ความดันโลหิตสูง แก้ได้ด้วย “โยคะบำบัด”

ความดันโลหิตสูง แก้ได้ด้วย “โยคะบำบัด”

ความดันโลหิตสูงภัยร้ายที่เป็นต้นเหตุของโรคแทรกซ้อนเต็มไปหมด โดยเฉพาะกับหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญซะด้วยสิ ผู้สูงอายุควรระมัดระวังเป็นพิเศษ  ปัจจุบันพบว่าโยคะสามารถช่วยบำบัดรักษาโรคได้ แต่กับโรคความดันโลหิตสูง โยคะจะช่วยยังไงล่ะ อยากรู้ก็ตาม Sanook! Health มาอ่านให้กระจ่างกันเลย

อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า ความดันโลหิตสูง เกิดจากเลือดที่ไหลเวียนผ่านตามหลอดเลือดเกิดการผิดปกติขึ้น ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก จึงทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง สาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น เป็นคนทานอาหารติดเค็ม เป็นโรคไต อายุมาก อ้วน กรรมพันธ์ และความเครียด  ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นต้นเหตุของโรคนี้ได้

แล้ว โยคะ ช่วยได้จริงหรอ ?

โยคะ เป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่ง มีท่าหลากหลาย ช่วยให้เราควบคุมลมหายใจ ควบคุมการไหลเวียนเลือด ทำให้จิตใจสงบนิ่ง เมื่อจิตใจเราสงบละทิ้งทุกอย่าง ไม่คิดมาก ร่างกายของเราจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เป็นการรักษาความเครียด ทำให้ผ่อนคลายไปในตัว

จากการศึกษาของ Murugesan และคณะ กับผู้ป่วยโรคความดันสูงจำนวน 33 คน อายุ 35-65 ปี โดยการศึกษาแบ่งเป็นกลุ่มที่รักษาด้วยโยคะกับกลุ่มที่รักษาด้วยยาลดความดันโลหิต  ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ได้รับการบำบัดรักษาด้วยโยคะ ค่าความดันของหัวใจขณะบีบตัวลดลงร้อยละ 44 และค่าความดันขณะหัวใจคลายตัวลดลงร้อยละ 68 แตกต่างกับกลุ่มที่รักษาด้วยยาลดความดันโลหิต ซึ่งมีค่าความดันขณะหัวใจบีบตัวร้อยละ 40 และค่าความดันขณะหัวใจคลายตัวร้อยละ 64 จึงสรุปได้ว่า การบำบัดรักษาผู้ป่วยด้วยโยคะมีประสิทธิภาพมากกว่าการรักษาด้วยยา

การบำบัดรักษาด้วยท่า Reclining hero pose

ท่า Reclining hero pose เป็นท่าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะแนะนำในการบำบัดรักษา

 – นั่งคุกเข่าแล้วค่อยๆ หย่อนก้นลงบนพื้นให้ก้นอยู่ระหว่างส้นเท้า

– ยืดแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นเหนือศรีษะ

– ค่อยๆ หงายหลังนอนลงไป กดไหล่ลงบนพื้น ยืนแขนทั้งสองข้างไปด้านบนตรงๆ ปล่อยตัวตามสบาย ทำค้างไว้ 45 วินาที – 1 นาที

– ทำเป็นประจำทุกวัน หากเลือกได้ควรทำในช่วงเช้า หลังตื่นนอน หรือสามารถทำในช่วงเวลาใดก็ได้ แต่ไม่ควรทำหลังทานอาหารใหม่ๆ

หากใครมีคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่ละก็ ลองหันมารักษาด้วยโยคะดูนะ ไม่เสียเงิน แถมยังสามารถทำได้เอง คนที่ไม่เป็นโรคนี้ก็ทำได้นะ เพราะนอกจากช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูงแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายได้ด้วย มีประโยชน์สุดๆ เลยล่ะ

ที่มา>>>Sanook

หนุ่มเมืองชลฯคลั่งยิงใส่ ตร.เจ็บ ขังตัวเองในห้อง กล่อม 5 ชม. ยอมมอบตัว

หนุ่มเมืองชลฯ เครียดแฟนสาวตีจาก คลุ้มคลั่งใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าหลายนัด ตร.เข้าระงับถูกยิงใส่เจ็บ 1 นาย หนีเข้าห้องพักขังตัวเอง หน่วยคอมมานโด 100 นาย ล้อมอาคาร ขณะที่แม่แท้ๆ จูงลูกชาย 3ขวบ มาเกลี้ยกล่อม สุดท้ายยอมมอบตัว

เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 3 มิถุนายน เกิดเหตุชาย พักอาศัยอยู่ภายใน ห้องเช่าชั้น 1 คอนโดแห่งหนึ่งใน ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี คลุ้มคลั่ง ก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัด สร้างความหวาดกลัวให้เพื่อนร่วมคอนโดที่พักอาศัยอยู่ จึงได้ประสานแจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ เข้าตรวจสอบระงับเหตุดังกล่าว จนกระทั่งต่อมา ร.ต.อ.ศราวุธ เรืองอุตมานันท์ รอง สวป.สภ.ดอนหัวฬ่อ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง รุดมาตรวจสอบยังคอนโดดังกล่าว

เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบรอบๆ อาคาร กระทั่งผ่านหน้าห้องเลขที่ 108 บริเวณชั้น 1 กำลังจะเดินขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ปรากฏว่าชายฉกรรจ์ เจ้าของห้องได้โผล่ตัวออกมา ก่อนจะยิงไล่หลังเข้าใส่กลุ่มตำรวจ กระสุนปืนพลาดโดน ร.ต.อ.ศราวุธ เรืองอุตมานันท์ รอง สวป.สภ.ดอนหัวฬ่อ ได้รับบาดเจ็บที่ก้นแก้ม ถูกนำส่งยังโรงพยาบาลใกล้เคียง ขณะนี้พ้นขีดอันตายแล้ว

ทราบชื่อผู้ก่อเหตุต่อมาคือ นายณรงค์ฤทธิ์ คุปตะพันธ์ อายุ 31 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ผู้เช่าพักอาศัยอยู่ห้อง 108 หลังก่อเหตุยิงใส่ตำรวจ หลบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในห้องพักตามเดิม ต่อมาได้เจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังเสริมจากตำรวจคอมมานโดภูธรภาค 2 กว่า 100 นาย ปิดล้อมอาคารดังกล่าวทุกเส้นทาง เพื่อไม่ให้คนร้ายหลบหนี

ด้าน พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผู้บังคับการจังหวัดชลบุรี ได้เดินทางมาควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวด้วยตัวเอง พร้อมพูดเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหาออกมามอบตัวแต่โดยดี แต่ไม่เป็นผล ขณะเดียวกันลูกบ้านที่พักอาศัยอยู่ภายในคอนโดทั้ง 4 ชั้น ได้อพยพตัวเองออกมาจากอาคารอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุอันตรายส่งผลกระทบโดยไม่คาดคิดเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมอาคารที่เกิดเหตุ

ต่อมาเวลาประมาณ 03.16 น. นางอุสา คุปตะพันธ์ อายุ 59 ปี แม่ของ นายณรงค์ฤทธิ์ ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุด้วยท่าทีตกใจ และร้องไห้ เนื่องจากไม่คิดว่าลูกชายจะก่อเหตุ นอกจากนี้ยังจูงมือ ลูกชายวัย 3 ขวบ ของ นายณรงค์ฤทธิ์ มาช่วยเกลี้ยกล่อมด้วย ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมสถานการณ์ใกล้ชิด

จากนั้น เวลาประมาณ 04.10 น. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว โดยใช้การเจรจานานประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 นายแล้ว ไม่มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก ส่วนสาเหตุเบื้องต้น พบว่า นายณรงค์ฤทธิ์ เกิดอาการเครียด เนื่องจากทะเลาะกับภรรยา ก่อนแยกทางกันได้ประมาณ 1-2 เดือน ทำให้มีความเครียดสะสม ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ก่อเหตุส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น ก่อนสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath