คุมตัวหัวหน้าแก๊งจีนปล้นปืนวังบูรพา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

 * 
คุมตัวหัวหน้าแก๊งจีนปล้นปืนวังบูรพา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ *

แก๊งจีนปล้นปืนวังบูรพา แก๊งจีนปล้นปืนวังบูรพา แก๊งจีนปล้นปืนวังบูรพา

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายเจิ้ง หยาง หัวหน้าแก๊งปล้นปืนวังบูรพา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ด้านนายซูซู คนจีนภูเก็ต ทำหน้าที่ขายซิมการ์ดให้ คาดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนนี้

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2559 พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ นำตัวนายเจิ้ง หยาง สัญชาติจีน หัวหน้าแก๊งปล้นปืน ร้านจำหน่ายปืน ย่านวังบูรพา เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหาปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ, พยายามฆ่า, พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, และครอบครองวิทยุสื่อสารคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยจุดแรกเริ่มที่พิชชี่ เกสท์เฮ้าส์ ย่านถนนพระอาทิตย์ ที่พักของนายเจิ้ง หยาง และพวกที่ก่อเหตุ โดยทั้งหมดพากันมาเช็กอินวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังเดินทางมาจากประเทศจีน และ เช็กเอาท์ วันที่ 2 มีนาคม ก่อนวันเดียวกันจะย้ายไป เช็คอินที่ จุดที่สอง แฮปปีโอ เกสต์เฮาส์ ในย่านเดียวกัน โดยเปิดห้องพัก 2 คน และเช็กอินวันเดียวกันที่จุดที่สาม โฟร์ซันวิลเลจ พัก 3 คน ก่อนทั้งหมดจะออกจากที่พักในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ

จุดที่สี่ ซอยศิริพัฒน์ ใกล้กับสวนรมณีนาถ นายเจิ้ง หยาง นำรถจักรยานยนต์มาจอดทิ้งไว้ เย็นวันที่ 3 มีนาคม ก่อนเกิดเหตุ เพื่อดูลาดเลา และให้พวกที่เหลือนำป้ายทะเบียนรถมาสับเปลี่ยนเพื่อนำไปก่อเหตุ

จุดที่ห้า อาคารภายในโครงการสามยอดพลาซ่า ย่านวังบูรพา ใกล้กับห้างหุ้นส่วนจำกัดอินเตอร์อาร์ม จุดเกิดเหตุเป็นที่ที่นายเจิ้ง หยาง สั่งการผ่านวิทยุสื่อสารให้ก่อเหตุ

จุดที่หก บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งเป็นจุดที่นำวิทยุสื่อสารไปทิ้ง

จุดที่เจ็ด คือ บริเวณภายในสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งเป็นจุดที่นายเจิ้ง หยาง หลบหนีไปขึ้นรถไฟ เพื่อเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ และจุดที่ 8 คือที่โรงพยาบาลตากสิน จุดนัดพบหลังก่อเหตุ

ด้านพลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่านายเจิ้ง หยาง สารภาพว่าเป็นผู้สั่งการให้ก่อเหตุจริง โดยประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ และจะต้องทำการตรวจสอบอย่างแน่ชัด พร้อมยืนยันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองและความมั่นคง และเตรียมประสานทางสถานทูตจีนเพื่อขอข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มคนร้าย เบื้องต้นคาดว่าไม่ใช่มืออาชีพ

ขณะที่ นายซู ซู ผู้ต้องสงสัยอาจร่วมขบวนการ ที่ถูกตำรวจควบคุมตัวได้ในจังหวัดภูเก็ต ทราบว่าเป็นผู้ประกอบกิจการธุรกิจท่องเที่ยว อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว ซึ่งได้มีการขายซิมโทรศัพท์ให้กับกลุ่มคนร้ายเท่านั้น และยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าเกี่ยวข้อง ซึ่งจะไม่มีการนำตัวมาที่กรุงเทพฯ แต่อย่างใด และได้มีการปล่อยตัวไปแล้วด้วย เบื้องต้นไม่พบคนไทยเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ตำรวจ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว สามารถจับกุมตัวนายเจิ้ง หยาง ได้ที่สถานีรถไฟในอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะเดินทางหลบหนีไปยังจังหวัดเชียงใหม่ โดยขบวนรถนอน กรุงเทพ-เชียงใหม่ เพื่อเตรียมหลบหนีต่อไปยังนอกประเทศ ผ่านทางชายแดนภาคเหนือ

ทีมสหวิชาชีพชี้ ครอบครัวน้องไอดินไม่มีความพร้อมในการรับตัวเด็ก

 * ทีมสหวิชาชีพชี้ ครอบครัวน้องไอดินไม่มีความพร้อมในการรับตัวเด็ก *

คนรับเลี้ยงน้องไอดิน

ทีมสหวิชาชีพลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัว น้องไอดิน พบไม่มีความพร้อมในการเลี้ยงน้องไอดิน เตรียมประสานส่งตัวเด็กไปสถานสงเคราะห์หลังหายดีแล้ว

จากกรณีของ น้องไอดิน ทารกซึ่งถูกแม่แท้ ๆ แทง 14 แผลและถูกฝังทั้งเป็น ซึ่งขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยทารกแรกเกิด โรงพยาบาลขอนแก่น โดยทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น จะประสานงานไปยังทีมสหวิชาชีพจังหวัดขอนแก่น ให้ลงไปหาข้อมูลครอบครัวของเด็ก เพื่อประเมินว่าจะเลี้ยงน้องได้หรือไม่นั้น

ล่าสุด (2 มีนาคม 2559) นางอภิญญา ก้อยทอง หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ระบุว่า ทีมสหวิชาชีพได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ต้องหาที่บ้านใหม่มาแล้ว ซึ่งเมื่อพิจารณาความเป็นอยู่ในครอบครัวของน้องไอดิน พบว่าไม่พร้อมในทุก ๆ ด้าน เนื่องจากทราบว่าพ่อ-แม่ของน้องมีหนี้สินรุงรัง ที่ผ่านมาพี่ชายของน้องไอดินก็มีเพียงคุณยายเลี้ยงดู ฉะนั้นเมื่อมีเหตุการณ์ของน้องไอดินเกิดขึ้น ทุกฝ่ายจึงลงความเห็นว่าทางครอบครัวไม่มีความพร้อมจะรับน้องไอดินมาเลี้ยงดู

อ่านเพิ่มเติม ทีมสหวิชาชีพชี้ ครอบครัวน้องไอดินไม่มีความพร้อมในการรับตัวเด็ก

ภัยแล้งส่อวิกฤตหนัก พบสถานการณ์ 4 เขื่อนหลัก เหลือน้ำใช้ได้ 16%

 * ภัยแล้งส่อวิกฤตหนัก พบสถานการณ์ 4 เขื่อนหลัก เหลือน้ำใช้ได้ 16% *

วิกฤตภัยแล้ง 2559

สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักวิกฤตหนัก เหลือน้ำใช้ได้ 16% พบระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองหลายพื้นที่เริ่มแห้งขอด กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมส่งเครื่องบินทำฝนหลวงเพิ่มน้ำในเขื่อน รับมือภัยแล้ง

วันที่ 2 มีนาคม 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 นำเสนอข่าวภัยแล้ง ว่า ทางกรมชลประทาน เปิดเผยปริมาณน้ำภายใน 4 เขื่อนหลัก โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เขื่อนภูมิพล

มีปริมาณน้ำอยู่ 4,611 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่เป็นน้ำที่สามารถใช้การได้ 811 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพียง 8%

เขื่อนสิริกิติ์

มีปริมาณน้ำอยู่ 4,309 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เป็นน้ำที่สามารถใช้การได้ 1,459 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพียง 22%

เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน

มีปริมาณน้ำอยู่ 333 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เป็นน้ำที่สามารถใช้การได้ 290 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพียง 32%

เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน

มีปริมาณน้ำอยู่ 388 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เป็นน้ำที่สามารถใช้การได้ 385 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพียง 40% และมีปริมาณน้ำ

และเมื่อรวมทั้ง 4 เขื่อน พบว่า มีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,945 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพียง 16% เท่านั้น ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้แม่น้ำลำคลองในหลายพื้นที่เริ่มแห้งขอด ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมส่งเครื่องบินทำฝนหลวง ใน 9 จังหวัด เพิ่มต้นทุนน้ำในเขื่อน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก

เตือนระวัง ! พบหมึกวงน้ำเงินพิษร้ายแรงที่สุดในโลก ขายในตลาดนัด

 * เตือนระวัง ! พบหมึกวงน้ำเงินพิษร้ายแรงที่สุดในโลก ขายในตลาดนัด *

หมึกวงน้ำเงิน

เตือนประชาชนระวัง พบหมึกวงน้ำเงินพิษร้ายแรงที่สุดในโลก ขายอยู่ในตลาดนัดปนหมึกทั่วไป ชาวบ้านหวิดทำกิน แต่เอะใจก่อน

ก่อนหน้านี้เพิ่งมีการพบ หมึกวงน้ำเงินซึ่งมีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก วางขายปนอาหารสดห้างดัง ล่าสุด วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 เฟซบุ๊ก นายโอ๋ พรชัย ได้โพสต์ภาพหมึกตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายหมึกวงน้ำเงิน พร้อมระบุว่า “พบหมึกลักษณะคล้ายหมึกวงน้ำเงินที่มีพิษร้ายแรง ชาวบ้านซื้อมาจากตลาดนัดวันอาทิตย์กำลังจะทำกิน แต่เอะใจ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบ”

ก่อนจะอัพเดทเพิ่มเติมว่าเจ้าหน้าที่ประมงยืนยันข้อมูลว่าเป็นหมึกวงน้ำเงินที่มีพิษจริงส่วนข้อมูลอย่างละเอียดจะแจ้งให้ทราบต่อไป ทั้งนี้พบว่า ชาวบ้านที่ซื้อหมึกวงน้ำเงินซื้อมาจากตลาดนัดแถวบ้านพักใน อ.กระบุรี จ.ระนอง

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก นายโอ๋ พรชัย

มิ้น วริษา Let Me In Thailand คนที่ 7 จากสาวหน้าหักรักคุด สู่คนสวยเลือกได้

 * มิ้น วริษา Let Me In Thailand คนที่ 7 จากสาวหน้าหักรักคุด สู่คนสวยเลือกได้ *

Let Me In Thailand คนที่ 7

มิ้น วริษา แซ่เตียว Let Me In Thailand คนที่ 7 จากสาวหน้าหักรักคุด ที่เคยถูกล้อว่าแม่มด เปลี่ยนเป็นสาวจิ้มลิ้มน่ารัก กับชีวิตใหม่ในแบบสวยเลือกได้

หลังจากที่ได้ช่วยให้สาว ๆ ผู้มีปัญหาด้านร่างกายได้พลิกชีวิตใหม่กันไปแล้วถึง 6 คน ก็ถึงเวลาที่รายการ Let Me In Thailand ศัลยกรรมพลิกชีวิต จะเปิดตัวสาว Let Me In Thailand คนที่ 7 กันแล้ว นั่นก็คือ มิ้น วริษา แซ่เตียว สาวบุรีรัมย์ ผู้มากับโจทย์ สาวหน้าหักกับรักที่ผิดหวัง ซึ่งที่ผ่านมาเธอต้องพบกับความลำบากในการใช้ชีวิตและได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างมาก กับสภาพโครงหน้าที่หักงอราวพระจันทร์เสี้ยว จนทำให้ถูกเพื่อนล้อว่าเป็น “แม่มด” มาตั้งแต่เด็ก ขนาดเดินตลาดก็ถูกล้อ ทำให้เธออายจนไม่กล้าที่จะมัดผมรวบขึ้น ต้องปล่อยยาวเพื่อปิดใบหน้าด้านข้าง ทั้งยังทำให้เธอไม่กล้าเดินนำหน้าเพื่อน ๆ จากความอายในใบหน้าของตัวเอง

มิ้น ต้องทนรับต่อคำพูดของคนรอบตัว ที่มองว่าใบหน้าของเธอดูไม่คล้ายพี่น้องเลย สวยไม่เท่าพี่สาว และที่ทำให้เธอเจ็บช้ำที่สุด ก็คือการถูกแฟนเก่าหลอกให้รัก ซึ่งแรก ๆ เขาก็ดีกับเธอมากจนเธอเชื่อใจ ก่อนจะเริ่มทำร้ายเธอในที่สุด เมื่อเขาไม่เคยคิดจะรักเธอเลย

อ่านเพิ่มเติม มิ้น วริษา Let Me In Thailand คนที่ 7 จากสาวหน้าหักรักคุด สู่คนสวยเลือกได้

พบตัวแล้ว หญิงชาวอังกฤษที่หายตัวไป แต่หนีเจ้าหน้าที่-ขอคุยแค่ผู้หญิง

 * พบตัวแล้ว หญิงชาวอังกฤษที่หายตัวไป แต่หนีเจ้าหน้าที่-ขอคุยแค่ผู้หญิง *

หญิงชาวอังกฤษที่หายตัวไป

พบตัวแล้ว ! หญิงชาวอังกฤษที่หายตัวไป ที่ญาติประกาศตามหาสนั่นโซเชียล ระบุตอนเจอตัวหนีเจ้าหน้าที่ บอกไม่ต้องการความช่วยเหลือ และขอคุยแค่เจ้าหน้าที่ผู้หญิง เผยเจอนั่งเล่นเฟซบุ๊กที่ร้านกาแฟ เตรียมประสานตัวญาติมารับตัว

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้โพสต์ข้อความตามหา หญิงสาวชาวอังกฤษอายุประมาณ 25 ปี นามว่า “เกรส เทรลเลอร์” ซึ่งครอบครัวของเธอได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ระบุว่า เกรสได้บอกกับพวกเราว่าเขาหวาดกลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย และต้องการเดินทางกลับบ้าน จึงได้จองเที่ยวบินจากสนามบินกระบี่เพื่อกลับบ้าน แต่ระหว่างเดินทางจากอ่าวนางไปสนามบินกระบี่ เธอก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ครอบครัวประกาศไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวให้ช่วยกันตามหาเพื่อพาตัวเธอกลับบ้าน

อย่างไรก็ดี ล่าสุด (23 กุมภาพันธ์ 2559) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระบี่ ก็ได้ออกติดตามตัวตั้งแต่ช่วงเช้า จนเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ก็พบกับ เกรส เทรลเลอร์ นั่งเล่นเฟซบุ๊กอยู่ที่ร้านกาแฟ ภายในอาคารรับรองผู้โดยสารท่าอากาศยานกระบี่ โดยมีกระเป๋าเป้ติดหลัง 1 ใบ และถุงหิ้ว 1 ใบ วางอยู่ข้างตัว และเมื่อเจ้าหน้าที่เดินไปสอบถาม เกรสกลับปฏิเสธและเดินหนีไปที่หน้าอาคารรับรองผู้โดยสาร ก่อนที่จะเป่านกหวีดเสียงดังลั่น ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก

อ่านเพิ่มเติม พบตัวแล้ว หญิงชาวอังกฤษที่หายตัวไป แต่หนีเจ้าหน้าที่-ขอคุยแค่ผู้หญิง

ไขปริศนา เหตุดีเจฟ้า ผูกคอตาย

 * ไขปริศนา เหตุดีเจฟ้า ผูกคอตาย *

ดเหตุดีเจฟ้า ผูกคอตาย

ตำรวจคาดปมเสียชีวิต ดีเจฟ้า ผูกคอตาย เกิดจากความน้อยใจแฟนทอมไม่ไปหา ญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย พร้อมนำศพประกอบพิธีทางศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 ร.ต.ท. อิสระพงษ์ ผาผาย พงส.สน.โชคชัย เปิดเผยว่า ในเวลา 11.00 น. ของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้หญิงผูกคอเสียชีวิตภายในแมนชั่นแห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าววังหิน 33 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. ตนจึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

โดยในที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.เหมือนฝัน อายุ 22 ปี หรือดีเจฟ้า อาชีพดีเจเปิดเพลงตามสถานบันเทิง ใช้ผ้าผูกคอแขวนกับราวตากผ้าหันหน้าออกไปด้านนอกระเบียง สวมชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาว สวมกางเกงยีนส์ขายาว คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำว่า 5 ชั่วโมง

จากการตรวจสอบภายในห้องเจ้าหน้าที่พบจดหมายลาตายเขียนด้วยกระดาษความยาว 1 แผ่น วางอยุ่บนพื้นห้อง ระบุว่า เธอได้ตัดสินใจผูกคอตาย อันเนื่องมาจากปัญหาชีวิตส่วนตัว และมีการพบจดหมายที่เจ้าตัวเขียนถึงพ่อแม่บรรยายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าในขณะที่ทุกคนอ่านจดหมายฉบับนี้เธอคงไม่อยู่แล้ว และพบกระป๋องเบียร์ที่ถูกเปิดดื่มหมดแล้ว 2 กระป๋อง

อ่านเพิ่มเติม ไขปริศนา เหตุดีเจฟ้า ผูกคอตาย

ศาลสั่ง แอปเปิล ช่วยปลดล็อก iPhone 5c ของมือปืนกราดยิง 14 ศพ

 * ศาลสั่ง แอปเปิล ช่วยปลดล็อก iPhone 5c ของมือปืนกราดยิง 14 ศพ *

ปลดล็อก iPhone 5c

ศาลสหรัฐฯ สั่ง แอปเปิล ยอมร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐบาล ช่วยปลดล็อก iPhone 5c ของ ไซเอ็ด ฟารุค หนึ่งในผู้ก่อเหตุกราดยิง 14 ศพ เมื่อปลายปีที่แล้ว หลังเจ้าหน้าที่ปลดล็อกไม่สำเร็จ

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 เว็บไซต์เอ็นบีซีนิวส์ มีรายงานว่า ผู้พิพากษาจากศาลรัฐบาลกลาง ได้มีคำสั่งให้ แอปเปิล ยอมร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สืบสวนเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส บน iPhone 5c ของ ไซเอ็ด ฟารุค หนึ่งในมือสังหารผู้ก่อเหตุกราดยิง 14 ศพ ที่ศูนย์ชุมชนซาน เบอนาร์ดิโน ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งจะช่วยให้การสืบสวนคดีดังกล่าวมีความคืบหน้าขึ้น

รายงานเปิดเผยว่า สำนักงานอัยการสหรัฐฯ ในลอสแอนเจลิส เป็นผู้ยื่นหนังสือขอให้ออกคำสั่งดังกล่าว หลังเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลซึ่งถูกเข้ารหัสใน iPhone 5c เครื่องดังกล่าวได้ แต่แอปเปิลซึ่งมีวิธีการพิเศษทางเทคนิคเพื่อเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว กลับปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือโดยความสมัครใจ ดังนั้นด้วยคำสั่งนี้ แอปเปิลจะต้องมอบความช่วยเหลือด้านเทคนิคที่เหมาะสม ในการช่วยเจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ว่า มีใครที่สื่อสารกับมือปืน หรือช่วยวางแผนก่อเหตุ ตลอดจนมือปืนเดินทางไปไหนมาบ้างก่อนก่อเหตุ

อ่านเพิ่มเติม ศาลสั่ง แอปเปิล ช่วยปลดล็อก iPhone 5c ของมือปืนกราดยิง 14 ศพ

แตกตื่น ชาวบ้านพะเยาเจอน้ำผุดเหนือฝาย-จุดไฟติดลุกพรึ่บ

 * แตกตื่น ชาวบ้านพะเยาเจอน้ำผุดเหนือฝาย-จุดไฟติดลุกพรึ่บ *

ชาวบ้านพะเยาเจอน้ำผุดเหนือฝาย

ชาวบ้านพะเยา พบน้ำผุดเหนือฝาย ลองใช้ไฟแช็กจุด เกิดไฟลุกพรึ่บ คาดเป็นก๊าซธรรมชาติที่เกิดจากการทับถมกันของซากพืชซากสัตว์

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า ที่ลำน้ำเหนือผิวน้ำหน้าฝายวังจัน ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา ได้เกิดมีน้ำผุดขึ้นมา เมื่อชาวบ้านได้ลองเอาไฟแช็กไปจุดที่บริเวณดังกล่าวก็พบว่ามีไฟลุกขึ้นมาทันที

โดยนายเสกสรรค์ ใจกว้าง ชาวบ้านที่พบเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนได้พบเห็นน้ำผุดอยู่บริเวณนี้เป็นประจำและเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาตนก็ได้ลองนำไม้ไผ่ไปแหย่ที่ผิวน้ำ ก็พบว่ามีน้ำผุดขึ้นมาเป็นฟองกระจายพร้อมกับมีน้ำขุ่นข้นผุดขึ้นมา จึงลองใช้ไฟแช็กจุดดูก็เกิดไฟลุกอย่างน่าประหลาดใจเหมือนมีก๊าซธรรมชาติอยู่ภายในน้ำดังก่าว จึงรีบแจ้งผู้นำชุมชนให้เข้ามาพิสูจน์

เวลาต่อมา นายศรายุทธ แก้ววิเชียร พลังงานจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายจรัญ กาญจนปัญญานนท์ นายอำเภอปง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว โดยระบุว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวน่าจะมาจากก๊าซชีวภาพที่มีการทับถมกันของซากพืชซากสัตว์ที่จมอยู่ใต้น้ำ ทั้งนี้จะประสานไปยังผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาทำการพิสูจน์ผลให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง ในขณะนี้ขอให้ชาวบ้านอย่าได้นำไฟมาจุดบริเวณดังกล่าว เพราะอาจจะเป็นอันตรายได้

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร