หยุดแชร์ภาพ 3 สาวพี่น้องตกยาก สาวในภาพโพสต์ทั้งโกรธทั้งขำ พร้อมวอนช่วยทารกในภาพด้วย

จากกรณีที่แชร์กันในโลกออนไลน์เป็นภาพสาว 3 คน โดยคนกลางนั่งอุ้มทารกน้อยอยู่ในบ้านมุงสังกะสี แล้วระบุว่า “3 พี่น้องเดือดร้อนหนัก บ้านทรุดโทรม น้องคนเล็กถูกสามีทิ้ง พร้อมลูก 1 ต้องการคนอุปการะ วอนสังคมช่วย” จนมีคนเข้าไปแสดงความเห็นกับครื้นเครง ล่าสุดคุณ Pinijklang Patcharin ได้โพสต์ในเฟซบุ๊คว่า  เพื่อน Pz’x Aziiz ส่งมาให้ดู โอ้ยยยย กุจะโกรธก็อยากจะโกรธ ขำก็อยากจะขำ อิคนเอารูปไปลง ทำไม….อย่างนี้ อิสำเพ็ง อิลำใย ใครเจอคนคนโพสแท็กนี่ที แกล้งชาวบ้านเนี่ย Ploy Nittaya Narissara Limprasert และระบุว่า ต้นตออยู่นี่นะ ไปทำบุญกันมา ไหนๆแชร์รูปกันไปเยอะ น้องเจมส์ ยังต้องการนม กับแพมเพิสอีกเยอะนะคะ ใครสนใจร่วมบริจาค ตามที่อยู่ใต้รูปที่แชร์เลยค่ะ #ทำบุญกันดีกว่า #จะเสพอะไรก็ใช้วิจารณญานกันหน่อยนะคะ Ploy Nittaya Narissara Limprasert  เอานมแพมเพิสมาให้น้องเจมส์ น่าสงสารมากค่ะ น้องอาศัยอยู่กับตาและยายเป็นชาวมอญ พูดไทยไม่ได้ แม่คลอดมาได้ 5 วันแล้วทิ้งไปอยู่กับแฟนใหม่ ตอนนี้น้องได้ 10 วันแล้วค่ะ ตัวเล็กมาก
ปล** ตอนนี้ที่น้องยังต้องการ คือนม แพมเพิสไซต์เล็กและใหญ่ (เผื่อโต) และเงินจำนวนหนึ่งเพื่อไว้พาน้องไปโรงพยาบาล

สำหรับผู้ใจบุญ ที่ต้องการจะส่งของบริจาคมาให้น้องเจมส์ สามารถส่งได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้เลยค่า ** จิตติมา นามหาสุข หมู่บ้านอิ่มอัมพร 2 20/147 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ 10170

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อนนักท่องเที่ยวจับหอยเม่น หอยมือเสือ พื้นที่อุทยานเกาะช้าง ถ่ายรูปเล่น

นายจักรพรรดิ ตะเวทิกุล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ตราด เปิดเผยว่า ได้รับภาพถ่ายจากเจ้าเรือนำเที่ยวดำน้ำดูประการังชื่อ เพิ่มพูนทรัพย์ ที่เกาะยักษ์ ที่อยู่ในพื้นที่หมู่เกาะรัง ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ที่เป็นแหล่งดำน้ำดูประการังที่มีชื่อเสียงและรู้จักไปทั่วโลกที่ส่งมาหารือว่า จะมีการดำเนินการอย่างไรกับนักท่องเที่ยวหลังนักท่องเที่ยวชาวจีนนำหอยเม่น และหอยมือเสือใต้ทะเลขึ้นมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และนำมาอวดกันระหว่างนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะเป็นความผิด เพราะพรบ.อุทยานแห่งชาติ ได้มีข้อห้ามในเรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้ว จึงต้องการให้ทางอุทยานฯ เกาะช้างดำเนินการป้องกันและหากสามารถตักเตือนได้จะเป็นเรื่องดี ซึ่งได้ส่งภาพถ่ายไปให้รองผู้ว่าราชการ จ.ตราด เพื่อให้รับทราบในเรื่องนี้แล้วนายวีระ ขุนไชยรักษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เปิดเผยว่า ได้รับการประสานงานในเรื่องนี้แล้ว แต่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เนื่องไปราชการที่กรมฯจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากเป็นความจริงสามารถเอาผิดตามกฏหมายได้ โดยที่หอยมือเสือเป็นสัตว์สงวนที่ได้มีกำหนดไว้ในกฏหมายไว้แล้ว จึงสามารถดำเนินการได้ทันทีและหากมีหลักฐานชัดเจนจะแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดได้ อย่างไรก็ตาม โทษหรือความผิดมีแค่ปรับ ส่วนเรือนำเที่ยวจะมีโทษจากเบาไปหาหนัก เพราะเรือนำเที่ยวจะต้องขออนุญาติและต้องปฏิบัติตามระเบียบ เริ่มจากแจ้งเตือน ยึดใบอนุญาติ และการดำเนินคดี“แต่เรื่องที่นักท่องเที่ยวจะดำน้ำลงไปนำหอยมือเสือขึ้นมาเป็นเรื่องที่ยาก และต้องใช้เครื่องมือขุดจึงจะนำมาได้ และยังต้องดำน้ำลึกกว่า 2 เมตร ซึ่งภาพมีการตัดต่อหรือไม่ และมีการกลั่นแกล้งกันเองหรือไม่ หรือเป็นการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความเสียหายกับอุทยานฯเกาะช้างเพราะช่วงนี้มีการพิจารณาโยกย้าย เพราะผู้ประกอบการเกาะช้างอาจจะต้องการให้ผมย้ายออกไปก็ได้ เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีเรื่องการบุกรุกอุทยานฯที่ขณะนี้ มีหลายคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการ” นายวีระ กล่าว

ในส่วนของนายประธาน สุรกิจบวร รองผู้ว่าราชการจ.ตราด เปิดเผยว่า ได้ขอรับทราบรายละเอียดเรื่องนี้จากทางอำเภอเกาะช้างและทางอุทยานฯเกาะช้างเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจะได้ดำเนินการตักเตือน และสอบสวนเอาผิดหากดำเนินการได้ เพราะเป็นเรื่องของความเสียหายของรัฐ

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่ออำมหิต! ซ้อมลูกสาว 4 เดือนดับคาบ้าน โมโหร้องไห้เสียงดังตอนกำลังดูทีวี

เว็บไซต์ ฟ็อกซ์นิวส์ และ วอชิงตันโพสต์ ของสหรัฐอเมริกา รายงานวันที่ 18 ส.ค. ว่า ตำรวจจับกุม นายโครี มอร์ริส อายุ 21 ปี ข้อหาฆาตกรรม ด.ญ.เอเมอร์ซิน ลูกสาววัย 4 เดือน ในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา  ที่เกิดเหตุพบร่างของ ด.ญ.เอเมอร์ซิน นอนจมกองเลือด และมีคราบเลือดบนผนังและพื้นห้องนอนเด็ก ส่วนนายมอร์ริสมีคราบเลือดแห้งกรังติดเสื้อผ้า มือ และแขน โดยแขนขวามีอาการบวมเป่ง  จากการสอบสวนทราบว่า สองพ่อลูกอยู่บ้านด้วยกัน โดยภรรยาออกไปทำงานนอกบ้าน ก่อนเกิดเหตุ นายมอร์ริสกำลังดูโทรทัศน์ แต่ด.ญ.เอเมอร์ซินส่งเสียงรบกวน จึงอุ้มไปนั่งบนโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมในห้องนอนลูกสาว แต่ยังไม่หยุดร้องอีก นายมอร์ริสทนไม่ไหว จึงชกหน้าลูกสาว 15 ครั้ง และหน้าอกอีก 7 ครั้ง ก่อนใช้มือทั้งสองบีบหน้าอกลูกสาวจนเสียชีวิต

ด้านอัยการไมก์ ฟรีแมน กล่าวว่า นายมอร์ริสโทร.ไปหาแม่และภรรยาว่า ตนทำสิ่งเลวร้ายลงไป แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร โดยครอบครัวเผยว่า นายมอร์ริสอาจมีปัญหาสุขภาพจิต จำเป็นต้องเข้ารับการประเมินระหว่างการสอบสวนคดีนี้ เบื้องต้นค่าประกันตัวอยู่ที่ 2,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (69,320,000 บาท)

ที่มา>>>ข่าวสด

2 ป้าชาวจีนทะเลาะกันนาน 8 ชม.ไม่หยุด สุดท้ายเป็นลมพับ-สลบทั้งคู่

เพจ China Face รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดเหตุหญิงวัยกลางคน 2 คนสลบไม่ได้สติ ล้มพับอยู่หน้าร้านอาบน้ำแห่งหนึ่งในย่านการค้าเมืองอานคัง มณฑลส่านซี ประเทศจีน โดยคนหนึ่งอาเจียน และไม่สามารถควบคุมการขับถ่าย ชาวบ้านออกมามุงดูมาก พนักงานร้านอาบน้ำรีบแจ้งตำรวจ แล้วนำทั้ง 2 คนส่งโรงพยาบาลทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลเรื่องนี้เผยว่า ผู้หญิงทั้ง 2 คนเจอกันกลางทาง และเกิดทะเลาะกันเรื่องหนี้สิน โดยทะเลาะกัน 8 ชั่วโมงจนหมดแรงสลบทั้งคู่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุอีกว่า อากาศร้อนมาก ทั้งสองคนไม่ได้ดื่มน้ำหรือรับประทานอะไร แถมเครียดจนสังขารรับไม่ไหว จึงสลบ ตอนนี้ทั้ง 2 คนพ้นขีดอันตรายแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

อลหม่าน”เคเอฟซี”! รถบรรทุกประสบเหตุ ฝูงไก่หล่นตุ๊บหน้าร้าน-ตามจับวุ่น

เว็บไซต์ มิร์เรอร์ รายงานว่า ไก่เป็นจำนวนมากที่บรรทุกอยู่ตรงท้ายรถสิบล้อ จู่ๆก็ร่วงตกลงมาบริเวณหน้าร้านอาหารเคเอฟซี” ในเมืองบาร์คัส มาร์ส รัฐเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เป็นเหตุให้ไก่หลายตัวบาดเจ็บและเสียชีวิต  เจส คาร์เตอร์ นักมังสวิรัติ ผู้ถ่ายภาพได้กล่าวว่า มีไก่ตายและบาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างอยู่ในอาการช็อค  ขณะที่หลายคนต่างหัวเราะต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่มีใครเข้าช่วยเหลือ ไม่มีความเคารพต่อชีวิตไก่เลย ข่าวระบุว่า ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าไก่เหล่านี้มาจากไหน และจะเดินทางไปที่ใด ขณะที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ และช่วยเหลือจัดการไก่ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮีโร่!! ฝรั่งสุดกล้าหาญสติดีคว้าห่วงยางโดดช่วยนักท่องเที่ยวจมน้ำหาดแม่รำพึง

เกือบกลายเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำที่หาดแม่รำพึง จ.ระยอง ซึ่งถือเป็นหาดที่น้ำแรงและมักจะเกิดการดูดทำให้มีนักท่องเที่ยวจมน้ำอยู่เป็นประจำ โดยเรื่องดังกล่าวได้รับการแชร์ภาพกลุ่ม ปลวกแดงซิตี้ โดยมีภาพพร้อมระบุข้อความว่า “วันนี้เราพาครอบครัวไปเที่ยวหาดแม่รำพึง จ.ระยอง มีผู้ชาย 2 คนจมน้ำเพราะคลื่นแรงมาก เราตะโกเรียกคนให้ช่วยไม่มีใครสามารถช่วยได้ แต่มีพี่ต่างชาติเป็นฮีโร่โต้คลื่นเอาห่วงยางไปช่วยได้ทั้ง 2 คน ปลอดภัยดี” โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการแชร์ด้วยความชื่นชมที่ชาวต่างชาติมีสติและความกล้าหาญจนสามารถช่วยนักท่องเที่ยวไว้ได้ รวมทั้งยังถือเป็นอุทาหรณ์ในช่วงคลื่นลมแรงไม่ควรฝ่าฝืนคำเตือนและการประกาศห้ามไม่ให้ลงเล่นน้ำในช่วงเวลานั้นๆ 

ที่มา>>>ข่าวสด

เนรมิตเมรุวัดโสมนัสฯ ไว้อาลัยคุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย จัดเต็มซุ้มดอกไม้สุดอลังการ

โลกโซเชี่ยลได้แชร์ภาพ จากเพจ Niralai โดยเป็นภาพจากพิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณแม่พรธิภา พุทธยะศิริ (คุณแม่ของดร. ไก่ มัทนาปวีณ์ สาระคุณมนตรี) ณ เมรุ วัดโสมนัสราชวรวิหาร ซึ่งเป็นการจัดดอกไม้เพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายอย่างสวยงาม ซึ่งได้รับความชื่นชมจำนวนมากถึงความสวยงามที่ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นพร้อมระบุว่า “งานนี้ ดร.ไก่กำชับทีมงานให้จัดงานนี้ออกมาให้ดีที่สุด เพราะหากคุณแม่ได้มีโอกาสมายืนอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ในวันนั้น ท่านอยากให้คุณแม่ของท่านยืนยิ้มอย่างมีความสุขกับสิ่งที่ลูกตั้งใจทำให้ และที่สำคัญ ดร. ไก่ให้อยากแขกทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ มีความอิ่มสุขในการร่วมส่งท่านสู่แดนสรวง ทีมงานจึงออกแบบตกแต่งสถานที่โดยใช้งานศิลปะการประดิษฐ์ดอกไม้ไทย มาประยุกต์ใช้ ให้มีความร่วมสมัย โดยเจ้าภาพมีความประสงค์ให้ตกแต่งสถานที่ให้สวยงามดุจสรวงสวรรค์ งานนี้ ออกแบบและตกแต่งสถานที่โดย เรนฟอเรสท์ ภายใต้ชื่อ “นิราลัย by Rainforest” เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจในงานฝีมือของคนไทย” 

ที่มา>>>ข่าวสด

จัดพิธีขอขมา “เต่างอย” หลังถูกทำคุณไสยจนคอมีเลือดไหล บิ๊กกองสลากก็มาไหว้ขอพร

 เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสวนสาธารณะ บ้านเต่างอย ที่ตั้งรูปปั้น “พญาเต่างอย” อ.เต่างอย จ.สกลนคร นายคุมพล บรรเทาทุกข์ รอง ผวจ.สกลนคร เดินทางเป็นประธาน เปิดโครงการ “เพาะขยายพันธุ์ปลาจากพ่อแม่พันธุ์ ปลาในหนองหาร จังหวัดสกลนคร สู่ลำน้ำพุง และหนองหาร” โดยศูนย์วิจัยแลประมงน้ำจืดจังหวัดสกลนคร โดยนายสนธิพันธ์ ผาสุขดี ในนามของคณะผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า การเพาะพันธุ์ปลาลงสู่แหล่งน้ำนี้ เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำจืด แหล่งอาหารโปรตีนจากสัตว์น้ำ สร้างรายได้ให้กับประชาชน เสริมรายได้ของชุมชน ซึ่งเป็นการเพาะฟักเคลื่อนที่ ซึ่งแม่น้ำพุงจะไหลลงสู่หนองหาร สามารถที่จะทำให้ปลาเพิ่มปริมาณมากขึ้นได้ จากนั้นหลังทำพิธีปล่อยปลาเรียบร้อย นายบุญเตรียม งอยผาลา นายก อบต.เต่างอย เชิญ รองผวจ.สกลนคร ไปเที่ยวชมบริเวณสวนสาธารณะ ท่ามกลางประชาชนนับร้อยคนที่เดินทางมาไหว้ “พญาเต่างอย” ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ปล่อยพันธุ์ปลาเพียง 100 เมตรเท่านั้น นายคุมพล กล่าวหลังจากไหว้พญาเต่างอย ว่า พญาเต่างอยมีความศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนเดินทางมากราบไหว้ทุกวัน และขอให้ทำป้ายประวัติและบริเวณให้สะอาด ทราบว่ามีคนโชคดีเมื่อมากราบไหว้ และขอร้องว่าที่มากราบอย่าไปออกข่าวว่ามาขอหวย เพราะตนไม่ซื้อหวย มากราบสิ่งที่ผู้คนเคารพนับถือกันก็ถือเป็นมงคล นายบุญเตรียม กล่าวว่า หลังหวยออกแล้วก็มีคนเดินทางมากราบไหว้เต่างอยทุกวัน แต่ไม่หนาแน่นเหมือนช่วงใกล้หวยออก เมื่อวานรับแจ้งจากผู้ดูว่า มีคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองสลากเดินทางมาไหว้ และชม “พญาเต่างอย” ซึ่งตนติดประชุมไม่สามารถมารับได้ จึงให้ตัวแทนมาอำนวยความสะดวก สอบถามทราบว่า เป็นผ้บริหารระดับสูงของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เดินทางมาไหว้และไม่ต้องการให้ถ่ายรูปและบอกชื่อ เมื่อเดินดูแล้ว ก็แนะนำว่า ไม่ควรให้รถวิ่งผ่าน “พญาเต่างอย” และควรปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามจะได้มีคนมาเที่ยวชมมากๆ ส่วนสาเหตุที่มา เพราะพญาเต่างอยมีชื่อเสียงโด่งดังมาก มีความตั้งใจว่าจะมาด้วยตนเอง จากนั้นร่วมทำบุญแล้วก็เดินทางกลับ

นายก อบต. กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่าสลดกว่านั้น คือเมื่อภายหลังจากหวยออกแล้ว มีคนมาพบว่ารุ่งเช้าที่คอพญาเต่างอย มีน้ำสีแดงคล้ายเลือดไหลหยดลงพื้น จึงเข้าไปสอบถามพระอาจารย์ชื่อดังภายในวัด ท่านบอกว่า “พญาเต่างอย” ถูกคุณไสยหรือทำร้ายในทางไสยศาสตร์ เพราะความโด่งดัง และเมื่อเจ้าหน้าที่ไปทำความสะอาดตรวจสอบเต่าเล็กๆ ที่ชาวบ้านนำมาแก้บน มีอยู่ตัวหนึ่งที่ขาทั้ง 4 ขาทำเป็นรูปปลัดขิก และที่หัวก็เช่นกัน ที่ลำตัวจะมีตะปูขนาด 3 นิ้วแทงทั้งท้องและขาไว้ ที่ลำคอมีรอยแทงวางปนอยู่ จึงนำมาให้พระอาจารย์ที่เป็นผู้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์พญาเต่างอยดู รุ่งเช้าท่านจึงมาทำพิธีแก้ไขให้พญาเต่างอยด้วยการเก็บพวงมาลัยออกทั้งหมด แล้วทำพิธีนำสีผึ้งมาปิดที่คอพญาเต่าและเลือดก็หยุดไหล สร้างความอัศจรรย์ใจแก่ชาวบ้านที่ร่วมทำพิธี โดยพระท่านขอไม่ให้ถ่ายภาพ

นายก อบต. กล่าวต่อว่า พร้อมกับให้คณะกรรมการที่ดูแลทุกคนช่วยกันดูแลกลุ่มที่เสียประโยชน์ อาจนำสิ่งของไม่ดีมาวางไว้ใกล้เต่างอย ซึ่งความจริงมีประชาชนถูกหวยกันจำนวนมาก เพราะเลข 235 353 ชาวบ้านนำมาซื้อหวยกัน แต่คอหวยกลับไปตัดซื้อสองตัว

ขณะที่ นายเกษม เคนะอ่อน ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเต่างอย กล่าวว่า ตนชะล่าใจไม่ตรวจดูเต่างอยให้ละเอียด ว่ามีคนมาทำร้ายพญาเต่างอย นำสิ่งของไม่ดีมาปะปนให้ชาวบ้านไหว้ด้วย

“ในการประชุมของคณะกรรมการในระดับอำเภอ สรุปว่าจะทำบุญไหว้ขอขมาพญาเต่างอย ในวันอาทิตย์ที่ 21 ส.ค. นี้ ก่อนที่จะถึงวันงานไหว้สาพญาเต่างอยในวันที่ 13-16 ก.ย. การจัดงานในวันที่ 21 ส.ค. นี้เป็นพิธีขอขมาพญาเต่างอย ที่พากันคิดว่าได้ทำสิ่งล่วงเกินลงไป ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยบอกลูกหลานว่า อย่าทำอะไรที่เป็นการลบหลู่ ส่วนตัวเลขนั้นครั้งนี้มีคนฝันเห็นแล้ว แต่คนที่ฝันขอไม่บอก” นายเกษม กล่าว

นายคมศิลป์ แก้ววิหาร ผู้ใหญ่บ้านเต่างอย หมู่ 7 ต.เต่างอย คณะกรรมการจัดงานไหว้ขอขมา พญาเต่างอย กล่าวว่า ความจริงหวยพญาเต่างอยให้หวยถูกแล้วคือ 235, 353 แต่ชาวบ้านตัดเอาแค่สองตัว และมีคนถูกกันจำนวนมาก แต่คนละคนได้เงินเป็นหมื่นบาท ไม่ถึงแสนกระจายกันไป เพราะสังเกตได้หลังหวยออกมีคนเดินทางมาแก้บน กันเป็นจำนวนมาก เมื่อสอบถามจึงทราบว่าถูกหวยกันแค่หลักหมื่นบาท

“ส่วนผมนั้นฝันว่า พญาเต่างอยมาบอกแล้ว เป็นเลข 124 เท่านั้นและท่านบอกว่า มีพญานาคจะขึ้นมาจากลำน้ำพุงมาช่วยดูแล เมื่อตนตื่นมาเล่าให้หลายคนฟัง แต่ก็มีคนบอกว่า ฝันแบบนั้นเหมือนกันไม่กล้าบอก เพราะกลัวคนว่างมงาย ดังนั้นมีคนพูดจึงจะมีการสร้างพญานาคไว้ข้างพญาเต่างอย จำนวน 4 อัน หรือ 4 ทิศเพื่อมาคอยป้องกัน เพราะเชื่อว่าทำให้พญาเต่าไม่สามารถไปบอกหวยชาวบ้านได้ ซึ่งคาดว่าสร้างพญานาคจะเสร็จ ไม่เกินอาทิตย์หน้านี้ ซึ่งค่าใช้จ่ายได้จากผู้ที่มีโชคนำมาบริจาคให้” นายคมศิลป์ กล่าว

ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า แม้จะไม่มีข่าวคนถูกหวยนับสิบล้าน แต่ก็ยังมีชาวบ้านเดินทางมาไหว้ เพื่อขอโชคและจะมาร่วมงานเพื่อขอขมาพญาเต่างอย และทางกรรมการมีการตกลงกันว่าห้ามผู้มากราบไหว้ขึ้นไปยืนบนแท่นพญาเต่างอย ตามที่พญาเต่างอยมาเข้าฝันไว้ และยืนยันจะมาไหว้ในวันนั้นแน่นอน เพราะเชื่อว่าพญาเต่างอยจะให้โชคอีก

ที่มา>>>ข่าวสด

ชีวิตเปลี่ยน! ลุงเร่ร่อนเก็บเงิน 20,000 คืน เจ้าของซาบซึ้งให้งาน-ที่อยู่ใหม่ ตอบแทนน้ำใจ

วันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์แชร์เรื่องสุดประทับใจ เมื่อชายเร่ร่อนคนหนึ่งที่ห้วยขวาง กรุงเทพฯ เก็บกระเป๋าเงินได้รีบวิ่งนำไปคืนเจ้าของ แต่ไม่ทัน ไม่เก็บเงินกว่า 20,000 บาท ในกระเป๋าไว้ใช้เอง แต่นำไปแจ้งความหาเจ้าของที่สถานีตำรวจแทน ผลจากการทำความดีของชายเร่ร่อนทำให้ได้ผลลัพธ์ตอบแทนที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการพลิกชีวิตใหม่ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Tarika Patty เปิดเผยเรื่องราวนี้ว่า   เรื่องดีๆที่อยากให้ช่วยกันแชร์ต่อ

วันนี้แฟนทำกระเป๋าเงินหายแบบไม่รู้ตัวว่าหาย ในกระเป๋ามีเงินอยู่ 20,000กว่า คุณลุงเห็นกระเป๋าเงินหล่นจากกระเป๋ากางเกงแฟนแล้ววิ่งตามแล้ว แต่ตามไม่ทัน. เลยเดินไป ส.น ห้วยขวาง ส่งให้ตำรวจตามหาเจ้าของ สุดยอดมากลุงจิตใจดีมากมาก. คุณลุงไม่มีที่นอน ไม่มีงานทำมาปีกว่าแล้ว นอนหน้าMRTห้วยขวางทุกวัน. ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่รับเพราะไม่มีเอกสาร. ถือว่าโชคดีที่ได้มาเจอกันนะค่ะคุณลุง แฟนจะรับคุณลุงไปทำงานด้วยแหล่ะและให้ที่อยู่กับลุงด้วยถือว่าโชคดีมากที่ได้เจอคนดีๆแบบลุง. คนดีควรได้รับสิ่งที่ดีตอบแทน. คนดีมาเจอคนดี คุณลุงจะที่ที่อยู่และมีงานทำล่ะนะค่ะ. คนชมอยู่ข้างๆปลื้มปิติจริงๆ ล่าสุดผู้ใช้งานเฟซบุ๊กดังกล่าว เผยภาพขณะพาพลเมืองดีคนดังกล่าวไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และให้ที่อยู่ใหม่  เรื่องนี้น่าจะเป็นตัวอย่างให้หลายๆคนทำความดีกันมากขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

ลูกค้าสาวปรี๊ดแตก! เจอข้อความเหยียดแรงโผล่บนไอโฟนตัวโชว์ในช็อปดัง

วันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เดินเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือในร้านแห่งหนึ่งในห้างดังย่านรัตนาธิเบศร์ ปรากฏว่าพบเห็นโทรศัพท์ไอโฟนตัวโชว์บนโต๊ะ ถูกมือดีพิมพ์ข้อความไม่เหมาะสม ว่า “ไม่มีปัญญาซื้อ อย่าเล่น” สร้างความไม่พอใจแก่หญิงสาวที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า Supawida Moonpon อย่างยิ่ง โดยเธอนำภาพดังกล่าวไปโพสต์ในเพจของร้านโทรศัพท์มือถือเจ้าดัง ระบุว่า  ช็อปที่เซนฯรัตนาธิเบศน์ สันดานเสียมากค่ะตรวจสอบหน่อยนะคะ ถ้าไม่มีปัญญาซื้อจะเดินเข้าไปทำไม?….มีแม่ดิฉันเดินอยู่คนเดียว คนอื่นนั่งรอคิวกันอยู่ ตอนแรกไม่มีวนกลับมาดูอีกรอบเป็นแบบนี้ค่ะ ใช้เครือข่ายนี้จนเป็นลูกค้า serenade แล้วค่ะอย่าแสดงกิริยาต่ำๆค่ะ เดินกลับไปรอบสองยังมีหน้าหัวเราะ? พนง.ญ+ช ซุบซิบ และแอบขำ อาชีพเสริมเป็นตลกหรอคะ?  เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่คอลเซนเตอร์ของเอไอเอส ออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า

สมายล์ขอชี้แจงดังนี้นะคะ เครื่อง Demo หรือเครื่องสำหรับทดลองการใช้งาน โดยแต่ละวันมีผู้เข้ามาทดลองเล่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งมี ฟังค์ชั่นและเมนูต่างๆ รวมถึงเมนูโน๊ต ตามภาพที่มีข้อความดังกล่าว ซึ่งทุกสิ้นวันจะมีการล้างข้อมูลใหม่ แต่สำหรับเหตุการณ์นี้ พบว่าพนักงานขาดการตรวจสอบและลบข้อมูลในเครื่อง ทำให้มีข้อความค้างอยู่ สมายล์ขอเป็นตัวแทนขออภัยคุณ Supawida Moonpon สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยค่ะ

ที่มา>>>ข่าวสด