“บิ๊กตู่” เผยมีนักการเมืองฮั้วโรงสีกำหนดราคาข้าวให้ต่ำ หวังชาวนาขัดแย้งต้านรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 ต.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง311016_ake_20161031_1983389775นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงต้นของการประชุมว่า ขอขอบคุณข้าราชการทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมทำงานอย่างต่อเนื่อง และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิมีปัญหา ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นมาจาก 2 ประเด็นคือการปรับโครงสร้างการเกษตรที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ครบวงจร ยังมีปัญหาอยู่ยังทำไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็จะทำใหเกิดปัญหาอย่างแน่นอน และอีกประเด็น คือการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งมีการร่วมมือกันระหว่างนักการเมืองในพื้นที่ ร่วมกับโรงสีบางแห่ง ในการกำหนดราคาข้าวให้ต่ำลง โดยหวังให้เกิดประเด็นต่อประชาชนให้เกิดการต่อต้านหรือขัดแย้งกับรัฐบาล ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องสร้างความเข้าใจทั้งระบบ โดยการประชุมในวันนี้จะมีการประชุมให้ได้ข้อยุติs__4620338“การทำอะไรจะต้องมีก๊อก 2 ไว้อยู่เสมอ เพราะไม่มีปัญหาใดที่เป็นปัญหาที่ซับซ้อน ยาวนานอย่างปัญหาในเรื่องของข้าวและการเกษตร น้ำ ที่จะสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีการเดียว ดังนั้น เราจะเป็นต้องหาวิธีการที่เหมาะสมตามห้วงเวลา พร้อมทั้งขอให้กำหนดมาตรการการช่วยเหลือ และการดูแลในข้อกฎหมายเพื่อทำให้เกิดความรัดกุม โดยต้องได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด อย่าให้เกิดกรณีเหมือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐ ทั้งหน่วยราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานด้านงบประมาณ ที่เป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล จำเป็นต้องหามาตราการช่วยเหลือที่อาจมีความแตกต่างจากการแก้ปัญหายามปกติ แม้รัฐบาลจะต้องขาดทุนหรือไม่ก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดูแลอยู่แล้ว การประชุมวันนี้ขอให้ดำเนินการโดยใช้เวลาให้น้อยที่สุด มีข้อตกลงได้ในที่ประชุมและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ในวันพรุ่งนี้ทันที เพราะไม่เช่นนี้ก็จะถูกบิดเบือนไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นปัญหาทำให้การบริหารงานด้านอื่นๆมีปัญหาตามมาด้วย” นายกฯ กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

มหานครผลไม้เมืองจันท์ 2016 นทท.ล้นทะลัก ชิมฟรีผลไม้สด – แปรรูป

อลังการ มหานครผลไม้ 2016 จันทบุรี คึกคัก นทท.ไทย – เทศ ร่วมงานล้นทะลัก พิเศษสุดชิมฟรีผลไม้สดคุณภาพ วันละ 2 รอบ พร้อมทั้งผลไม้แปรรูป แกงบวดทุเรียน, เปียกลำไย, ข้าวเหนียวทุเรียน สนใจเชิญร่วมงาน จ่อจัดยาวไปจนถึง 29 พ.ค.นี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 พ.ค.2559 บรรยากาศของ นทท.ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก เข้าร่วมรับประทานผลไม้ที่จุดบริการชิมฟรีผลไม้สดๆ จากเกษตรกรชาวสวน ซึ่งถือเป็นจุดไฮไลต์ของการจัดงาน “จันทบุรี มหานครผลไม้” หรือ “Chanthaburi Fruitpital Fair 2016” ที่จัดขึ้นภายในศูนย์ปฏิบัติราชการ องค์การบริหารส่วน จ.จันทบุรี โดยในแต่ละวัน จะเปิดให้บริการวันละ 2 รอบ คือเวลา 10.30-13.00 น. และ 17.30-20.00 น.ทุเรียนสด เสียบไม้

ทั้งนี้จะนำผลไม้สดทั้ง ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง และขนุน มาบริการแก่ นทท. ขณะเดียวกัน ยังมีผลไม้แปรรูป เช่น แกงบวดทุเรียน, เปียกลำไย, ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน มาบริการอีกด้วย โดยผลไม้ที่เป็นที่ชื่นชอบของ นทท.ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้แก่ ทุเรียนสด เนื่องจากปัจจุบันมีราคาแพง ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องนำผลไม้มาเติมในทุกชนิดเกือบ 1 ตันต่อวัน

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมเกษตรกรให้ได้มีโอกาสเจรจาต่อรองทางธุรกิจกับผู้ซื้อโดยตรง, การจำหน่ายผลไม้สดจากเกษตรกรโดยตรงในบริเวณตลาดประชารัฐ, การเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์, ชมความตระการตาของประติมากรรมผลไม้ที่ประดิษฐ์และตกแต่งจากผลไม้เมืองร้อน ด้วยฝีมือทีมงานจากสวนนงนุช, การจำหน่ายสินค้าโอทอปจากภาคตะวันออก, ชิมอาหารอร่อยจากมุมตู้กับข้าวเมืองจันท์ ซึ่งงาน “จันทบุรี มหานครผลไม้” หรือ “Chanthaburi Fruitpital Fair 2016” จะมีไปจนถึงวันที่ 29 พฤษภาคมนี้แม่ค้าใจดี ให้ชิมไม่อั้น

อย่างไรก็ตาม นทท.ที่เข้ามาเดินภายในงาน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประทับใจในการจัดงาน บรรยากาศดี พื้นที่กว้างขวาง แม้ว่าปีนี้จะมีผลไม้น้อยลง เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้ง จนผลไม้ราคาแพงกว่าปกติ แต่ลูกค้าไม่บ่น เพราะคุณภาพผลไม้การันตีความคุ้มค่า.ข้าวเหนียวทุเรียน

ปชช.ให้ความสนใจ งานผลไม้ของดีเมืองจันทบุรี กันอย่างล้นหลาม

ที่มา>>>Thairath

นักเปิบจะไม่รอ! เดือน 6 ฝนยังไม่ตก คนกำแพงเพชร ขอกิน ‘อึ่ง’ จ.ตาก

ย่างเข้าเดือนหกฝนก็ตกพรำๆ แต่ที่กำแพงเพชรยังไม่ตก แม่ค้าทนเสียงเรียกร้องของผู้บริโภคไม่ไหว ไปซื้อ ‘อึ่ง’ จาก จ.ตาก มาวางขาย กก.200-280 บาท บรรดานักเปิบออกมาหาซื้อไปต้มยำ กระดูกกรอบกินได้ทั้งตัว…

จากที่ได้มีฝนตกในพื้นที่เขต จ.ตาก ทำให้สัตว์จำพวกกบ เขียด และอึ่งอ่างเริ่มออกจากที่ซ่อนออกมาผสมพันธุ์และวางไข่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติแล้ว แม่ค้าชาว จ.กำแพงเพชร ซึ่งฝนยังไม่ตก แต่มีลูกค้าเรียกร้องต้องการ อยากกินอึ่ง จึงไปรับซื้ออึ่งจาก จ.ตาก มาวางขายในตลาดศูนย์การค้ากำแพงเพชร มีผู้ที่ชื่นชอบบริโภคสัตว์ประเภทนี้ ทยอยมาซื้อเพื่อนำไปประกอบเป็นอาหารกินกัน โดยแม่ค้าจะใส่กะละมังไว้ ให้เลือกแบบที่อยู่ในน้ำเป็นอึ่งไม่มีไข่ ส่วนที่อยู่กับทรายเป็นอึ่งที่มีไข่เต็มท้องทุกตัว เพราะถ้าจับลงไปอยู่ในน้ำ อึ่งจะออกไข่ทันที จึงต้องใส่กะละมังที่ใส่ทรายไว้เท่านั้นจากการสอบถาม นางสาวน้ำฝน ตีเนตร อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 224/1 หมู่ 2 ต.สระแก้ว อ.เมืองกำแพงเพชร เปิดเผยว่า ไปรับอึ่งมาขายจาก อ.วังเจ้า จ.ตาก ครั้งละประมาณ 100 กิโลกรัม นำมาขายในตลาดศูนย์ เนื่องจากว่ายังไม่พบอึ่งใน จ.กำแพงเพชร ออกสู่ตลาด เพราะฝนยังไม่ตกลงมามากพอที่จะให้อึ่งออกมาผสมพันธุ์หรือวางไข่ได้ จึงต้องไปรับจากจังหวัดอื่นนำมาขายก่อน เพราะผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอึ่งเริ่มมาทยอยหาซื้อกันแล้วสำหรับอาหารเมนูอึ่ง ที่เป็นเมนูยอดนิยมใน จ.กำแพงเพชร ได้แก่ ต้มยำอึ่ง อึ่งยำใบมะกอก อึ่งผัดเผ็ด ทอดกรอบ และแกงเผ็ด เนื่องจากอึ่งกระดูกกรอบจึงสามารถกินได้ทั้งตัว ซึ่งผู้ที่ชอบบริโภคอึ่ง จะบอกว่าอึ่งที่มีไข่เต็มท้องจะมีรสชาติอร่อยมาก ราคาขายอึ่งสดเป็นๆที่ท้องเต็มไปด้วยไข่กิโลกรัมละ 280 ถ้าเป็นอึ่งที่ไม่มีไข่ กิโลกรัมละ 200 ส่วนอึ่งลาย กิโลกรัมละ 160 บาท ในแต่ละวัน สามารถขายได้หมด สร้างรายได้ช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี และถ้ามีฝนตกลงมาใน จ.กำแพงเพชร ก็จะมีอึ่งออกมามากขึ้น ราคาจะลดลงตามปริมาณ.

 

ที่มา>>>Thairath

แหย่ได้ปีละครั้ง! ไข่มดแดงที่สวรรคโลก ราคาพุ่งโลละ 500 ปรุงเมนูเด็ด

1413354433-120462-o

ชาวบ้าน อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ออกหาแหย่ไข่มดแดง ตามสวนมะม่วงช่วงหน้าแล้งนำขายกิโลฯ ละ 500 บาท ปีหนึ่ง สามารถแหย่ไข่มดแดงได้เพียงครั้งเดียว ช่วง มีนาคม-พฤษภาคม ส่งผลราคาพุ่งสูง สร้างรายได้เสริม นำปรุงรสเมนูสุดอร่อย

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนางประทิบ รุ่งเรือง หรือ ป้าจันทร์ อายุ 44 ปี เลขที่ 2/17 ถนนประสานมิตร ต.เมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ซึ่งกำลังเตรียมไม้ไผ่แห้งยาวประมาณ 6 เมตร ด้านปลายผูกติดกับกระถางน้ำพลาสติกสีดำไว้ ซึ่งใช้เป็นที่ที่รองรับไข่มดแดง ด้านในกระถางมีแป้งมันโรยอยู่ ซึ่งกำลังเตรียมตัวออกไปแหย่ไข่มดแดงกับ นายเฉลิมขวัญ จุดาลัย อายุ 20 ปี หลานชายจากนั้นได้เดินลัดเลาะออกจากบ้านตามสวนมะม่วง ก็จะเจอรังมดแดงอยู่บนต้นมะม่วง ก่อนใช้ไม้แหย่รังมดแดง ซึ่งช่วงนี้กำลังออกไข่ และบางรังเป็นรังแก่ ก็จะแหย่เอาลงมาใส่ในถังพลาสติก จากนั้นจะนำมาเทใส่ถาดพลาสติกและเอาตัวมดแดงออกให้เหลือแต่ไข่มดแดง และไข่เป้งมดแดงสีขาว ส่วนตัวมดแดงจะเอาออกปล่อยไว้ตามพุ่มไม้จะได้ทำรังต่อไป

ทั้งนี้ ไข่มดแดง และไข่เป้งมดแดง ซึ่งส่วนใหญ่ชาวบ้านจะนิยมนำไปประกอบเป็นอาหารหลากหลายชนิด เช่น แกงผักหวานไข่มดแดง นำไปใส่ไข่เจียวแทนหมูสับ และเมนูที่ส่วนใหญ่นิยมนำมาทำก็คือยำไข่มดแดง โดยนำหอมแดง ต้นหอม ผักชี พริกขี้หนู มาซอย จากนั้นจะปรุงด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย ให้ออก 3 รส ซึ่งวันหนึ่งตนสามารถหาแหย่ไข่มดแดงได้วันละครึ่งกิโลฯ ถึง 1 กิโลฯส่วนไข่มดที่ชาวบ้านชอบกินก็จะเป็นไข่เป้งมีขนาดใหญ่และมัน เมื่อนำไปทำอาหารรสชาติก็จะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ไข่มดแดงที่หาได้ ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคของชาวบ้าน และร้านอาหาร ซึ่งมารับซื้อ เพื่อนำไปทำเมนูเด็ดให้ลูกค้าที่นิยมบริโภคไข่มดแดง

ที่มา>>>Thairath

ตำรวจที่ฉวาง เลี้ยงผึ้ง ขายน้ำผึ้ง เปิดสอนชาวบ้านฟรี ผลักดันสร้างอาชีพ

รรท.รอง ผกก.ป.สภ.ฉวาง หรือฉายา ‘สารวัตรผึ้ง‘ ประสบความสำเร็จจากการ ‘เลี้ยงผึ้ง ขายน้ำผึ้ง‘ กำไรงาม เปิดสอนวิธีการเลี้ยงผึ้งฟรี ผลักดันชาวบ้านสร้างอาชีพ ดึงมวลชนในพื้นที่ทำสิ่งมีประโยชน์

จากอาชีพตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปรามเลี้ยงผึ้งสร้างรายได้เสริมให้กับตนเองจนประสบความสำเร็จไม่มีหนี้สิน ไม่กู้เงินจากสหกรณ์ตำรวจ จึงมีแนวคิดสร้างมวลชนในพื้นที่ให้มีอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัวลดปัญหายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ จึงเอาอาชีพที่ตนถนัดคือการเลี้ยงผึ้งมาสอนชาวบ้านจนชาวบ้านเรียก “สารวัตรผึ้ง” ไปแล้วผู้สื่อข่าวจากจังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจใน พ.ต.ท.บำรุงค์ สามล รองผกก.ป.สภ.พรหมคีรี รรท.รองผกก.ป.สภ.ฉวาง ได้เปิดใจพูดคุยถึงแนวคิดในการสร้างมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ฉวาง หลังกรีดยางพารา ให้มีอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้ครอบครัว และที่สำคัญให้ห่างไกลยาเสพติด โดยมีแนวคิดที่จะสอนอาชีพเลี้ยงผึ้งให้กับชาวบ้าน แนะวิธีการทำตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนการเก็บผลผลิตจากผึ้ง(น้ำผึ้ง) จึงได้ปรึกษากับพ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก.สภ.ฉวาง เห็นเป็นแนวทางที่ดี เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ จึงสนับสนุนแนวคิดของ พ.ต.ท.บำรุงค์

พ.ต.ท.บำรุงค์ เล่าว่าพื้นที่ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช นอกจากทำสวนยางพาราแล้วชาวบ้านยังทำสวนผลไม้อีกเป็นจำนวนมาก เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะเป็นต้น เหมาะแก่การเลี้ยงผึ้ง จึงหาแนวทางในการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่เพื่อได้พบปะพูดคุยจึงได้เอาความถนัดที่ตนเคยทำอยู่คือการเลี้ยงผึ้งมาสร้างมวลชนสัมพันธ์ โดยชักชวนชาวบ้านที่สนใจเข้ามาร่วมอบรมวิธีการการเลี้ยงผึ้งโดยตนจะเป็นวิทยากรสอนให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น“เราจะสอนตั้งแต่การสร้างบ้านให้ผึ้ง ซึ่งต้องใช้ไม้เก่าเท่านั้นผึ้งจึงจะมาอาศัยอยู่ถ้าหากใช้ไม้ใหม่ๆ ผึ้งจะไม่เข้าไปอาศัย และทำเป็นกล่อง สี่เหลี่ยมขนาด กว้าง 30 ซม. ยาว 50 ซม. สูง 30 ซม และเสาสูง 80 ซม. ฐานทำเป็นอ่างเล็กๆสำหรับใส่น้ำมันเครื่องเก่ากันมดแมลงต่างๆ ขึ้นไปรบกวนผึ้ง ต่อมาได้ขอความร่วมมือจากผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่นที่มีสวนผลไม้ ขอเอาบ้านของผึ้งไปวางไว้ใต้ต้นผลไม้ ไม่นานนักผึ้งจะมาอาศัยพักอยู่ในบ้านที่สร้างไว้ผึ้งก็จะออกหากินบริเวณนั้น และตัวผึ้งที่ออกหากินยังได้ช่วยผสมเกสรให้กับผลไม้ในสวนให้ติดดอกออกผลด้วย” พ.ต.ท.บำรุงค์ กล่าว

สารวัตรผึ้ง กล่าวต่อว่า ผลผลิตจากผึ้ง หรือน้ำผึ้ง จะได้มากน้อยขึ้นอยู่กับพื้นที่แล้วนำมาแบ่งกัน เอาไปจำหน่ายเป็นรายได้บ้าง ใช้เองบ้าง เป็นของขวัญของฝากซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจเป็นอย่างมากเมื่อนำไปฝากผู้ใหญ่ที่ตนรักนับถือเพราะเป็นน้ำผึ้งแท้จากบ้านตนเอง และที่สำคัญตำรวจได้มวลชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น หมู่บ้านชุมชนห่างไกลปัญหายาเสพติดและอาชญากรรม ประสบความสำเร็จจนชาวบ้านเรียกติดปากว่า “สารวัตรผึ้ง”

ที่มา>>>Thairath

สับปะรดสี..งานสะสม สู่รายได้หลักหลังเกษียณ

ไม่มีความรู้เรื่องสับปะรดสี…เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ มาทำงานเป็นอาจารย์ แต่เพราะความชอบเป็นการส่วนตัว เริ่มสะสมมาตั้งแต่ปี 2545 มีอยู่ 50 ต้น

จากทำเล่นๆ แต่พอหลังเกษียณ สับปะรดสีเหล่านั้นกลับสร้างรายได้ให้ ผศ.ดร.สิทธิพันธ์ ศิริรัตนชัย หรือ “ดร.ตุ๋ย” อดีตผู้ช่วยอธิบดี มหาวิทยาลัยบูรพา ได้อย่างมีความสุข เป็นรายได้หลักในบั้นปลายชีวิต

เพราะสับปะรดสี 50 ต้น สายพันธุ์ นิโอเรจีเลีย, แอคเมีย บรานเชส, วีร์เซีย, หัวไม้ขีด, กุซมาเนีย ฯลฯ เมื่อวันวานได้กลับกลายมากมายนับหมื่นต้น เรียงรายใน “สวนสับปะรดสี ดร.ตุ๋ย” บ้านคุบอนล่าง ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี“สับปะรดสี มีทั้งนำเข้ามาจากต่างประเทศ และในประเทศ แต่จะเลือกสะสมเฉพาะพันธุ์ที่สวยงาม หายาก และที่ตัวเองชอบ ตอนแรกคิดจะปลูกเล่นๆ เก็บไว้ดูเพลินตาไว้ข้างบ้าน แต่พอเกษียณมีเวลาว่างมาก ไม่รู้จะทำอะไร เลยหัดเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ด้วยตัวเอง ทำไปทำมามันก็เพิ่มจำนวนขึ้นมาเรื่อย จนต้องขยายพื้นที่ มีคนผ่านไปผ่านมาเข้ามาขอซื้อเดือนเดือนหนึ่ง อย่างน้อยๆสามหมื่น นั่งอยู่กับที่ไม่ต้องไปไหน แถมมีความสุข”

ดร.ตุ๋ย บอกว่า การขยายพันธุ์สับปะรดสีนั้นไม่ยุ่งยาก เพียงแค่แยกหน่อออกมาแล้วทาด้วยปูนแดงทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นจึงไปลงปลูกต่อ ด้วยวัสดุปลูกกาบมะพร้าวสับเป็นท่อน แบบเดียวกับการปลูกกล้วยไม้“จะให้สับปะรดสีเติบโตได้เร็ว ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 14-14-14 ต้นละไม่กี่เม็ด เพื่อไม่ต้องการให้โตไว เพราะใบจะยืดยาวผิดฟอร์มไม่สวย แต่พันธุ์ที่มีดอกต้องการปุ๋ยสูตร 0-24-28”

ตอนนี้สวนสับปะรดสี พื้นที่ 10 กว่าไร่ ดร.ตุ๋ย บอกว่า ทำเองคนเดียวได้ เพราะเป็นพืชไม่ค่อยต้องการน้ำ รดครั้งเดียวอยู่ได้ 3 วัน ยิ่งหน้าฝนแทบไม่ต้องเลย ให้มากไปทำใบเน่าตายได้…เจ้าของสวนสับปะรดสี ดร.ตุ๋ย ฝากบอกถึงผู้สูงวัยที่สนใจหันมาเอาดีทางนี้บ้าง…ผู้ปลูกต้องศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองถึงจะประสบความสำเร็จ เพราะการปลูกเลี้ยงแต่ละสายพันธุ์ต่างกัน บางพันธุ์ชอบแดดจัด บางสายพันธุ์ต้องการไม่มากนัก โรงเรือนควรใช้ซาแลนพรางแสง 60% หรือ 70% แล้วแต่สายพันธุ์พื้นที่ปลูกทำได้ทั้งในกระถางตั้งพื้น ตั้งโต๊ะ ใส่วัสดุแขวน นำไปเกาะไว้กับต้นไม้ใหญ่ ตามซอกหิน วางในบ้านบนชั้นตู้โชว์ หรือจะจัดวางบนกำแพงแบบสวนแนวตั้ง สามารถทำได้โดยไม่มีข้อจำกัดแต่อย่างใด…สนใจไปชมหาความรู้ สอบถาม ดร.ตุ๋ย ได้ที่ 08-9939-5067.ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ที่มา>>>Thairath

ทองไทยพุ่ง! 250 รูปพรรณขายออกบาทละ 21,100

ราคาทองปรับขึ้น 250 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,600 ขายออกบาทละ 20,700 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,299.24 ขายออกบาทละ 21,100…

วันที่ 30 มี.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.33 น. ปรับขึ้น 250 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่ง รับซื้อบาทละ 20,600.00 บาท ขายออกบาทละ 20,700.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,299.24 บาท ขายออกบาทละ 21,100.00 บาท.

ที่มา>>>Thairath