>Thairath

คลิปวินาทีสยอง จยย.บอมบ์ถล่ม”รตอ.-เด็ก4ขวบ”ดับหน้าสถานีรถไฟจะนะ

คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 เม.ย. เวลา 17.30 น. ศูนย์วิทยุสภ.จะนะ จ.สงขลา ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ตำรวจสภ.จะนะเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าสถานีรถไฟจะนะ อ.จะนะ จ.สงขลา จึงรายงานผู้บังคับบัญชารุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด

ที่เกิดเหตุบริเวณริมทางรถไฟ หน้าสถานีรถไฟจะนะ พบศพร.ต.อ.ยอดชาย บุญส่ง รอง สว.ป.สภ.จะนะ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสายตรวจรถยนต์ และด.ต.อำนาจ ชาลิผล ผบ.หมู่ ป.สภ.จะนะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ใกล้กันพบรถกระบะสายตรวจสภ.จะนะ ถูกแรงระเบิดพังยับเยิน นอกจากนี้ยังพบเด็กชายวัย 4 ขวบเสียชีวิตอีก 1 ราย ชาวบ้านบาดเจ็บ 8 คน รถยนต์ของชาวบ้านได้รับความเสียหายหลายคัน

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ร.ต.อ.ยอดชายและด.ต.อำนาจขับรถกระบะสายตรวจออกตรวจพื้นที่มาถึงบริเวณหน้าสถานีรถไฟ ขณะจอดรถปรากฏว่าคนร้ายได้จุดชนวนระเบิดที่ประกอบไว้ในรถจักรยานยนต์ที่จอดปะปนกับรถชาวบ้านเสียงดังสนั่น ทำให้ร.ต.อ.ยอดชายเสียชีวิตคาที่ คาดคนร้ายต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ หลังเกิดเหตุหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเร่งเข้าเคลียร์พื้นที่ ส่วนกำลังตำรวจ ทหาร ตั้งด่านสกัดเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายหลบหนีและตรวจสอบกล้องวงจรปิดไล่ล่าจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด