สุดแค้นเพื่อนแอบเป็นกิ๊กกับแฟน หนุ่มคว้าปืนยิงไม่ยั้งดับสยองคาร้านอาหาร

 เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. พ.ต.ท.ปิยพงษ์ วงศ์เกตุใจ สารวัตร (สอบสวน) สภ.บานโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในร้านอาหาร ริมถนนสายโคกสูง-ไผ่สามเกาะ หมู่ที่ 2 บ้านสระสี่มุม ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก. พ.ต.ท.สรายุทธ บุรีวชิระ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สุภาชัย สูงทรัพย์ไพศาล สว.สส. กำลังชุดสืบสวน และมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากยืนมุงอยู่โดยรอบร้านผัดไทย พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบริเวณภายในร้านข้างโต๊ะม้าหิน พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมา นายสมพร หรือ ต้น ชื่นขำ อายุ 23 ปี บ้านอยู่หมู่ที่ 5 ต.เขาขลุง ในสภาพถูกยิงเข้าที่มือ ลำตัว และต้นขา รวม 7 นัด ห่างออกไปพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 8 ปลอก และหัวกระสุนอีกจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่าคือนายไกรวิช หรือ เต๋า แก้วบรรจงกิจ อายุ 23 ปี บ้านอยู่หมู่ที่ 8 บ้านโคกสูง ต.หนองปลาหมอ ซึ่งหลังก่อเหตุหลบหนีไป สอบสวนทราบว่า นายสมพรทำงานเป็นพนักงานโรงงานเซรามิกแห่งหนึ่ง ซึ่งในวันนี้หยุดงาน จึงมานั่งอยู่ภายในร้านดังกล่าวซึ่งเป็นร้านของเพื่อน ต่อมาประมาณ 10 นาที ขณะที่นายสมพรกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่นั่น นายไกรวิชเดินเข้ามาหาพร้อมกับอาวุธปืน จากนั้นเอ่ยปากถามว่า “อยากจะมีเรื่องเหรอ อยากตายใช่มั๊ย” นายสมพรจึงตอบกลับไปว่า “ไม่อยากมี” ทันใดนั้น นายไกรวิชก็ยกปืนขึ้นมาแล้วกระหน่ำยิงใส่นายสมพรไม่ยั้ง จนนายสมพรล้มลงกับพื้นเสียชีวิต จากนั้น นายไกรวิชก็หลบหนีไป ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า ปมสังหารในครั้งนี้เกิดจากเหตุชู้สาว เนื่องจากนายสมพร และนายไกรวิช รู้จักกันตั้งแต่สมัยถูกจับอยู่ในเรือนจำ ต่อมานายสมพรพ้นโทษออกมาเมื่อ 2 ปีก่อน แต่กลับเข้ามาพัวพันอยู่กับแฟนสาวของนายไกรวิช จนกระทั่งนายไกรวิชพ้นโทษเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แล้วทราบข่าวถึงความสัมพันธ์ของคนทั้ง 2 จึงสร้างความเจ็บแค้นใจที่ถูกเพื่อนหักหลัง กระทั่งทนไม่ไหว ตัดสินใจพกปืนเดินเข้าไปเหนี่ยวไกสังหารระบายความแค้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งทีมสืบสวนเร่งออกตามล่าตัวนายไกรวิชตามสถานที่ต่างๆ ที่คาดว่าจะหลบหนี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มเจ้าของร้านคอมฯสมุทรสาครถูกฆ่าถุงดำคลุมหัวดับสยอง!

เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น.ของวันที่ 26 มิ.ย. ร.ต.อ.รุ่งเรือง เฮ้งฮู้ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกฆาตรกรรมเสียชีวิตภายในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น เลขที่ 1400/92  ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร รักษาการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พ.ต.อ.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.สถิตย์ คงเนียม รองผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.พงษ์ศิริ เก่งนอก รองผกก.สส.สภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร โดยอาคารที่เกิดเหตุเป็นร้านขายและรับซ่อมคอมพิวเตอร์ ภายในพบศพเป็นชายนอนหงาย ศีรษะถูกคลุมด้วยถุงใส่ขยะสีดำแล้วรัดด้วยเชือกอย่างแน่นพิงกับกระจกใกล้ประตูทางเข้าออก ที่ข้อมือถูกเชือกฟางมัดไพล่หลัง และเท้าถูกสายไฟสีดำมัดเอาไว้ ร่างกายเริ่มเขียวคล้ำ ไม่มีบาดแผลอื่นใด ขณะที่ภายในห้องก็ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือ นายเลิศชัย สุขประเสริฐศิลป์ อายุ 43 ปี  ใกล้กันพบกระเป๋าเงินของผู้ตายถูกรื้อค้นมีบัตรเอทีเอ็มหายไป  2 ใบ ส่วนข้าวของภายในร้านและที่ลิ้นชักก็ถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย  จากการสอบถามนายธงชัย สุขประเสริฐศิลป์ อายุ 47 ปี พี่ชายของผู้ตาย ให้การในเบื้องต้นว่า นายเลิศชัยนั้นมาเช่าอาคารพาณิชย์หลังนี้ เปิดเป็นร้านคอมพิวเตอร์และรับติดตั้งซ่อมคอมพิวเตอร์ โดยปกติทุกวันน้องชายจะมาเปิดร้านเวลาประมาณ 13.00 น. แล้วก็จะปิดร้านกลับไปนอนบ้านทุกคืนเวลา 20.00 – 21.00 น. โดยน้องชายจะไม่ค่อยออกไปไหนมาไหน จะไปเฉพาะเวลาที่มีลูกค้าเรียกไปเท่านั้น แต่ก็จะมีคนพาไปเพราะน้องชายขับรถไม่เป็น โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาประมาณ 22.00น. ตนไม่เห็นน้องชายกลับมาบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดสังเกตมาก จึงขับรถมาดูที่หน้าร้าน ก็เห็นว่าประตูร้านปิดสนิทไม่มีใครอยู่ จึงไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าไปทำงานบ้านลูกค้า กระทั่งในช่วงเช้าน้องชายก็ยังไม่กลับเข้าบ้าน จึงได้ขับรถมาที่ร้านคอมพ์อีกครั้ง ประตูก็ยังปิดเหมือนเดิม เมื่อลองมองเข้าไปในร้านตามช่องเล็กๆ ของบานประตู ก็เห็นปลายเท้าน้องชายนอนอยู่กับพื้น จึงได้รีบไปลองดึงประตูขึ้น ซึ่งก็ปรากฏว่าไม่ได้ล๊อคอะไรไว้เลย เมื่อเปิดเข้าไปเห็นน้องชายถูกฆาตกรรมเสียชีวิต จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ส่วนสาเหตุนั้นตนเองก็ยังไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร เพราะน้องชายเป็นคนดี ก็ไม่เคยไปมีเรื่อง หรือมีปัญหากับใคร อีกทั้งยังไม่มีหนี้สินอันเนื่องมาจากการพนันใดๆ ทั้งสิ้น จึงไม่น่าจะเป็นสาเหตุของการฆาตรกรรมที่โหดร้ายเช่นนี้ได้

ส่วนทางด้านของ พ.ต.อ.ทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ก็กล่าวว่า เบื้องต้นคาดคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และเข้ามาเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ผู้ตายพยายามขัดขืนเลยถูกทำร้ายจนเสียชีวิต โดยจะเร่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งภายในร้าน จุดใกล้ที่เกิดเหตุและละแวกใกล้เคียงเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนิน การโดยเร็วที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

สังคมอยู่ยาก!! วีออสดำปาดหน้า ก่อนชักปืนขู่กลางถนน หนุ่มวอนหาตัว (คลิป)

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก Hiran Phaiaran ได้โพสต์คลิปโดยระบุว่า “วีออส ปาดหน้า เปลี่ยนเลนส์ ยกปืนขู่” พร้อมระบุว่า เมื่อประมาณ 7 โมงเช้า วันที่ 23/06/59 แถวๆ (ขนส่งชลบุรี) จังหวัดชลบุรี ขับรถมาดีๆ จู่ๆ มีวีออสสีเข้มไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน  ขับรถเบียดปาดหน้า เพื่อเปลี่ยนเลนส์ แถมมียกปืนขู่อีก นี่บ้านเรา เมืองเรา ป่าเถื่อนขนาดนี้เชียวหรือ ท่านเจ้าหน้าที่บ้านเมืองช่วยด้วยครับ สังคมไทยอยู่ยากขึ้นทุกวัน ขับรถมาดีๆ ก็เกือบสิ้นชีวี ซะงั้น”


โดยจากภาพดังกล่าวเห็นว่า ผู้โพสต์คลิปดังกล่าว ได้ขับอยู่เลนกลางก่อนที่จะมีรถสีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนพยายามแทรกเข้ามาเลนกลาง จนผู้โพสต์คลิปต้องเบี่ยงไปเลนซ้ายสุด จากนั้น ก็มีการกระพริบไฟใส่ ทำให้รถสีดำได้เปิดกระจกและนำปืนออกมาขู่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้รับทราบและกำลังออกตามหารถคันดังกล่าวแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

โอ้โห! ตัวเงินตัวทองไต่หน้าต่างบ้าน…ยังกับจิ้งจกเลย เจ้าของบ้านตั้งชื่อให้ด้วย

ภาพนี้โพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ค  Kwanjai Chaichankul   ระบุว่า “นี่ตัวอยู่หอจ้า แม่ถ่ายรูปส่งมาให้ บ้านเราก็ตามเทรนด์เหมือนกันนะเนี่ย… นี่ถ้าอยู่บ้านเองคงกรี๊ดบ้านแตก พ่อตั้งชื่อให่เค้าว่า สมศักดิ์ 5555555555555555555 บางทีหนูต้องรู้ว่าหนูไม่ใช่จิ้งจกนะลูก”

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรอีโต้!! บุกร้านสะดวกซื้อ จี้พนักงานสาวให้อยู่เฉยๆ-ได้เงินพันกว่าบาท

 เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. ร.ต.ท.ชาญชล พรมชนะ รองสว.(สอบสวน) สภ.คูคต ได้รับแจ้งมีคนร้ายถือมีดบุกเข้าไปจี้พนักงานในร้านแฟมิลี่มาร์ท ม.18 สาขาลำลูกกาที่ 27 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมนำเงินไปได้ จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง ที่เกิดเหตุพบ 2 สาว พนักงานของร้านยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ โดยบอกว่า ขณะที่ตนเองจัดของอยู่ในร้าน ได้มีคนร้ายเป็นชายลักษณะสูง สวมหมวกคลุมหัว สวมปลอกแขนสีเทา ถือมีดอีโต้เดินเข้ามาในร้าน และบอกว่า ให้ตนอยู่เฉยๆ และคนร้ายจึงได้เดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์ที่ 2 เปิดหยิบเงินไปพันกว่าบาท จากนั้นคนร้ายก็ได้เดินออกไปจากร้านและหลบหนีไป โดยตนไม่รู้ว่าคนร้ายขับรถจักรยานยนต์มาด้วยหรือเปล่า เพราะอยู่ในอาการตกใจ พร้อมกับโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุ จะได้ดูกล้องวงจรปิด เพื่อตามจับคนร้ายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ทหารนำกำลังช่วยชาวบ้านน้ำท่วมขังซอยรามอินทรา 34 ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ-จัดรถรับส่ง

จากกรณีเหตุน้ำท่วมภายในหมู่บ้านทองสถิตย์ ซอยรามอินทรา 34 แยก 20 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. เนื่องจากก่อนหน้านี้มีฝนตกหนักตลอดคืนโดยภายในหมู่บ้านมีน้ำท่วมสูงเหนือหัวเข่าขึ้นไปจนถึงระดับเอวจนสูงถึงระดับ 1.2 เมตร สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่บ้านดังกล่าวเจ้าหน้าที่ทหารร.1 พัน 2 รอ.และร.11 พัน 2 รอ. นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลืออำนวยความสะดวกรับ-ส่งประชาชนในการเข้าออกหมู่บ้าน โดยมีการใช้เรือในซอยที่มีน้ำท่วมขังสูง และรถบรรทุกทหารวิ่งรับ-ส่งจนถึงปากซอย พร้อมทั้งนำน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้งแจกจ่ายให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน ขณะเดียวกันมีเจ้าหน้าที่พยาบาลจากศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขน ลงพื้นที่ช่วยเหลือพยาบาลรักษาเบื้องต้นผู้ป่วย ผู้สูงอายุ พร้อมทั้งแจกจ่ายยากันน้ำกัดเท้า ผงเกลือแร่ ยาตะไคร้กันยุง และยาสามัญประจำบ้าน สำหรับระดับน้ำในวันนี้ พบว่ามีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในซอยลึกภายในหมู่บ้านดังกล่าว ที่เดิมเมื่อวานมีปริมาณน้ำที่สูงระดับหน้าอก ขณะที่วันนี้ลดลงในระดับต่ำกว่าเอว โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่สำนักระบายน้ำนำเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง มาเร่งสูบระบายน้ำออกจากหมู่บ้าน เพื่อให้ระดับน้ำลดลงจนสู่สภาวะปกติ คาดว่าจะสามารถระบายน้ำได้หมดภายใน 3 วัน ด้านนางกุลยา นามพันธุ์ หัวหน้าพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขน กล่าวว่า วันนี้นำเจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือด้านสุขลักษณะของประชาชน พร้อมทั้งดูแลรักษาผู้ป่วยให้กินอาหาร กินยาให้ตรงเวลา โดยเรื่องที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือผู้สูงอายุที่อยู่ภายในบ้านพัก ซึ่งอยากฝากเตือนให้ระวังลื่นล้มในพื้นที่น้ำเจิ่งนอง และความเครียดที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งมีประชานบางส่วนที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ภายในบ้านพักได้ย้ายออกไปนอนพักตามโรงแรมบางส่วนแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการสาธารณสุขจะเข้ามาช่วยเหลือรักษาทุกวันจนกว่า สถานการณ์น้ำท่วมจะดีขึ้น ขณะเดียวกันจากการสอบถามนายสุรัตน์ โดเปล อายุ 44 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 55/172 ซอย 6 หมู่บ้านทองสถิตย์ กล่าวว่า บ้านพักของตนเป็นบ้าน 2 ชั้น โดยเมื่อวานนี้มีน้ำท่วมสูงเข้ามาในบ้านที่ตนอาศัยอยู่ โดยตนและครอบครัวได้ช่วยกันย้ายของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถย้ายขนขึ้นไปเก็บไว้ที่ชั้น 2 ซึ่งหากน้ำลดลงคงต้องเปลี่ยนกระเบื้องปูพื้น และซ่อมรถที่จมน้ำอีกคาดว่าเสียหายเป็นแสนกว่าบาท

ที่มา>>>ข่าวสด

แตกตื่นอลหม่าน!! พบวัตถุคล้ายระเบิดกลางหอพักย่านบางบ่อ เจ้าหน้าที่เก็บกู้สุดระทึก

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือหน่วยอีโอดี เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด หลังถูกวางไว้ที่ริมประตูทางออกระเบียงของห้องพักเลขที่ 404 ชั้น 4 ของหอพักบ้านบดินทร์ เลขที่ 509 หมู่ที่ 1 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ สมุทรปราการ ปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพคนในหอพักกว่า 100 คน ให้ลงมาด้านล่างและอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยใช้ยางรถยนต์ 2 เส้นวางเป็นแนวกั้น พร้อมตัดสัญญาณมือถือในจุดเกิดเหตุทันทีเพื่อความปลอดภัย ใช้เวลา 30 นาที จึงเก็บกู้ได้สำเร็จ

ตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องปลอมแปลงขึ้นมา โดยใช้แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ต่อพ่วงกับสายไฟฟ้าและนาฬิกาปลุกตั้งเวลาปลุกไว้ จากการตรวจสอบโดยละเอียดไม่พบเชื้อวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝง สอบถามผู้ดูแลหอพักเล่าว่า ห้องพักดังกล่าวเป็นของนายเทพพนม อาคม อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงนายเอกราช ธาราโรจน์ อายุ 46 ปี คนขับรถแท็กซี่เสียชีวิตในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา โดยนายเทพพนมมาเช่าห้องพักแห่งนี้กับแฟนสาวนานแล้ว หลังจากที่ถูกจับก็ไม่มีใครเข้าไปในห้องพักอีกเลย กระทั่งช่วงค่ำวันเดียวกันนี้ เจ้าของหอพักใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไปเพื่อเก็บกวาด พบวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ส่วนสาเหตุสันนิษฐานว่า นายเทพพนมได้ประกอบทำขึ้นไว้ใช้ข่มขู่ผู้ใดผู้หนึ่ง และนำมาเก็บไว้ในห้องพัก กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ในคดีฆ่าผู้อื่น ทำให้ทิ้งวัตถุดังกล่าวไว้ในห้องพัก ก่อนที่จะมีคนมาพบเห็นและแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

ที่มา>>>ข่าวสด

พบภาพวาดสีฝุ่นเรื่องราว “พระเวสสันดรชาดก” อายุกว่า 100 ปี ถูกเก็บในพิพิธภัณฑ์วัดลี

 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พิพิธภัณฑ์เวียงผยาว หรือวัดลี เก็บรักษาภาพเขียนโบราณที่เขียน หรือวาดด้วยสีฝุ่น อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ไว้จำนวนมากกว่า 20 ภาพ เป็นภาพที่หาชมได้ยาก จึงทำให้ผู้ที่พบเห็นประทับใจ และบอกต่อกันจนมีคนเดินทางจากหลายพื้นที่เพื่อมาชมภาพวาดดังกล่าว ณ พิพิธภัณฑ์เวียงพยาว ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา พระครูอนุรักษ์บุรานันท์ เจ้าอาวาสวัดลี รองเจ้าคณะจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ภาพวาดดังกล่าวเป็นภาพโบราณที่คนเคยออกไปเที่ยวตามวัดในจังหวัดพะเยา พบว่าเป็นภาพที่มีคุณค่าทางศิลปะและสำคัญด้านประวัติศาสตร์ในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นภาพเกี่ยวกับมหาเวสสันดรชาดก ตำนานของพระพุทธเจ้า ภาพวิถีชีวิต เป็นต้น ทางพระสงฆ์ที่วัดที่ไปเยี่ยมได้มอบให้ ตนจึงนำมาเก็บรักษาไว้ จนเมื่อกรมศิลปากรและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และวัฒนธรรมจังหวัด เข้ามาเยี่ยมชมพร้อมกับนำภาพบางภาพไปอาบน้ำยา เพื่อเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้น แต่ก็มีภาพอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้อาบน้ำยา ซึ่งได้จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์เวียงพยาวแห่งนี้ รองเจ้าคณะจังหวัดพะเยา กล่าวต่อว่า ภาพวาดด้วยสีฝุ่นโบราณเหล่านี้มีอายุไม่น้อยกว่า 100 ปี ทั้งวาดด้วยสีฝุ่นและเขียนด้วยลายเส้น ตนนำมาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เวียงพยาว เพื่อให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้มาชม ศึกษาค้นคว้าทางพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับตำนานพระเวสสันดรชาดก ซึ่งบางภาพจัดให้ชมฟรีภายในพิพิธภัณฑ์ สำหรับภาพเขียนโบราณเหล่านี้มีหลายขนาดยาวตั้งแต่ 1-5 เมตร กว้าง 1-1.5 เมตร

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกจับคาบ้าน! หนุ่มปทุมฯขายปืนผ่านเฟซบุ๊กส่งนักศึกษาอาชีวะ อ้างหาเงินเลี้ยงลูกเมีย

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธิ์ รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และพ.ต.อ.อริยะ พันธุฟัก ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ แถลงผลจับกุมตัวนายพู่กัน หรือแป๊ะ สุทธินนท์พงษ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 251 ซอยรังสิตนครนายก 10 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาลักลอบผลิตและจำหน่ายอาวุธปืน (ดัดแปลง) โดยผิดกฎหมาย โดยภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมชุดสืบสวนจังหวัดปทุมธานี สืบทราบและขยายผลการจับกลุ่มนักเรียนอาชีวะที่ไล่ยิงกันที่หน้าเมเจอร์รังสิตจนทราบว่า นายพู่กันมีพฤติกรรมจำหน่ายและรับซ่อมดัดแปลงอาวุธปืนให้แก่วัยรุ่นทั่วไปโดยเฉพาะเด็กอาชีวะ จึงร่วมกันตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบนายพู่กัน จึงแสดงหมายค้น พบภายในบ้านเป็นแหล่งผลิตอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก โดยยึดของกลางได้ 1.อาวุธปืนเบาริ่ง FN1900 ขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 2.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก 3.อาวุธปืนคิงคอบบร้าขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 4.อาอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 5.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.22จำนวน 1 กระบอก 6.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก 7.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด.32 จำนวน 1 กระบอก 8.อาวุธปืนแก๊ป จำนวน 1 กระบอก และแม็กกาซีนอาวุธชนิดต่างๆจำนวนหนึ่ง พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ 29 นัด นอกจากนี้ยังมีเครื่องกลึง เครื่องเชื่อมไฟฟ้า สว่าน เครื่องครื่องเจียร์ ถังน้ำที่ใช้ทดสอบปืน 1 ใบ และอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตอาวุธปืนอีกหลายรายการ

นายพู่กันรับสารภาพว่า ทำอาวุธปืนขายนานแล้ว เพราะต้องเลี้ยงลูกเมียอยู่คนเดียว โดยจะขายตามเฟซบุ๊กพร้อมทั้งรับซ่อมอาวุธที่ลูกค้ามีปัญหา โดยเลือกขายให้เฉพาะผู้มีอายุเกิน 18 ปี ที่ผ่านมาขายอาวุธปืนปากกาไปแล้ว 10 กระบอก กระบอกละ 1,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อทำอาวุธปืนเสร็จจะนำมาลองยิงที่ถังน้ำโดยตนได้ดัดแปลงให้เป็นที่ลองอาวุธด้วยการใส่หนังสือพิมพ์และผ้าเพื่อเป็นที่เก็บเสียง   ภายหลังการสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหารับทำ ประกอบซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ มีหรือจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่และมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน โดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดี

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบแล้วมือปืน!! ยิงหนุ่มมาส่งสาว บอกตกใจเพื่อนตะโกน-โจ๋นับสิบถือมีดปรี่หา

 เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.อ.อนัน ชัยชาญ ผกก. พ.ต.ท.ฤกษ์ชัย แสงสว่าง รอง.ผกก.สส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ได้นำตัว นายอนิรุทธ์ รอดสุพรรณ อายุ 25 ปี อยู่หมู่ที่ 2 ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ขนาด.22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุนปืน รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นมีโอสีแดงดำ หมายเลขทะเบียน สวท 23 กทม. จำนวน 1 คัน

ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 59 เวลาประมาณ 00.30 น. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกัน และมีคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่แน่ชัด ยิงใส่กลุ่มของ นายทวีศิลป์ สุ่มพวง ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาขวา หลังจากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไป เหตุเกิดที่บริเวณถนนซอยวัดแหลม-แยกศาลาแดง หมู่ที่ 2 ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งต่อมา หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงนายทวีศิลป์ ได้รับบาดเจ็บ คือ นายอนิรุทธ์ หรือ ปิง รอดสุพรรณ

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่านายอนิรุทธ์ ได้ไปหลบหนีที่บ้านในซอยภาณุวงศ์ 4 หมู่ที่ 1 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ จึงได้รวบรวมหลักฐานขอออกหมายศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อทำการจับกุม พบนายอนิรุทธ์ อยู่ที่บ้านดังกล่าว ก่อนที่จะนำตัวไปชี้จุดและทำแผนประกอบคำสารภาพ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหานายอนิรุทธ์ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือที่ชุมชนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ขณะเดียวกันนายอนิรุทธ์ ได้อ้างว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ตนได้ดื่มกินกับเพื่อนๆ ที่หน้าบ้าน 7 คน โดยขณะที่ดื่มกินอยู่นั้น นายแบงค์ และ นายโซดา ได้ขี่จักรยานยนต์มาหาตน โดยที่นายแบงค์ได้บอกกับตนว่า มีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นที่สะพานข้ามคลอง บริเวณหมู่ที่ 6 ต.แหลมฟ้าผ่า จากนั้นนายแบงค์ และ นายโซดา ก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปทางปากซอย

สักครู่ก็มีกลุ่มวัยรุ่นขี่จักรยานยนต์นับสิบคัน พร้อมกับอาวุธมีดครบมือมาหาพวกตน โดยหนึ่งในจำนวนนั้นได้ตะโกนว่ากลุ่มนี้แหละ และเมื่อตนได้ยินเช่นนั้นเห็นเช่นนั้นจึงตกใจ เกรงว่าพวกตนจะถูกทำร้าย จึงได้ไปเอาปืนยิงขู่ไปที่พื้นถนน 1 นัด โดยที่ไม่คาดคิดว่ากระสุนปืนจะไปกระเด็นถูกนายทวีศิลป์จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด