เมื่อคุณมีหนี้สินท่วมหัว สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ…

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เป็นหนี้

ถ้าคุณมีหนี้สิน ไม่มีเงินเก็บ เงินไม่เคยพอใช้ จ่ายหนี้ขั้นต่ำทีไรก็หมดกระเป๋าแล้ว คุณเป็นคนที่เรียกได้ว่ากำลังมีหนี้ท่วมหัว ก่อนอื่น เราขอให้คุณตั้งสติ และต้องมีความตั้งใจจริงหากคุณอยากหลุดพ้นจากสภาวะนี้ เพราะ วิธีปลดหนี้  กำลังจะแนะนำต่อไปนี้ อาจจะมีหลายอย่างที่คุณจะต้องฝืนใจทำ

1. เมื่อคุณมีหนี้สินท่วมหัว สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ทำใจยอมรับความจริง ยิ้มสู้กับมัน และอย่างที่เราบอกไว้ตั้งแต่ต้น คุณต้องมีความตั้งใจจริง สิ่งต่อมาซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก คือ หยุดสร้างหนี้เพิ่ม เลิกใช้บัตรเครดิตทุกใบที่มี เก็บเอาไว้ที่บ้านเลย หรือถ้าใจเด็ดอยากหักดิบจริง ๆ ตัดบัตรทิ้งไปให้หมดเลยค่ะ และหากเจ้าหนี้ที่ธนาคารโทรมาทวงหนี้ ห้ามหนี ห้ามขาดการติดต่อเด็ดขาด

2. คำนวณยอดหนี้ทั้งหมด จัดลำดับยอดหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดมาไว้เป็นยอดหนี้ที่ต้องปิดให้เร็วที่สุดก่อน หากมีหนี้บ้านหนี้รถ ให้เลือกชำระหนี้ส่วนนี้ก่อน เพราะมีความสำคัญมาก เบี้ยวไม่ได้ โดยเฉพาะหนี้ผ่อนรถ เป็นคดีอาญา เบี้ยว 3 เดือนจะถูกฟ้องร้องทันที

3. คำนวณรายได้ของคุณ ว่าแต่ละเดือนได้เงินมาเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายประจำมีเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายประจำก็จำพวก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต โดยค่าใช้จ่ายประจำนี้ คุณอาจจะรวมหนี้บ้านและหนี้รถเข้าไปด้วยก็ได้ เพราะเป็นหนี้ที่เบี้ยวไม่ได้อย่างที่เราบอกไปข้อที่แล้ว

4. หากรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ใกล้เคียงหรือเท่ากับยอดหนี้ขั้นต่ำที่ต้องชำระในแต่ละเดือน สิ่งที่คุณต้องทำคือ หัดทำบัญชีรายรัยรายจ่ายของคุณเอง คุณจะได้รู้ว่าในแต่ละวัน เงินคุณหายไปไหน และรู้ว่าค่าใช้จ่ายอะไรที่ไม่จำเป็นและสามารถตัดออกไปได้บ้าง

5. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น อย่างเช่น ลดแพ็คเกจเคเบิ้ลทีวีที่มีราคาแพง เหลือเพียงแพ็คเกจที่เหมาะสมกับการใช้งานคุณ หรือหากคุณแทบจะไม่เคยเปิดทีวีดูเลย การยกเลิกบริการถือเป็นทางเลือกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้มากทีเดียว หรืออีกวิธี งดดื่มกาแฟจากร้านดัง ที่มีราคาแสนจะแพง มาดื่มกาแฟฟรีที่ออฟฟิศมีให้บริการอยู่แล้ว ต่อเดือนก็ช่วยคุณประหยัดไปได้เป็นพันบาทเลยนะคะ หรือเลิกทานอาหารนอกบ้าน หันมาทำอาหารทานเองก็ช่วยให้คุณประหยัดไปได้มากขึ้น การทำอาหารหนึ่งครั้ง สามารถทานได้เป็นอาทิตย์ ห่อไปเป็นอาหารมื้อกลางวันทางที่ทำงาน ก็ประหยัดไปได้หลายมื้อเลยทีเดียวนะคะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เป็นหนี้

6. หากไม่มีหนี้บ้านรถมีแต่หนี้บัตรเครดิต ให้พยายามชำระหนี้บัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดให้มากกว่าขั้นต่ำ เพื่อที่จะได้ปลดหนี้ก้อนนี้ให้เร็วที่สุด เพราะหนี้ก้อนนี้ ยิ่งปล่อยเอาไว้นาน ยิ่งสร้างภาระดอกเบี้ยเพิ่มให้คุณมาก และจะยิ่งทำให้การปลดหนี้ของคุณช้าลงไปอีก ดังนั้น ให้เน้นหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดเป็นอันดับ 1

7. หากคุณรู้ว่ากำลังจะมีเงินก้อนเข้ามา ในอนาคตอันใกล้ เช่น กำลังจะได้โบนัสปลายปีในอีกสองสามเดือนข้างหน้า ให้เลือกติดต่อประนอมหนี้กับธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยน้อยที่สุด เพื่อต่อรองของชำระแต่ดอกเบี้ยไปก่อน ช่วยลดภาระต่อเดือนลงไปได้มากขึ้น และนำเงินส่วนต่างมาโปะบัตรเครดิตใบที่มีอัตราดอกเบี้ยมาที่สุด

โดยการทำแบบนี้ ยอดต้นจะยังคงอยู่ไม่ลดลงไป แต่ถึงแม้ยอดต้นจะไม่ลด คะแนนเครดิตของคุณก็จะยังไม่เสีย รายงานในเครดิตบูโรก็จะยังคงขึ้นคำว่า “ไม่ค้างชำระ” แล้วจึงนำเงินโบนัสที่ได้มาโปะหนี้ โดยวิธีนี้ เราขอแนะนำให้คุณทำในระยะสั้นเท่านั้น และไม่ขอแนะนำให้คุณทำหากคุณไม่มีเงินก้อนเข้ามาในเร็ว ๆ นี้ เพราะหนี้ที่คุณมีจะยังคงอยู่ไม่ลดลงไป เหมือนคุณจ่ายดอกเลี้ยงหนี้ไว้เรื่อย ๆ เท่านั้นเอง

8. ขายอะไรได้ให้ขายไปเลยเพื่อที่คุณจะได้มีเงินก้อนเข้ามาปลดหนี้ได้ โดยของที่จะขายควรขายของใช้ฟุ่มเฟื่อยที่ไม่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคุณ เช่น เครื่องแต่งกายแบรนด์เนม เครื่องประดับ หรือของที่ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงก็ใช้งานได้ เช่น โทรศัพท์มือถือราคาแพง แล้วซื้อโทรศัพท์ธรรมดามาใช้ไปก่อน ในส่วนของคอมพิวเตอร์ หากมันเป็นเครื่องมือหากินของคุณ หรือคุณสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากมันได้ ให้เก็บเอาไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งตัดสินใจขายมันไป

9. วิธีปลดหนี้ ไม่ใช่การบนบานศาลกล่าว หรือตีอกชกหัวโทษโชคชะตาฟ้าดินอะไรทั้งนั้น (เพราะทุกสิ่งเกิดขึ้นเพราะตัวคุณเองล้วน ๆ) แต่การจะทำให้คุณปลดหนี้ได้คือการมีรายได้ ดังนั้น หารายได้พิเศษเสริมถือเป็นทางเลือกที่คุณต้องทำ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน คุณจะได้ไม่ต้องไปหยิบยืมเงินจากใครในกรณีที่เงินไม่พอใช้ บางทีงานเสริม อาจจะทำเงินให้คุณได้มาก จนคุณสามารถปลดหนี้ได้เร็วขึ้นก็ได้


“สำหรับชาวขอนแก่น ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ขอนแก่น ด้วยทีมงานมืออาชีพ

กินยังไงให้หน้าใสไร้สิว‬

กินยังไงให้หน้าใสไร้สิว‬

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยนะคะว่าสิ่งที่เรากินเข้าไปนั้นมีผลกับร่างกายและผิวพรรณของเราแน่นอน.. หมอขอยืนยันนั่งยันนอนยันกันไปเลย

ยกตัวอย่างเช่น..

คนที่ชอบทานเครื่องเทศและผักตระกูลหัวหอม –> กลิ่นตัวแรง

คนที่ชอบทานมะเขือเทศ มะละกอสุก แครอท น้ำส้ม หรือพืชผักผลไม้ใดๆ ที่สีส้มสีเหลือง –> ผิวก็จะมีสีเหลือง

Tips: ใครที่ชอบทานอยู่ลองเทียบสีของฝ่ามือกับเพื่อนดูนะคะ ถ้าเหลืองกว่าชัดเจนแนะนำให้หยุด 3-6 เดือนเพื่อความปลอดภัยของร่างกายนะคะ ลองคิดง่ายๆ นะคะว่า..ผิวยังเหลืองขนาดนี้ได้แล้วอวัยวะอื่นจะเป็นยังงัย

แน่นอน.. คนที่รักษาสิวเท่าไหร่ก็ไม่หาย–> ลองปรับเรื่องอาหารดูมั้ยคะ.. เผื่อจะเป็นคำตอบของผิวสวยไร้สิวกันคราวนี้มาดูกันว่าอาหารอะไรบ้างที่มีผลกับสิว..
ปัจจุบันมีอาหารแค่ 2 อย่างเท่านั้นที่เค้าพิสูจน์มาให้เรียบร้อยแล้วว่าเกี่ยวข้องกันกับการเกิดสิว (ไม่รวมยาและวิตามินนะคะ)

1. อาหารที่มี glycemic index สูง คืออะไร?!?!
ไม่คุ้นหูไม่คุ้นชิน หมอก็ไม่คุ้นชินค่ะ แต่คนที่เป็นเบาหวานเค้าจะรู้จักกันดี

สรุปง่ายๆ อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่กินปุ๊บ.. ระดับน้ำตาลในเลือดฟุ่งสูงปั๊บ..เช่น ของหวานทั้งหลาย น้ำอัดลม น้ำผลไม้

ดังนั้นควรเลือกทานแต่อาหารที่มี glycemic index ต่ำ คือพวกคาร์โบไฮเดรตที่มีกากใยสูง หวานน้อย เช่น ข้าวกล้อง whole grain มันเทศ ข้าวโพด แครอท เลือกทานผลไม้มากกว่าน้ำผลไม้เพราะมีกากที่ขัดขวางทางดูดซึมของน้ำตาล

แล้วมันดีเลิศอย่างไร?… แล้วจะทึ่ง
*ลดฮอร์โมนเพศชายที่ก่อสิว
*ลดขนาดต่อมไขมัน –> สิวลด หน้ามันน้อยลง
*ลดสารอักเสบที่ผิว –> ลดความรุนแรงของสิว

แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องทาน ‪#‎อย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป‬ นะคะถึงจะเห็นผล.. อย่าใจร้อน

คิดซะว่า.. ฝึกทานอาหารหวานน้อยเพื่อช่วยลดสิวในวันนี้ และยังช่วยลดการเกิดเบาหวานในวันข้างหน้าอีกด้วยนะคร้าาาา
2. นม..
ทำไมต้องนม???
ลองคิดตามนะคะ.. นมมาจากแม่วัว.. แม่วัวที่มีนมคือแม่วัวที่เพิ่งคลอดลูก.. แม่วัวเพิ่งคลอดมีฮอร์โมนสูง.. แน่นอนว่าในนมก็ต้องมีฮอร์โมนสูงงงงง.. เรากินฮอร์โมนเข้าไป.. สิวก็มา
โยเกิร์ตและชีสต์.. ไม่มีผลกับสิว
ลองเลี่ยงมาทานพวกนี้แทนดูค่ะ

พอรวม 2 ข้อเข้าด้วยกันอาหารที่ควรเลี่ยงที่สุด 
ไอศกรีม
เครื่องดื่มที่ใส่นมน้ำตาล
Chocolate

ที่มา>>>Sanook

ความดันโลหิตสูง แก้ได้ด้วย “โยคะบำบัด”

ความดันโลหิตสูง แก้ได้ด้วย “โยคะบำบัด”

ความดันโลหิตสูงภัยร้ายที่เป็นต้นเหตุของโรคแทรกซ้อนเต็มไปหมด โดยเฉพาะกับหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญซะด้วยสิ ผู้สูงอายุควรระมัดระวังเป็นพิเศษ  ปัจจุบันพบว่าโยคะสามารถช่วยบำบัดรักษาโรคได้ แต่กับโรคความดันโลหิตสูง โยคะจะช่วยยังไงล่ะ อยากรู้ก็ตาม Sanook! Health มาอ่านให้กระจ่างกันเลย

อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า ความดันโลหิตสูง เกิดจากเลือดที่ไหลเวียนผ่านตามหลอดเลือดเกิดการผิดปกติขึ้น ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก จึงทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง สาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น เป็นคนทานอาหารติดเค็ม เป็นโรคไต อายุมาก อ้วน กรรมพันธ์ และความเครียด  ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นต้นเหตุของโรคนี้ได้

แล้ว โยคะ ช่วยได้จริงหรอ ?

โยคะ เป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่ง มีท่าหลากหลาย ช่วยให้เราควบคุมลมหายใจ ควบคุมการไหลเวียนเลือด ทำให้จิตใจสงบนิ่ง เมื่อจิตใจเราสงบละทิ้งทุกอย่าง ไม่คิดมาก ร่างกายของเราจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เป็นการรักษาความเครียด ทำให้ผ่อนคลายไปในตัว

จากการศึกษาของ Murugesan และคณะ กับผู้ป่วยโรคความดันสูงจำนวน 33 คน อายุ 35-65 ปี โดยการศึกษาแบ่งเป็นกลุ่มที่รักษาด้วยโยคะกับกลุ่มที่รักษาด้วยยาลดความดันโลหิต  ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ได้รับการบำบัดรักษาด้วยโยคะ ค่าความดันของหัวใจขณะบีบตัวลดลงร้อยละ 44 และค่าความดันขณะหัวใจคลายตัวลดลงร้อยละ 68 แตกต่างกับกลุ่มที่รักษาด้วยยาลดความดันโลหิต ซึ่งมีค่าความดันขณะหัวใจบีบตัวร้อยละ 40 และค่าความดันขณะหัวใจคลายตัวร้อยละ 64 จึงสรุปได้ว่า การบำบัดรักษาผู้ป่วยด้วยโยคะมีประสิทธิภาพมากกว่าการรักษาด้วยยา

การบำบัดรักษาด้วยท่า Reclining hero pose

ท่า Reclining hero pose เป็นท่าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะแนะนำในการบำบัดรักษา

 – นั่งคุกเข่าแล้วค่อยๆ หย่อนก้นลงบนพื้นให้ก้นอยู่ระหว่างส้นเท้า

– ยืดแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นเหนือศรีษะ

– ค่อยๆ หงายหลังนอนลงไป กดไหล่ลงบนพื้น ยืนแขนทั้งสองข้างไปด้านบนตรงๆ ปล่อยตัวตามสบาย ทำค้างไว้ 45 วินาที – 1 นาที

– ทำเป็นประจำทุกวัน หากเลือกได้ควรทำในช่วงเช้า หลังตื่นนอน หรือสามารถทำในช่วงเวลาใดก็ได้ แต่ไม่ควรทำหลังทานอาหารใหม่ๆ

หากใครมีคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่ละก็ ลองหันมารักษาด้วยโยคะดูนะ ไม่เสียเงิน แถมยังสามารถทำได้เอง คนที่ไม่เป็นโรคนี้ก็ทำได้นะ เพราะนอกจากช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูงแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายได้ด้วย มีประโยชน์สุดๆ เลยล่ะ

ที่มา>>>Sanook

วิธีใช้ดินสอเขียนคิ้วให้ถูกวิธี เขียนคิ้วแบบนี้…ได้รูปสวยชัวร์

วิธีใช้ดินสอเขียนคิ้วให้ถูกวิธี เขียนคิ้วแบบนี้...ได้รูปสวยชัวร์

การเขียนคิ้วให้สวยงามได้รูปอย่างที่ต้องการ ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกดินสอเขียนคิ้วที่เหมาะสมสาวๆจึงควรให้ความใส่ใจในการเลือกดินสอเขียนคิ้ว เพื่อให้ได้รูปทรงของคิ้วที่มีความสวยงาม และช่วยเสริมความโดดเด่นของใบหน้าได้ตามต้องการ อีกทั้งจะต้องรู้เทคนิคเขียนคิ้ว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุด โดยมีเทคนิคง่ายๆ ดังนี้

เลือกเฉดสีที่เข้ากับตัวเอง

ดินสอเขียนคิ้วที่มีเฉดสีต่างกันก็สามารถสร้างความแตกต่างบนใบหน้าของคุณได้ อย่างเช่น ดินสอเขียนคิ้วสีดำ ที่จะทำให้คิ้วเข้มดูโดดเด่น เหมาะสำหรับสาวที่ต้องการเน้นสไตล์การแต่งหน้าให้ออกมาในแบบคมเข้ม ส่วนดินสอเขียนคิ้วสีอ่อนลงมา จะทำให้ใบหน้าดูสว่างและดูซอฟท์ลง ซึ่งการเลือกเฉดสีของดินสอเขียนคิ้วนี้ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ส่วนตัวที่สาวๆชื่นชอบ แต่หากจะให้ดูดีที่สุดในทุกลุค ควรเลือกสีของดินสอเขียนคิ้วที่อ่อนกว่าสีผมของคุณเล็กน้อย ประมาณ 1-2 เฉดสี

วิธีใช้ดินสอเขียนคิ้วให้ถูกวิธี เขียนคิ้วแบบนี้...ได้รูปสวยชัวร์
ใช้ดินสอเขียนคิ้วเฉพาะบริเวณคิ้วเท่านั้น

อาจฟังดูแปลกๆ แต่ดินสอเขียนคิ้วเหมาะที่จะใช้เติมสีสันเฉพาะบริเวณขนคิ้ว เพราะบางคนอาจใช้ในการวาดทรงคิ้วที่เกินขอบเขตของคิ้ว ซึ่งจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย คุณอาจใช้ดินสอเติมขนคิ้วที่บางให้ดูเข้มขึ้นและตกแต่งบริเวณของคิ้วได้บ้างเล็กน้อย แต่ไม่ควรเกินขอบเขตของคิ้วมากจนเกินไป

ไม่ควรเติมคิ้วให้เข้มมากจนเกินไปนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ ที่เลือกใช้ดินสอเขียนคิ้วสีดำ เพราะจะแย่งความโดดเด่นของเมคอัพของดวงตา อีกทั้งยังทำให้คิ้วกลายเป็นจุดเด่นมากเกินไปจนทำให้ส่วนอื่นๆ ของใบหน้าถูกลดความสำคัญลงไป ควรเขียนคิ้วให้มีความเข้มพอดีเพื่อเป็นส่วนประกอบที่กลมกลืนของเครื่องหน้าโดยรวม จะทำให้ดูดีมากกว่า

วิธีใช้ดินสอเขียนคิ้วให้ถูกวิธี เขียนคิ้วแบบนี้...ได้รูปสวยชัวร์
เหลาปลายดินสอเขียนคิ้วอย่างสม่ำเสมอ

ควรเหลาปลายดินสอเป็นประจำ เพื่อที่เวลาเขียนลงบนคิ้วจะให้เส้นที่คมชัดและคุมเส้นที่จะลงบนคิ้วได้อย่างแม่นยำขึ้น ซึ่งในการเหลาดินสอเขียนคิ้วควรใช้ที่เหลาเครื่องสำอางโดยเฉพาะ เพราะการใช้ที่เหลาดินสอทั่วไปจะไม่เหมาะกับการเหลาดินสอเขียนคิ้วที่มีเนื้อค่อนข้างอ่อน ทำให้ดินสอหักง่าย หรือหากจะเหลาด้วยคัตเตอร์ ให้นำดินสอเขียนคิ้วไปแช่ให้เย็นในช่องฟรีซเพื่อให้เนื้อแข็งซึ่งจะเหลาได้ง่ายขึ้น ไม่หัก

รู้เทคนิคดีๆ อย่างนี้แล้ว ต่อไปสาวๆ ก็จะใช้ดินสอเขียนคิ้วได้อย่างมั่นใจมากขึ้นแล้วล่ะ โดยเฉพาะมือใหม่หัดแต่งหน้า ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดู แล้วคุณจะพบว่ามันไม่ยากอย่างที่คิดเลย

ที่มา>>>Sanook

ควินัวคืออะไร? กับ 5 ประโยชน์สุดเจ๋งที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในพืชอื่น

ควินัวคืออะไร? กับ 5 ประโยชน์สุดเจ๋งที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในพืชอื่น

ใครที่เป็นสายกินคลีน หรือรักสุขภาพ ต้องรู้จักกับธัญพืชที่ชื่อว่า “ควินัว” กันอย่างแน่นอนใช่ไหมคะ แต่ถ้าใครยังงงๆ ว่าควินัวคืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไรSanook! Health จะพามาทำความรู้จักกับซูเปอร์ฟู้ดสุดฮอตที่ว่านี้กันค่ะ

ควินัว คืออะไร?

ควินัว คือ ธัญพืชเทียมที่หน้าตาคล้ายพืชตระกูลถั่ว มีถิ่นกำเนิดจากพื้นที่ของชาวอินคา ชนเผ่าพื้นเมืองโบราณแถบอเมริกาใต้

ที่เรียกว่าเป็นธัญพืชเทียม เพราะจริงๆ แล้วควินัวไม่ใช่ธัญพืช แต่เป็นพืชตระกูลเดียวกับหัวบีท ผักโขม ทัมเบิ้ลวีด (tumbleweed) และ Swiss Chard แต่ถึงแม้จะเป็น Pseudocereal หรือธัญพืชเทียม แต่ก็มีประโยชน์มากมายจนได้ชื่อว่าเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” ไปด้วย

ประโยชน์ของควินัว

1. ควินัวมีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 12-18 และกรดอะมิโนที่จำเป็นที่สามารถพบได้ในนม ใครที่กำลังกินคลีน หรือควบคุมอาหาร หากอยากได้โปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายนอกจากอกไก่ ลองควินัวด้วยก็ดีนะ

2. ควินัวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง นั่นก็หมายความว่าช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง และช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส

3. ควินัวมีแคลเซียมสูง ใครที่ไม่ชอบดื่มนม หรือแพ้นม สามารถทานควินัวได้ เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง

4. ควินัวมีไฟเบอร์สูง ซึ่งเส้นใยหรือไฟเบอร์ที่ว่า นอกจากจะช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร และการขับถ่ายให้เป็นไปอย่างปกติแล้ว ยังช่วยควบคุมระน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้อีกด้วย

5. ควินัวมีคอเลสเตอรอลต่ำ เหมาะกับทุกคนที่อยากลดปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกาย หรือคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันเส้นเลือด

วิธีทานควินัว

แช่น้ำ 10 นาที จากนั้นนำไปต้มอีกครั้ง ให้ควินัวสุก ลักษณะจะเหมือนข้าวสั้นๆ ขาวๆ เหลืองๆ เมื่อสุกแล้วจะนิ่มๆ กรุบๆ มีความหนึบเล็กน้อย ระหว่างต้มสามารถเติมน้ำมันมะกอก หรือเกลือเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติได้

ควินัวสุก สามารถแทนทานข้าวได้เลย หรือใครจะนำไปทำเป็นโจ๊ก ข้าวผัด ซูชิ ใส่ในสลัด ทอดมัน หรือแม้กระทั่งใส่ในของหวานอย่างมัฟฟิน คัพเค้ก เป็นต้น

ที่มา>>>Sanook

รู้จักไหม? “ลูกหม่อน” (Mulberry) ช่วยลดน้ำตาลในเลือด-ป้องกันมะเร็ง

รู้จักไหม? “ลูกหม่อน” (Mulberry) ช่วยลดน้ำตาลในเลือด-ป้องกันมะเร็ง

เคยได้ยินประโยคที่ว่า “ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม” กันไหมคะ เคยสงสัยกันหรือเปล่าว่า“หม่อน” ที่ว่าคืออะไร มันคือใบหม่อนที่เคยมีการส่งเสริมให้ปลูกกันถามภาคเหนือ โดยเฉพาะหมู่บ้านชาวเขา ที่จะนำใบหม่อนมาใช้เป็นอาหารของหนอนไหม แต่หม่อนไม่ได้มีประโยชน์แค่ใบเท่านั้นนะคะ ลูกหม่อน หรือชื่อภาษาอังกฤษแบบไฮโซๆ เรียกว่าMulberryก็มีประโยชน์ดีๆ ไม่แพ้กัน

1. ช่วยบำรุงหัวใจ

2 ดับร้อน ทำให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการกระหายน้ำ

3. อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และกรดโฟลิก เหมาะแก่มารดาที่กำลังตั้งครรภ์

4. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

5. ลดน้ำตาลในเลือด เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

6. ผลหม่อนต้ม ช่วยแก้โรคไขข้ออักเสบ

7. มีวิตามินบี 6 ช่วยบำรุงเลือด ตับ และ ไต

8. ลดการเกิดสิว และปวดประจำเดือน

9. มีวิตามินซีสูง ป้องกันโรคหวัด ภูมิแพ้ และปอด

10. แก้อาการท้องผูก เพราะเป็นยาระบายอ่อนๆ

11. มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก

12. แก้อาการเมาค้าง ผ่อนคลายความเครียด

13. ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำ สุขภาพดี ป้องกันผมหงอกก่อนวัย

หม่อนสามารถปลูกได้เองที่บ้านนะคะ ไม่ยาก แถมนอกจากผลแล้ว ตัวใบเองยังเป็นสมุนไพรที่ดี ทำประโยชน์ได้อีกเยอะ ใครอยากลองทานหม่อนลองหาซื้อทานกันดูนะคะ

ภาพประกอบจาก istockphoto

ที่มา>>>Sanook

แสบมาก หนุ่มอำแฟนสาว จับตุ๊กตาตูบผูกลอยกับลูกโป่ง แทบช็อกคิดว่าตูบตัวจริง

 * แสบมาก หนุ่มอำแฟนสาว จับตุ๊กตาตูบผูกลอยกับลูกโป่ง แทบช็อกคิดว่าตูบตัวจริง *

จับหมาผูกลูกโป่ง

หนุ่มแสบแอบแกล้งแฟนสาว ใช้ตุ๊กตาหมาผูกกับเชือกลูกโป่งปล่อยลอยฟ้า ทำแฟนสาวแทบช็อกคิดว่าเป็นเจ้าตูบสัตว์เลี้ยงตัวจริง

เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปแผนการชวนฮาจากไรอัน หนุ่มอเมริกันขี้อำ เมื่อเขาตั้งใจแกล้งแฟนสาวโดยการให้เธอเชื่อว่า เขาผูกเจ้ามอลลี่ ตูบสัตว์เลี้ยงสมาชิกใหม่ของบ้านไปกับเชือกลูกโป่งให้ลอยขึ้นฟ้า ไปดูปฏิกิริยาของเธอกันว่าจะเป็นเช่นไร

ก่อนอื่นก็แนะนำตัวเจ้ามอลลี่ ลูกสุนัขสายพันธุ์ออสเตรเลียนเชพเพิร์ด สมาชิกตัวใหม่ของครอบครัว

ถึงเวลาปฏิบัติการ เริ่มต้นด้วยการพาเจ้ามอลลี่ไปถ่ายรูปร่วมกับครอบครัว ก่อนจะรีบวิ่งไปนำช่อลูกโป่ง พร้อมกับบอกคุณแม่ว่า จะขอยืมเจ้ามอลลี่ออกไปเตรียมเซอร์ไพรส์เจิน แฟนสาว

แต่แผนของไรอันเกือบแตกเมื่อคุณแม่ของเขาและสาวเจินเดินออกมาเห็นว่า เขากำลังจะนำเจ้ามอลลี่ออกไปไหน ไรอันเลยแกล้งบอกว่าจะผูกลูกโป่งที่ปลอกคอให้เจ้ามอลลี่ไปถ่ายรูปน่ารัก ๆ

เมื่อสองสาวเดินเข้าบ้านไป เข้าจึงจัดการพาเจ้ามอลลี่ไปแอบ พร้อมกับผูกเชือกลูกโป่งสูญญากาศกับตุ๊กตาหมาที่หน้าตาคล้ายกับเจ้ามอลลี่ แต่ตัวเล็กกว่า แล้วปล่อยให้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า

โชคดีเป็น ของไรอัน เมื่อเจ้ามอลลี่ (ตัวปลอม) ลอยขึ้นฟ้า พอดีกับจังหวะที่สาวเจินก็เดินกลับมาที่สวนท้ายบ้าน จึงได้เห็นเข้าพอดี ด้วยความตกอกตกใจ เธอจึงรีบร้องตะโกนบอกให้แฟนหนุ่มช่วยเอามันลงมา

ไม่เพียงแต่สาวเจิน คุณแม่ได้ยินเสียงร้องจึงรีบวิ่งออกมาดู และต้องช็อกกับภาพที่เห็นเจ้ามอลลี่ลอยไปบนท้องฟ้า หญิงทั้งสองเลยตวาดว่าในความพิเรนทร์ของไรอัน

จนสุดท้าย หนุ่มไรอันก็นำเจ้ามอลลี่ตัวจริงที่ซ่อนไว้มาคืน อำเล่นขำ ๆ จนเกือบโดนโกรธจริงซะแล้วไหมละ ทำใจหายใจคว่ำทั้งครอบครัวแบบนี้… แต่หลังหนุ่มไรอันเข้าไปจุ๊บขอโทษก็คงจะหายกันแล้วล่ะ อิอิ

ภาพจาก HammyTV สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

สาวถลกกระโปรง ถ่ายรูปกางเกงในหน้าแมว หมดยุคแอบดูกันแล้ว

 * สาวถลกกระโปรง ถ่ายรูปกางเกงในหน้าแมว หมดยุคแอบดูกันแล้ว *

กางเกงในหน้าแมว

หมดยุคแอบถ่าย – แอบดูกันแล้ว สาวยุคโซเชียล ถลกกระโปรงถ่ายรูปกางเกงในหน้าแมว โชว์ให้เห็นกันง่าย ๆ แบบนี้เลย

เมื่อก่อนสาว ๆ ที่ชอบใส่กระโปรงมักจะต้องคอยระแวดระวังตัวเองอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากกลัวว่าจะมีพวกโรคจิตคอยแอบดู บ้าง ก็ชอบก็ชอบใช้กล้องโทรศัพท์แอบถ่ายใต้กระโปรง จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับภัยสังคมเลยทีเดียว

แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปเข้าสู่ยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก ดูเหมือนว่าอะไร ๆ ก็จะดูง่ายไปเสียหมด ไม่เว้นแม้กระทั่ง เรื่องใต้กระโปรงของสาว ๆ เพราะสมัยนี้สาว ๆ เธอไม่กลัวกล้องแอบถ่ายกันแล้วล่ะ ของเพราะเธอถลกเปิดถ่ายให้ดูลงโซเชียลเลย

โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ @Mnakin ได้ทวิตแชร์รูปสาวรายหนึ่ง ที่โพสท่าถลกกระโปร ถ่ายรูปโชว์กางเกงในหน้าแมวลงเฟซบุ๊กส่วนตัว อวดโลกออนไลน์ แบบนี้พวกหื่นกามก็คงไม่ต้องออกแรง เสี่ยงไปแอบถ่ายให้เสียเวลา แค่เปิดโซเลียลก็มีให้เห็นแล้ว

แต่แหม.. หน้าตาเธอก็สวย แต่ทำไม๊…ทำไม มาเปิดกระโปรงโชว์แมวโผล่ซะแบบนี้ล่ะ

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @Mnakin

ต๊อกแต๊ก Let Me In Thailand คนที่ 9 จากสาวหน้าเบี้ยว พลิกโฉมสวยหวาน

 * ต๊อกแต๊ก Let Me In Thailand คนที่ 9 จากสาวหน้าเบี้ยว พลิกโฉมสวยหวาน *

ต๊อกแต๊ก Let Me In Thailand

ต๊อกแต๊ก Let Me In Thailand

ต๊อกแต๊ก พัชราภรณ์ ไสยะวงษา Let Me In Thailand คนที่ 9 จากสาวหน้าเบี้ยวที่ต้องทนทุกข์ กลายเป็นสาวสวยหวาน สีหน้าเปี่ยมสุขของจริง

Let Me In Thailand สัปดาห์นี้ (12 มีนาคม 2559) เป็นเรื่องราวของ “สาวหน้าเบี้ยวที่ต้องทนทุกข์” โดยผู้ที่ได้รับเลือกให้ไปทำศัลยกรรมพลิกชีวิตที่ประเทศเกาหลีใต้ ได้แก่ ต๊อกแต๊ก พัชราภรณ์ ไสยะวงษา สาวหน้าเบี้ยวที่มีใบหน้าแก่กว่าวัย ทั้งที่อายุเพียง 23 ปี ปากเบี้ยว และมีเนื้อส่วนเกินบริเวณรักแร้ เธอมักจะโดนล้อเลียนจากคนรอบข้าง จนต้องใส่หน้ากากอนามัยช่วยเพิ่มความมั่นใจ และรู้สึกน้อยใจในโชคชะตามาโดยตลอด ซ้ำยังมีปัญหาฟันซ้อนกัน ทำให้เคี้ยวข้าวลำบาก จนโดนคนมองว่าทานข้าวน่าเกลียด เธอจึงมักหนีไปกินข้าวคนเดียวบ่อย ๆ เธอคิดว่าอยากตัดคางออกไปเลย ไม่อยากมีหน้าแบบนี้อีกแล้ว

ต่อมาเมื่อ ต๊อกแต๊ก พัชราภรณ์ ได้รับเลือกให้เป็น Let Me In Thailand คนที่ 9 ไปทำศัลยกรรมพลิกชีวิตที่เกาหลีใต้ เธอก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากการที่หุ่นดีอยู่แล้ว ต๊อกแต๊ก ยิ่งสวยเป๊ะสุด ๆ ปัญหาคางยื่น หน้าเบี้ยว หายไปหมด จนกลายเป็นสาวหวาน สวยฟรุ้งฟริ้งสไตล์เกาหลีเลยทีเดียว

ว่าแล้วก็ตามไปชมภาพของ ต๊อกแต๊ก พัชราภรณ์ Let Me In Thailand คนที่ 9 กันเลยค่ะ ว่าจะสวยเป๊ะขึ้นขนาดไหน

ข้อมูลและภาพจาก ทวิตเตอร์ @LetMeInTH

ขจัดรังแคด้วยวิธีธรรมชาติ บำรุงหนังศีรษะให้สุขภาพดีครบสูตร

รังแค1

รังแคถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆ ทุกคนเลยก็ว่าได้ เพราะรังแคถือเป็นตัวการทำลายหนังศีรษะให้แย่ลง จนนำไปสู่การทำลายสภาพเส้นผมต่อไปได้ ดังนั้นหากคุณรู้จักวิธีกำจัดรังแคบนหนังศีรษะ รับรองได้เลยว่าปัญหาเหล่านั้นจะไม่มากวนใจคุณอีกเลย

และวันนี้เราขอนำเสนอวิธีการกำจัดรังแคด้วยวิธีธรรมชาติที่สามารถทำได้ง่ายๆ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่หนังศีรษะของคุณได้อีกด้วย อยากรู้ว่าวิธีเหล่านั้นจะมีอะไรกันบ้างต้องตามไปอ่านพร้อมๆ กันเลยค่ะ

รังแค2

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://blog.seasonwithspice.com/

ขจัดรังแคด้วยตะไคร้

อีกหนึ่งวิธีการกำจัดรังแคที่ถือเป็นภูมิปัญญาของคนสมัยก่อนก็คือการนำตะไคร้มาใช้นั่นเอง เพียงแค่คุณนำเอาตะไคร้ประมาณ 4-5 ต้น ทุบให้ละเอียด จากนั้นเอาไปแช่ลงในน้ำสะอาดปริมาณ 1 ลิตร แล้วทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ต่อด้วยการนำเอาน้ำตะไคร้ที่เตรียมไว้มาชโลมให้ทั่วหนังศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ล้างออกด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำทุกวันติดต่อกัน เพียงเท่านี้ก็จะเห็นได้ถึงการลดลงของรังแค หนังศีรษะที่เคยแข็งแรงก็จะกลับมา

รังแค3

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.healthbeckon.com/

ขจัดรังแคด้วยมะกรูดและมะนาว

การนำมะกรูดและมะนาวมาใช้ในการกำจัดรังแคนั้น ถือเป็นภูมิปัญญาหนึ่งของคนสมัยก่อนที่ยังได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันนี้ เพียงแค่นำมะกรูดและมะนาวมาคั้นเอาน้ำ จากนั้นนำมาหมักผมให้ทั่วหนังศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงค่อยสระผมล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง หมั่นทำเป็นประจำทุกวัน ประมาณ 3-4 สัปดาห์จะเห็นได้ว่ารังแคเริ่มลดน้อยลง

รังแค4

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.stylecraze.com/

ขจัดรังแคด้วยใบชา

การขจัดรังแคด้วยใบชา ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ให้ผลลัพธ์ได้ดีไม่แพ้วิธีอื่นๆ เพียงแค่คุณนำใบชามาต้มตามปกติ จากนั้นพักไว้ให้น้ำเย็นแล้วบีบมะนาวลงไปประมาณ 1 ลูก คนน้ำมะนาวและน้ำต้มใบชาให้เข้ากัน นำมาชโลมลงบนเส้นผมและหนังศีรษะให้ทั่ง ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงค่อยล้างออกด้วยการสระผม หมั่นทำอย่างนี้ทุกวัน ประมาณ 3 สัปดาห์ รังแคที่เคยมาก่อกวนใจหายไปหมดจดเลยล่ะค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หลังจากที่ได้ทราบถึงวิธีขจัดรังแคด้วยวิธีธรรมชาติที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หลายคนคงจะคิดอยู่ในใจว่ามันเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายมากๆ อีกทั้งยังไม่ก่อให้เกิดผลเสียแก่หนังศีรษะและเส้นผมของคุณอย่างแน่นอน

เอาเป็นว่าใครที่กำลังเผชิญกับปัญหารังแคคอยมากวนใจ แล้วไม่รู้จะหยิบนำวิธีขจัดรังแคสูตรไหนมาใช้ดี ลองนำวิธีที่เป็นสูตรธรรมชาติ ห่างไกลจากสารเคมีต่างๆ กันดูสิคะ รับรองว่าหนังศีรษะของคุณต้องไร้รังแคอย่างแน่นอน

ที่มา>>>sanook