ฉุนโดนดุด่าผัวสุดโหดหยิบลูกซองยิงเมียดับคาห้องครัว

 เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ร.ต.ท.โรจน์ ปราบกรี ร้อยเวร สภ.ป่าบอน จ.พัทลุง รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 121 ม.6 ต.ป่าบอน จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภัทรวิชญ์ คีตโมนนียกุล ผกก.สภ.ป่าบอน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพัทลุง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่ขรี ที่เกิดเหตุภายในห้องครัวบ้านเลขที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อว่า นางพร้อย หนูรอด อายุ 62 ปี ภรรยาเจ้าของบ้าน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 นัด เข้าที่บริเวณชายโครงขวา และ แขนด้านขวา รวม 12 แผล นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องครัวดังกล่าว ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนอาวุธปืนลูกซองจำนวน 1 ปลอก และหัวกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 5 อัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุครั้งนี้คือ นายบุญสง หนูรอด อายุ 65 ปี สามีของผู้ตายเอง โดยก่อนก่อเกิดเหตุ ทราบว่าทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง สาเหตุมาจากปัญหาภายในครอบครัว ซึ่งนางพร้อยภรรยาใช้วาจาด่าทอสามีอย่างเสียหาย และอาจจะด้วยความโกรธ นายบุญส่งจึงเดินไปหยิบปืนภายในบ้าน มาจ่อยิงนางพร้อยจำนวน 1 นัด จนเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นายบุญส่งหลบหนีไปแอบอยู่บ้านใกล้ๆ กัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามไปจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป โดยเบื้องต้นนายบุญส่งให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนทำไปเพราะความโมโห ซึ่งปกติตนและนางพร้อยจะทะเลาะกันบ่อยครั้ง ก่อนหน้านี้ทะเลาะกันอย่างรุนแรงภรรยาเคยใช้มีดไล่ฟันตน จนใบหูได้รับบาดเจ็บมาแล้ว ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาจะฆ่า แต่ด้วยความโกรธจัด ประกอบกับอารมณ์ชั่ววูบ จึงก่อเหตุดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ภัทรวิชญ์ กล่าวว่า นายบุญส่งและนางพร้อยมักจะมีปากเสียงกันเป็นประจำ ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา นางพร้อยใช้มีดพร้าฟันศีรษะนายบุญส่งจนได้รับบาดเจ็บไปแล้ว 1 ครั้ง ส่วนสาเหตุในเบื้องน่าจะมาจากความขัดแย้งส่วนตัว ที่มีปากเสียงทะเละกัน ซึ่งทางตำรวจจะได้เร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกค้นชุมชนวังทองหลางรวบ 2 โจ๋ค้ายาบ้า-ไอซ์ พร้อมอาวุธปืนเพียบ

 เมื่อวันที่ 15 ก.ค. พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.วังทองหลาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.นเรนทร์ เครื่องสนุก รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.จุมพล สินศิริพงษ์ สว.สส. พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวนสน.วังทองหลาง ทำการปิดล้อมตรวจค้นชุมชนเป้าหมายยาเสพติด ตามโครงการชุมชนบ้านสีขาวระยะที่ 2 และตรวจสอบบุคคลเป้าหมายของปปส.ในชุมชน เพื่อจัดเตรียมข้อมูลสำหรับยุทธการ “หน้าบ้านปลอดภัย” ที่บริเวณท้ายซอยรามคำแหง 39 แยก 1 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง พ.ต.อ.ธรรมนูญ เปิดเผยว่า ผลการปิดล้อมตามโครงการชุมชนบ้านสีขาวระยะที่ 2 สามารถจับกุมนายสุเมธ หรือเสก วระภิญโญ อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติด (ยาไอซ์) ลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวใส บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก จำนวน 1 ถุงเล็ก น้ำหนักรวมถุงบรรจุประมาณ 1.12 กรัม บรรจุอยู่ในตลับลูกอมฮอลล์ สีดำ 2.ตลับลูกอมฮอลล์ สีดำ จำนวน 1 อัน (บรรจุยาไอซ์) และทำการจับกุมนายสุธี สมชาติ อายุ 19 ปี พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาบ้า บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสชนิดเปิดกด-ปิด จำนวน 50 เม็ด 2.ยาไอซ์ จำนวน 5 ถุงเล็ก น้ำหนักรวมถุงประมาณ 8.12 กรัม 3.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 (อัลปร้าโซแล่ม) จำนวน 490 เม็ด 4.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก 5.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบรีวอลเวอร์ (ลูกโม่) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก 6.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบรีวอลเวอร์ (ลูกโม่) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก 7.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 3 นัด 8.เครื่องกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 19 นัด 9.เครื่องกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 18 นัด 10.เครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 5 นัด ก่อนนำตัวผู้ตัองหาทั้ง 2 นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รัวยิงหนุ่ม กระสุนทะลุร่างตายคาที่ ซิ่งบิ๊กไบก์เผ่น-ตำรวจเร่งล่ามือปืนโหด!!

 เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 4 ก.ค. พ.ต.ต.ทรงพล ทองทาบ สว.(สอบสวน) สภ.ดอนหัวฬ่อ อ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันภายในซอยหน้าบริษัท กิจการยาง จำกัด หมู่ 1 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปพร้อมกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ พบร่างนายประสิทธิ์ ขำแก้ว อายุ 31 ปี หนุ่มทำงานติดตั้งแอร์ตามโรงงาน โดนยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .38 เข้าที่กลางหลังขวากระสุนทะลุเหนือราวนมซ้าย 1 นัด ต้นแขนซ้าย 1 นัด กู้ภัยฯ และแพทย์กู้ชีพพยายามปั๊มหัวใจช่วยเหลือ แต่นายประสิทธิ์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา ห่างไปประมาณ 20 เมตร พบร่างนายธีรศักดิ์ สังขะรุจิ อายุ 28 ปี เพื่อนผู้ตายถูกยิงด้วยกระสุนขนาดเดียวกันเข้าที่แขนซ้าย 1 นัด แขนขวา 1 นัด และที่ขาซ้ายอีก 1 นัด อาการสาหัส นอนร้องครวญคราง กู้ภัยฯ รีบปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้น นำส่ง รพ.ชลบุรี ใกล้กันพบรถ จยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดงขาว ทะเบียน 1 กต 5133 ชลบุรี ของผู้เสียชีวิตล้มคว่ำอยู่ สอบถามพยานทราบว่าผู้ตายขี่รถ จยย.กลับจากเที่ยวสถานบันเทิง พื้นที่ ต.ดอนหัวฬ่อ กลับมาที่พักใกล้ที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 6 นัด แล้วมีเสียงรถ จยย.บิ๊กไบก์เร่งเครื่องขี่ออกไป ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ดอนหัวฬ่อ สืบทราบว่าคนขี่รถ จยย.บิ๊กไบก์ เป็นพี่ชายร้านทำรางน้ำที่เกิดเหตุ และติดกับร้านแอร์ที่ผู้ตายทำงานอยู่ เบื้องต้นคาดว่าอาจมีเรื่องทะเลาะกันแล้ว อีกฝ่ายสู้ไม่ได้ชักอาวุธปืนยิงใส่ เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามคนขี่รถ จยย.บิ๊กไบก์มาสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องการยิงกันครั้งนี้หรือไม่ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกจับคาบ้าน! หนุ่มปทุมฯขายปืนผ่านเฟซบุ๊กส่งนักศึกษาอาชีวะ อ้างหาเงินเลี้ยงลูกเมีย

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธิ์ รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และพ.ต.อ.อริยะ พันธุฟัก ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ แถลงผลจับกุมตัวนายพู่กัน หรือแป๊ะ สุทธินนท์พงษ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 251 ซอยรังสิตนครนายก 10 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาลักลอบผลิตและจำหน่ายอาวุธปืน (ดัดแปลง) โดยผิดกฎหมาย โดยภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมชุดสืบสวนจังหวัดปทุมธานี สืบทราบและขยายผลการจับกลุ่มนักเรียนอาชีวะที่ไล่ยิงกันที่หน้าเมเจอร์รังสิตจนทราบว่า นายพู่กันมีพฤติกรรมจำหน่ายและรับซ่อมดัดแปลงอาวุธปืนให้แก่วัยรุ่นทั่วไปโดยเฉพาะเด็กอาชีวะ จึงร่วมกันตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบนายพู่กัน จึงแสดงหมายค้น พบภายในบ้านเป็นแหล่งผลิตอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก โดยยึดของกลางได้ 1.อาวุธปืนเบาริ่ง FN1900 ขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 2.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก 3.อาวุธปืนคิงคอบบร้าขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 4.อาอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 5.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.22จำนวน 1 กระบอก 6.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก 7.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 8.อาวุธปืนแก๊ป จำนวน 1 กระบอก และแม็กกาซีนอาวุธชนิดต่างๆจำนวนหนึ่ง พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ 29 นัด นอกจากนี้ยังมีเครื่องกลึง เครื่องเชื่อมไฟฟ้า สว่าน เครื่องครื่องเจียร์ ถังน้ำที่ใช้ทดสอบปืน 1 ใบ และอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตอาวุธปืนอีกหลายรายการ

นายพู่กันรับสารภาพว่า ทำอาวุธปืนขายนานแล้ว เพราะต้องเลี้ยงลูกเมียอยู่คนเดียว โดยจะขายตามเฟซบุ๊กพร้อมทั้งรับซ่อมอาวุธที่ลูกค้ามีปัญหา โดยเลือกขายให้เฉพาะผู้มีอายุเกิน 18 ปี ที่ผ่านมาขายอาวุธปืนปากกาไปแล้ว 10 กระบอก กระบอกละ 1,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อทำอาวุธปืนเสร็จจะนำมาลองยิงที่ถังน้ำโดยตนได้ดัดแปลงให้เป็นที่ลองอาวุธด้วยการใส่หนังสือพิมพ์และผ้าเพื่อเป็นที่เก็บเสียง   ภายหลังการสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหารับทำ ประกอบซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ มีหรือจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่และมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน โดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดี

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบแล้วมือปืน!! ยิงหนุ่มมาส่งสาว บอกตกใจเพื่อนตะโกน-โจ๋นับสิบถือมีดปรี่หา

 เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.อ.อนัน ชัยชาญ ผกก. พ.ต.ท.ฤกษ์ชัย แสงสว่าง รอง.ผกก.สส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ได้นำตัว นายอนิรุทธ์ รอดสุพรรณ อายุ 25 ปี อยู่หมู่ที่ 2 ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ขนาด.22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุนปืน รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นมีโอสีแดงดำ หมายเลขทะเบียน สวท 23 กทม. จำนวน 1 คัน

ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 59 เวลาประมาณ 00.30 น. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกัน และมีคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่แน่ชัด ยิงใส่กลุ่มของ นายทวีศิลป์ สุ่มพวง ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาขวา หลังจากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไป เหตุเกิดที่บริเวณถนนซอยวัดแหลม-แยกศาลาแดง หมู่ที่ 2 ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งต่อมา หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงนายทวีศิลป์ ได้รับบาดเจ็บ คือ นายอนิรุทธ์ หรือ ปิง รอดสุพรรณ

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่านายอนิรุทธ์ ได้ไปหลบหนีที่บ้านในซอยภาณุวงศ์ 4 หมู่ที่ 1 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ จึงได้รวบรวมหลักฐานขอออกหมายศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อทำการจับกุม พบนายอนิรุทธ์ อยู่ที่บ้านดังกล่าว ก่อนที่จะนำตัวไปชี้จุดและทำแผนประกอบคำสารภาพ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหานายอนิรุทธ์ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือที่ชุมชนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ขณะเดียวกันนายอนิรุทธ์ ได้อ้างว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ตนได้ดื่มกินกับเพื่อนๆ ที่หน้าบ้าน 7 คน โดยขณะที่ดื่มกินอยู่นั้น นายแบงค์ และ นายโซดา ได้ขี่จักรยานยนต์มาหาตน โดยที่นายแบงค์ได้บอกกับตนว่า มีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นที่สะพานข้ามคลอง บริเวณหมู่ที่ 6 ต.แหลมฟ้าผ่า จากนั้นนายแบงค์ และ นายโซดา ก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปทางปากซอย

สักครู่ก็มีกลุ่มวัยรุ่นขี่จักรยานยนต์นับสิบคัน พร้อมกับอาวุธมีดครบมือมาหาพวกตน โดยหนึ่งในจำนวนนั้นได้ตะโกนว่ากลุ่มนี้แหละ และเมื่อตนได้ยินเช่นนั้นเห็นเช่นนั้นจึงตกใจ เกรงว่าพวกตนจะถูกทำร้าย จึงได้ไปเอาปืนยิงขู่ไปที่พื้นถนน 1 นัด โดยที่ไม่คาดคิดว่ากระสุนปืนจะไปกระเด็นถูกนายทวีศิลป์จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มเมืองชลฯคลั่งยิงใส่ ตร.เจ็บ ขังตัวเองในห้อง กล่อม 5 ชม. ยอมมอบตัว

หนุ่มเมืองชลฯ เครียดแฟนสาวตีจาก คลุ้มคลั่งใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าหลายนัด ตร.เข้าระงับถูกยิงใส่เจ็บ 1 นาย หนีเข้าห้องพักขังตัวเอง หน่วยคอมมานโด 100 นาย ล้อมอาคาร ขณะที่แม่แท้ๆ จูงลูกชาย 3ขวบ มาเกลี้ยกล่อม สุดท้ายยอมมอบตัว

เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 3 มิถุนายน เกิดเหตุชาย พักอาศัยอยู่ภายใน ห้องเช่าชั้น 1 คอนโดแห่งหนึ่งใน ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี คลุ้มคลั่ง ก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัด สร้างความหวาดกลัวให้เพื่อนร่วมคอนโดที่พักอาศัยอยู่ จึงได้ประสานแจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ เข้าตรวจสอบระงับเหตุดังกล่าว จนกระทั่งต่อมา ร.ต.อ.ศราวุธ เรืองอุตมานันท์ รอง สวป.สภ.ดอนหัวฬ่อ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง รุดมาตรวจสอบยังคอนโดดังกล่าว

เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบรอบๆ อาคาร กระทั่งผ่านหน้าห้องเลขที่ 108 บริเวณชั้น 1 กำลังจะเดินขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ปรากฏว่าชายฉกรรจ์ เจ้าของห้องได้โผล่ตัวออกมา ก่อนจะยิงไล่หลังเข้าใส่กลุ่มตำรวจ กระสุนปืนพลาดโดน ร.ต.อ.ศราวุธ เรืองอุตมานันท์ รอง สวป.สภ.ดอนหัวฬ่อ ได้รับบาดเจ็บที่ก้นแก้ม ถูกนำส่งยังโรงพยาบาลใกล้เคียง ขณะนี้พ้นขีดอันตายแล้ว

ทราบชื่อผู้ก่อเหตุต่อมาคือ นายณรงค์ฤทธิ์ คุปตะพันธ์ อายุ 31 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ผู้เช่าพักอาศัยอยู่ห้อง 108 หลังก่อเหตุยิงใส่ตำรวจ หลบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในห้องพักตามเดิม ต่อมาได้เจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังเสริมจากตำรวจคอมมานโดภูธรภาค 2 กว่า 100 นาย ปิดล้อมอาคารดังกล่าวทุกเส้นทาง เพื่อไม่ให้คนร้ายหลบหนี

ด้าน พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผู้บังคับการจังหวัดชลบุรี ได้เดินทางมาควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวด้วยตัวเอง พร้อมพูดเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหาออกมามอบตัวแต่โดยดี แต่ไม่เป็นผล ขณะเดียวกันลูกบ้านที่พักอาศัยอยู่ภายในคอนโดทั้ง 4 ชั้น ได้อพยพตัวเองออกมาจากอาคารอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุอันตรายส่งผลกระทบโดยไม่คาดคิดเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมอาคารที่เกิดเหตุ

ต่อมาเวลาประมาณ 03.16 น. นางอุสา คุปตะพันธ์ อายุ 59 ปี แม่ของ นายณรงค์ฤทธิ์ ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุด้วยท่าทีตกใจ และร้องไห้ เนื่องจากไม่คิดว่าลูกชายจะก่อเหตุ นอกจากนี้ยังจูงมือ ลูกชายวัย 3 ขวบ ของ นายณรงค์ฤทธิ์ มาช่วยเกลี้ยกล่อมด้วย ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมสถานการณ์ใกล้ชิด

จากนั้น เวลาประมาณ 04.10 น. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว โดยใช้การเจรจานานประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 นายแล้ว ไม่มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก ส่วนสาเหตุเบื้องต้น พบว่า นายณรงค์ฤทธิ์ เกิดอาการเครียด เนื่องจากทะเลาะกับภรรยา ก่อนแยกทางกันได้ประมาณ 1-2 เดือน ทำให้มีความเครียดสะสม ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ก่อเหตุส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น ก่อนสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath