ไม่พลาดเทรนด์สุขภาพ! ทำความรู้จัก 2 อุปกรณ์ใหม่ พี่น้องตระกูลซัมซุง

ซัมซุง เปิดตัว Gear Fit 2 และ Gear IconX อุปกรณ์ไฮเทคใส่ได้ ตอบโจทย์เทรนด์ออกกำลังกายสนุกและอิสระกว่าที่เคย เอาใจคนชอบดูแลสุขภาพ…

นอกจากกระแสฮิตสมาร์ทโฟนที่เรียกว่าติดลมบนไปแล้ว “ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์” ยังเตรียมรุกหนักตลาดอุปกรณ์เสริมเพื่อคนรักสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ได้มีการเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะสวมใส่ได้อย่าง เกียร์ ฟิต 2 (Gear Fit 2) และเกียร์ ไอคอนเอ็กซ์ (Gear IconX) หูฟังไร้สาย ซึ่งออกแบบมารองรับการใช้งานของกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายโดยเฉพาะ เรียกว่าใช้ได้ตั้งแต่ผู้ที่ออกกำลังกายแบบง่ายๆ ไปจนถึงมือโปรที่ออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง

สำหรับคนที่สนใจหรือกำลังมองหาอุปกรณ์ประเภทดังกล่าว เราอาสาพาไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์ทั้ง 2 ชิ้นโดยละเอียด เผื่อจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น กับ 10 ข้อ เกียร์ ฟิต 2 และเกียร์ ไอคอนเอ็กซ์…!

1. สำหรับซัมซุง เกียร์ ฟิต 2…มาพร้อมคุณสมบัติสำหรับผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย ด้วยดีไซน์แบบเพรียวบางเหมาะแก่การสวมใส่ทุกวัน รวมถึงหน้าจอซูเปอร์อะโมเล็ด (Super AMOLED) แบบโค้งระบบสัมผัส ขนาด 1.5 นิ้ว ที่สามารถใช้งานได้สะดวกขณะออกกำลังกายทั้งการตอบข้อความและดูแจ้งเตือนGear Fit 2

2. ส่วนเรื่องความแม่นยำในการบันทึกข้อมูลนั้น เกียร์ ฟิต 2 มีเซ็นเซอร์ GPS และเซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออโต้ แอคทิวิตี้แทร็คกิ้ง (Auto Activity Tracking) เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวทั้งการวิ่ง เดิน ขี่จักรยาน หรือการใช้เครื่องกรรเชียงบกและเครื่องปั่นจักรยานแบบอยู่กับที่โดยที่ไม่ต้องตั้งค่าเอง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถโอนข้อมูลการออกกำลังกายจากแอพพลิเคชั่น เอส เฮลธ์ หรือแอพอื่นๆ ที่รองรับได้อย่างง่ายดาย

3. เหมาะกับคนที่ชอบความท้าทาย เพราะเกียร์ ฟิต 2 มีคุณสมบัติที่เรียกว่าสเต็ป ชาลเลนจ์ (Step Challenges) ทำให้ผู้ใช้งานสามารถแข่งขันจำนวนก้าวเดินกับเพื่อนได้ด้วย

4. น่าจะถูกใจคนชอบฟังเพลงขณะออกกำลังกาย กับแอพพลิเคชั่นเครื่องเล่นเพลงที่สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน

5. ขณะที่ ซัมซุง เกียร์ ไอคอนเอ็กซ์ เป็นหูฟังแบบอินเอียร์ไร้สาย (in ear) น้ำหนักเบาและมาพร้อมกับจุกยางและใบหูหลายขนาดเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้พอดี และใช้งานง่ายเพียงแค่สวมหูฟังGear IconX

6. แม้จะเป็นหูฟังแต่ก็สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายรูปแบบ อาทิ ระยะทาง ความเร็ว ระยะเวลา อัตราการเต้นของหัวใจ และอัตราการเผาผลาญแคลอรี่ เป็นต้น และยังสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับแอพพลิเคชั่นเอสเฮทธ์ได้ด้วย

7. ใครที่ชอบระบบวอยซ์ไกด์ต้องชอบแน่ๆ เพราะเกียร์ ไอคอนเอ็กซ์ มีระบบดังกล่าวสามารถช่วยเตือนขณะออกกำลังกาย ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

8. สามารถใช้เป็นเครื่องเล่นเพลงซึ่งทำงานได้โดยไม่ต้องใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน พร้อมด้วยหน่วยความจำ 4GB สำหรับบันทึกเพลงแบบ MP3 ได้ประมาณ 1,000 เพลง และสามารถใช้งานได้ง่ายเพียงแตะและลากนิ้วที่หูฟังก็สามารถเปลี่ยนเพลงได้ทันที รองรับการเชื่อมต่อแบบบลูทูธ

9. ทั้ง 2 อุปกรณ์ มีให้เลือกใช้งาน 3 สี คือ ดำ ฟ้า และชมพู

10. ซัมซุง เกียร์ ฟิต 2 จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน นี้ ส่วนซัมซุง เกียร์ ไอคอนเอ็กซ์ คาดว่าจะพร้อมจำหน่ายภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนาฬิกาอัจฉริยะ

หูฟังอินเอียร์ไร้สาย

ที่มา>>>Thairath

5 สุดยอดสมาร์ทโฟนที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำช่วงกลางเดือนเมษายน 2016

สมาร์ทโฟนที่มาแรง และมีผู้ให้ความสนใจมากที่สุดประจำช่วงกลางเดือนเมษายน 2016 โดยคัดเลือกจากจำนวนการแชร์ลิงก์ และการกดถูกใจ (กด Like) จากเพจThaimobilecenter.com (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 18 เมษายน 2559) สมาร์ทโฟนรุ่นใดที่มาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่อง และฟีเจอร์การใช้งานที่โดดเด่นจนสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าชมได้มากที่ สุดบ้างนั้น ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยครับ

iPhone 5s ลดจัดหนัก! หั่นราคาสุดพิเศษ ซื้อได้ถูกสุดเพียง 4,900 บาท กับโปรโมชั่นสุดคุ้มจาก TrueMove H ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายนนี้เท่านั้น (จำนวนผู้ที่กดถูกใจ 3,998 คน, จำนวนการแชร์ 1,034 ครั้ง)  เรียกได้ว่าข่าวนี้เป็นข่าวที่ได้รับความนิยม และมีกระแสตอบรับจากผู้ใช้อย่างล้นหลามที่สุดจริงๆ สำหรับโปรโมชั่น iPhone 5s รุ่นความจุ 16GB จาก TrueMove H ที่ลดราคาพิเศษเหลือเพียง 5,900 บาท จากราคาปกติที่ 13,000 บาท เมื่อทำการซื้อตัวเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือนราคา 699 บาทขึ้นไป และพิเศษสำหรับผู้ใช้ที่ทำการย้ายค่ายเบอร์เดิมกับทรูมูฟ เอช จะได้รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 1,000 บาท จึงสามารถซื้อ iPhone 5s ได้ในราคาที่ถูกเกินคาดเพียง 4,900 บาทเท่านั้น โดยโปรโมชั่นนี้จะมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2559 ที่ทรูช้อปทุกสาขาทั่วประเทศ หากท่านใดสนใจก็สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการใกล้บ้านท่านได้เลยครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่น iPhone 5s จาก TrueMove H

Samsung Galaxy Note 6 ยอดเรือธงพร้อมปากกา S-Pen รุ่นต่อไป! อาจมาพร้อมเซ็นเซอร์สแกนม่านตาสุดล้ำ, จอ 2K QHD 5.8 นิ้ว, ROM 256GB, RAM 6GB และ Android N บนตัวเครื่องที่กันน้ำได้ จ่อเปิดตัวกรกฎาคมนี้!  (จำนวนผู้ที่กดถูกใจ 2,544 คน, จำนวนการแชร์ 165 ครั้ง
ข่าวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งข่าวที่ปลุกกระแส Galaxy Note Series ให้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากการเปิดตัว Samsung Galaxy Note 5 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยผู้ใช้ล้วนยกนิ้วให้กับคุณสมบัติระดับไฮเอนด์ และฟังก์ชันปากกาอัจฉริยะ S-Pen ที่ใช้งานได้ลื่นไหล และสะดวกมากยิ่งขึ้น ล่าสุดก็มีข่าวคราวของว่าที่สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นต่อไปใน Galaxy Note Series หลุดออกมาให้ได้ทราบกันบ้างแล้ว โดยมีข้อมูลว่า Samsung Galaxy Note 6 (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ) อาจมาพร้อมกับเซ็นเซอร์สแกนม่านตาสุดล้ำ, จอแสดงผลแบบ 2K Quad HD Super AMOLED ขนาด 5.8 นิ้ว, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาดใหญ่ถึง 6GB, ตัวเครื่องป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 และอาจมีเซอร์ไพรส์จาก Samsung ด้วยการลงระบบปฏิบัติการ Android N มาให้เป็นรุ่นแรกของค่ายอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Samsung Galaxy Note 6

iPhone SE (ไอโฟน SE) เปิดตัวแล้ว iPhone จอเล็ก 4 นิ้ว ตามคาด ดีไซน์คล้าย 5s แต่สเปคจัดเต็ม เทียบเท่า iPhone 6s (จำนวนผู้ที่กดถูกใจ 1,963 คน, จำนวนการแชร์ 102 ครั้ง   ข่าวนี้ถือเป็นข่าวที่ดึงดูดความสนใจจากเหล่าแฟนพันธุ์แท้ และผู้ที่ชื่นชอบการใช้งานสมาร์ทโฟนจอเล็กได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว สำหรับการเปิดตัว iPhone SE ไอโฟนหน้าจอขนาด 4 นิ้ว รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่องเทียบเคียงกับรุ่นเรือธงอย่าง iPhone 6s บนดีไซน์ย้อนยุคแบบเดียวกับ iPhone 5s และมีราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่ถูกกว่ารุ่นอื่นๆ มากทีเดียว

โดยคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้นของ iPhone SE มีดังนี้

– ขนาดตัวเครื่อง 123.8×58.6×7.6 มิลลิเมตร
– น้ำหนักตัวเครื่อง 113 กรัม
– มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4 นิ้ว ความละเอียด 1136 x 640 (326ppi)
– ชิปประมวลผล A9 สถาปัตยกรรมแบบ 64 บิต พร้อมโปรเซสเซอร์ร่วม M9
– รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE, Bluetooth 4.2, VoLTE, NFC, GPS และ GLONASS
– รองรับการใช้งาน Touch ID
– กล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รองรับการใช้งาน Live Photos
– กล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล
– รองรับการบันทึกวีดีโอระดับ 4K
– รองรับการใช้งาน Touch ID
– มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ iOS 9
– มี 4 สีให้เลือกคือ สีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์, และสีโรสโกลด์

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPhone SE

OPPO F1 Plus สมาร์ทโฟนเซลฟี่ตัวท็อปใหม่ล่าสุด เพื่อคอเซลฟี่พันธุ์แท้! ด้วยกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (F/2.0) พร้อมจอ AMOLED Full HD 5.5 นิ้ว, ชิปเซ็ต Octa-Core Helio P10, ROM 64GB, RAM 4GB และเซ็นเซอร์สแกนนิ้ว บนบอดี้โลหะดีไซน์บางเฉียบเรียบหรู เตรียมจำหน่ายในไทยหลังสงกรานต์นี้! (จำนวนผู้ที่กดถูกใจ 2,190 คน, จำนวนการแชร์ 82 ครั้ง)
สำหรับ OPPO F Series ที่เปิดตัวมาด้วย OPPO F1 สุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งการถ่ายภาพเซลฟี่ที่มีฉายาว่า Selfie Expert ก็ได้รับความนิยมจากผู้ใช้อย่างท่วมท้น และล่าสุด OPPO ก็ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนแห่งการเซลฟี่รุ่นอัปเกรดออกมาอีกรุ่นหนึ่งในชื่อ OPPO F1 Plus ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติจัดเต็ม และฟีเจอร์ที่ครบครันทุกการใช้งาน โดยยังคงความโดดเด่นสมฉายา Selfie Expert ด้วยกล้องด้านหน้าที่มีความละเอียดถึง 16 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 พร้อมฟังก์ชัน Beautify 4.0 ที่ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็ได้ภาพสวยสดงดงามอย่างแน่นอน โดย OPPO F1 Plus มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 15,990 บาท และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการภายหลังเทศกาลสงกรานต์นี้

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่อง OPPO F1 Plus โดยละเอียด

vivo V3Max สมาร์ทโฟน 4G สเปคแรง จอใหญ่ ดีไซน์หรู ใหม่ล่าสุด! ด้วยจอ Full HD 5.5 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 652, ROM 32GB, RAM 4GB, เซ็นเซอร์สแกนนิ้วแบบ 360 องศา และกล้อง PDAF 13 ล้านพิกเซล บนตัวเครื่อง All-Metal Unibody สุดแกร่ง เปิดจองแล้ววันนี้ พร้อมของแถมสุดพรีเมียม ในราคาเพียง 12,990 บาท! (จำนวนผู้ที่กดถูกใจ 1,250 คน, จำนวนการแชร์ 51 ครั้ง)  สำหรับสมาร์ทโฟน 4G ที่มาพร้อมคุณสมบัติอันครบครันในทุกการใช้งานอย่าง vivo V3Max รุ่นนี้ ก็สร้างกระแสความนิยมให้กับผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยจุดเด่นอย่าง จอแสดงผลแบบ Full HD 1080p ขนาด 5.5 นิ้ว, ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 652, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB, หน่วยความจำภายในขนาด 32GB และกล้องด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล บนดีไซน์ตัวเครื่องโลหะแบบ All-Metal Unibody โดย vivo V3Max มีราคาเปิดตัวในประเทศไทยอยู่ที่ 12,990 บาท

ที่มา>>>Sanook

เอไอเอสแพ้คดี จ่าย กสท.7ล้าน

เอไอเอส1

เปิดเบอร์มั่ว-ทำให้เก็บเงินไม่ได้

คดีพลิก ศาลฎีกาพิพากษากลับให้ “เอไอเอส” จ่ายค่าเสียหายให้ กสท.ตามฟ้องกว่า 7 ล้านบาท กรณี กสท.ฟ้องว่าเอไอเอสปล่อยปละละเลยให้ลูกค้า 165 ราย ใช้เอกสารปลอมเปิดใช้โทรศัพท์มือถือ หลังจากนั้นใช้โทร.ไปต่างประเทศแล้วเบี้ยว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินยกฟ้อง แต่ศาลฎีกากลับคำตัดสินสั่งให้จ่ายค่าเสียหาย

ศาลฎีกาสั่งเอไอเอสจ่ายค่าเสียหาย กสท.เปิดเผยขึ้นที่ศาลแพ่ง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เป็นจำเลย กรณีผิดสัญญาตัวแทน เรียกค่าเสียหาย 7,067,921.58 บาท

คำฟ้องระบุว่า โจทก์ได้รับสิทธิให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ โดยอนุญาตให้จำเลยซึ่งได้รับสัมปทานจากบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) เชื่อมต่อโครงข่ายโทรศัพท์ของจำเลย งานโครงข่ายของบริษัททีโอทีไปยังชุมสายโทรศัพท์ของโจทก์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศได้ โจทก์จะบันทึกไว้และแจ้งจำเลยในแต่ละเดือนว่า มีหมายเลขโทรศัพท์รายใดบ้างที่ใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ จำเลยจะแจ้งชื่อที่อยู่ของผู้ใช้บริการดังกล่าวให้โจทก์ส่งใบแจ้งหนี้เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการโดยตรง โจทก์แบ่งรายได้ให้จำเลยผ่านบริษัททีโอทีเป็นค่าตอบแทน จำเลยจึงเป็นตัวแทนโดยปริยายแบบมีบำเหน็จของโจทก์ในการทำสัญญาเช่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เฉพาะบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ

แต่จำเลยในฐานะตัวแทนประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้มีผู้ใช้สำเนาบัตรประชาชนปลอม สำเนาทะเบียนบ้านปลอม หรือนำเอกสารของบุคคลอื่นมาแอบอ้าง และปลอมลายมือชื่อบุคคลอื่น เพื่อเปิดใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 165 ราย 185 เลขหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถเรียกเก็บค่าบริการได้ ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 7,067,921.58 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นตัวแทนโจทก์ และไม่เคยได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากโจทก์ จำเลยไม่ได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ และไม่รู้เห็นกับการที่มีผู้ใช้เอกสารปลอมและปลอมลายมือชื่อ ใบสัญญาเช่า ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศจากโจทก์ผ่านบริษัททีโอที จำเลยจึงเป็นตัวแทนโดยปริยายแบบมีบำเหน็จของโจทก์ การที่มีผู้นำเอกสารปลอมมาแอบอ้างขอเช่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับจำเลย และใช้โทรศัพท์ไปยังต่างประเทศ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ หากพนักงานของจำเลยใช้ความรอบคอบตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของเอกสารว่า บุคคลที่ยื่นขอใช้บริการเป็นบุคคลเดียวกับที่ปรากฏหลักฐานในเอกสารหรือไม่ ก็ย่อมทราบได้ว่าเป็นบุคคลคนละคนกัน ถือว่าความเสียหายเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยซึ่งเป็นตัวแทนตามประมวลกฎ– หมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 812 จำเลยจึงต้องรับผิดตามฟ้องโจทก์ให้ชดใช้ค่าเสียหาย 7,067,921.58 บาท

ที่มา>>>Thairath

ยิ่งกว่า CIA ! พ่อบ้านใจกล้าประกาศเตือนอย่าปล่อยให้เมียเข้าถึง Gmail

 * ยิ่งกว่า CIA ! พ่อบ้านใจกล้าประกาศเตือนอย่าปล่อยให้เมียเข้าถึง Gmail *

ยิ่งกว่า CIA ! พ่อบ้านใจกล้าประกาศเตือนอย่าปล่อยให้เมียเข้าถึง Gmail

พ่อบ้านใจกล้าประกาศเตือน อย่าปล่อยให้เหล่าแม่กวางน้อยเข้าถึง Gmail ของเราได้ เพราะสามารถเช็กได้ว่าคุณไปไหนมาบ้าง !!

นับวันเทคโนโลยีก็ยิ่งจะล้ำหน้ามากขึ้นไปทุกที เหล่าพ่อบ้านใจกล้าทั้งหลายก็ต่างหาทางซิกแซ็ก หลบหลีก เพื่อหาทางหลุดพ้นเงื้อมมือเหล่ากวางน้อย (คุณแฟน หรือศรีภรรยา) แต่ขอบอกเลยว่าเรื่องราวต่อไปนี้พูดได้ประโยคเดียวว่า “CIA ที่ว่าแน่ ก็ต้องยอมแพ้ให้แม่กวางน้อย” !!!

เพราะเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 คุณ Amixer สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้เปิดเผยว่า ระบบ Gmail นั้นมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Google Map TimeLine ที่ไม่ใช่แค่การแสดงให้เห็นถึงแผนที่ธรรมดา แต่มันสามารถบอกได้ว่า คุณไปที่ไหน เวลาใดบ้าง แถมบอกละเอียดยิบแม้กระทั่งว่าคุณอยู่จุดนั้นกี่โมงถึงกี่โมงกันเลยทีเดียว

งานนี้พ่อบ้านใจกล้าประกาศเตือน ใครที่คิดจะมีกิ๊กเล็กกิ๊กน้อย ต้องล้มเลิกภารกิจซะแล้ว เพราะฟีเจอร์นี้มันเข้าไปดูได้ง่ายดาย เพียงแค่ล็อกอิน Gmail > เลือก Google map > คลิกซ้ายมือ ขีดสามขีด ตรงเมนู >> แล้วเลือก Time Line เป็นอันเสร็จพิธีที่จะสามารถรู้ได้ว่าคุณไปไหนมาบ้าง

อ่านเพิ่มเติม ยิ่งกว่า CIA ! พ่อบ้านใจกล้าประกาศเตือนอย่าปล่อยให้เมียเข้าถึง Gmail

Google มีโปรเจกต์ลับภายใต้ชื่อ Skybender เป้าหมายคือการปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ต 5G

7494_160201105338E0

ข้อมูลจาก The Guardian เผยว่า Google มีโปรเจกต์ลับภายใต้ชื่อ Skybender เป้าหมายคือการปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ต 5G จากอากาศยานไร้คนขับพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีคลื่นความถี่ Milimeter waves (คลื่นความถี่วิทยุที่มีความยาวช่วงคลื่นที่สั้นเพียงระดับมิลลิเมตร) ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้า Milimeter waves นี้ สามารถให้ความเร็วในการสื่อสารข้อมูลสูงกว่า 4G LTE ถึง 40 เท่าเลยทีเดียว! และย้อนกลับไปในปี 2012 หน่วยงาน DARPA (สำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา) ได้ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลนี้กับฐานทัพทหารแบบเคลื่อนที่
ศาสตร์ตราจารย์ Jacques Rudell แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าวว่า “ข้อได้เปรียบของ Milimeter waves คือคลื่นความถี่สัญญาณโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานกันอยู่ มันแอดอัดยัดเยียดจนไม่สามารถพัฒนาไปต่อได้อีก เทคโนโลยีคลื่นความถี่ใหม่จึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับปัญหานี้” แต่อย่างไรก็ดี Milimeter waves ก็มีจุดอ่อน ด้วยความที่มันมีความยาวช่วงคลื่นที่สั้นมากๆ ทำให้พื้นที่การกระจายสัญญาณค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับคลื่นความถี่ 3G/4G ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ Google เลยพยายามแก้ไขปัญหานี้ด้วยการทดลองปล่อยสัญญาณ 5G จากท้องฟ้า

7494_1602011137368K

ในเวลานี้โปรเจกต์ Skybender ใช้อากาศยานแบบไร้คนขับ (Optionally piloted aircraft) ที่ชื่อว่า Centaur และโดรน Solara 50 ที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ที่ผลิตโดยบริษัท Titan Aerospace ทั้งนี้ Google ได้รับการอนุญาตจาก FCC ให้ทำการทดสอบระบบแพร่สัญญาณอินเทอร์เน็ตในรัฐ New Mexico ได้จนถึงเดือนกรกฎาคม

ขอขอบคุณ ที่มา : www.engadget.com